ธวัชชัย อัศวพรไชย

นักวิเคราะห์ บล.ASL

26 กุมภาพันธ์ 2561
986

โอกาสเข้าซื้อเพื่อเล่นรอบ

โอกาสเข้าซื้อเพื่อเล่นรอบ

สำหรับวันนี้ทางทีม ASL research จะมา Update และวิเคราะห์ ข่าวสารทางด้านเศรษฐกิจและตลาดทุนที่สำคัญให้ผู้อ่านได้ทำความเข้าใจกันครับ

ข่าวเศรษฐกิจที่สำคัญอย่างการประกาศตัวเลขการเติบโตของ GDP นั้น ธปท.เปิดเผยว่าในเศรษฐกิจไตรมาส 4 ปี 2560 ขยายตัวร้อยละ 4.0 ต่ำกว่าที่ประมาณการไว้ร้อยละ 4.4 ในรอบเดือนธันวาคม 2560 จากการใช้จ่ายภาครัฐที่น้อยกว่าคาดเป็นสำคัญ เนื่องมาจากการบังคับใช้ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฉบับใหม่ที่อาจะทำให้การลงทุนและการใช้จ่ายภาครัฐเกิดการติดขัดในช่วงแรก แต่มองว่าปีนี้ปัญหาดังกล่าวน่าจะหมดไปทั้งนี้เศรษฐกิจไทยทั้งปี 2560 ขยายตัวได้ร้อยละ 3.9 ใกล้เคียงกับที่ ธปท. ได้ประเมินไว้ โดยเศรษฐกิจได้รับแรงสนับสนุนหลักจากอุปสงค์ต่างประเทศ สำหรับปี 2561 ประเมินว่าอุปสงค์ต่างประเทศที่ยังดีต่อเนื่องและการใช้จ่ายในประเทศที่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นจะเป็นแรงส่งให้เศรษฐกิจขยายตัวต่อเนื่องในระยะต่อไป

นอกจากนี้เศรษฐกิจไทยยังเผชิญกับความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศที่ต้องติดตามพัฒนาการต่อไปอย่างใกล้ชิด อาทิ นโยบายเศรษฐกิจและการค้าของสหรัฐฯ ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ และการกระจายตัวของกำลังซื้อในประเทศ

ขณะที่ ธปท. คาดการณ์เศรษฐกิจไทย 1Q61 ว่าจะสามารถขยายตัวได้สูงกว่า 4Q17 ที่โต 4% (ต่ำกว่าคาด) เนื่องจากเชื่อว่าเศรษฐกิจขยายตัวในทุกหมวดเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการใช้จ่ายในประเทศน่าจะปรับตัวดีขึ้นมากในช่วงตรุษจีนที่มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจค่อนข้างมาก

ทางด้านกระทรวงพาณิชย์ ได้ประกาสตัวเลขการส่งออกและนำเข้าในเดือน ม.ค.ล่าสุดออกมาดีเกินคาด ขยายตัว 17.6%YoY สูงที่สุดในรอบ 62 เดือนคิดเป็นมูลค่า 20.1 พันล้านดอลลาณ์ สรอ. นำโดยยอดการส่งออกที่รถยนต์ที่เพิ่มขึ้น เรามองว่ามีโอกาสที่ ธปท. จะปรับประมาณการตัวเลขการส่งออกทั้งปีที่เคยคาดว่าจะขยายตัว 4% เนื่องจากขณะนี้ราคาน้ำมันได้ปรับสูงขึ้นมาพอสมควร เมื่อวิเคราะห์แล้วพบว่ามูลค่าการส่งออกขยายตัวดีในเกือบทุกหมวดสินค้าและทุกตลาดหลักสะท้อนอุปสงค์ต่างประเทศที่ขยายตัวดีต่อเนื่องและมีการกระจายตัวมากขึ้น

แนวโน้มการส่งออกในปีนี้จะมีการขยายตัวสูงอย่างต่อเนื่องจากปี 2560 โดยมีปัจจัยสำคัญมาจากสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศคู่ค้าสำคัญอย่าง สหรัฐฯ ญี่ปุ่น สหภาพยุโรป และอาเซียน ซึ่งมีสัญญาณการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับราคาน้ำมันดิบที่เริ่มปรับตัวสูงขึ้นส่งผลให้สินค้าเกษตรที่สำคัญและที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย

แม้ว่าตลาดโลกจะขยายตัวแต่ประเด็นที่ต้องติดตามอย่างมาตรการกีดกันการค้าจะเห็นได้ว่า มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะสหรัฐและจีน ที่ผลของนโยบายมักจะกระทบต่อสินค้าส่งออกของไทยได้ ซึ่ง ในขณะนี้หลายประเทศ ก็เริ่มมีมาตรการกีดกันการค้าเช่นเวียดนามและตะวันออกกลาง ก็มีมาตรการทางภาษีและมาตรการที่ไม่ใช้ภาษีในการกีดกันสินค้ารถยนต์มากขึ้น

สำหรับทางด้านตลาดทุนนั้นเรามีประเด็นที่น่าติดตามอยู่ 2 ประเด็นได้แก่ 1) ธปท. อนุญาตแบงก์พาณิชย์ตั้งแบงก์กิ้งเอเย่น และ 2) PTT ประกาศแตกพาร์จาก 10 บาท เป็น 1 บาท

ข่าวแรกอย่าง ธปท. อนุญาตแบงก์พาณิชย์ตั้งแบงก์กิ้งเอเย่น เรามองว่าผู้ที่เกี่ยวข้องหลักได้แก่กลุ่มธนาคาร และ CPALL โดยเรามองว่าเป็นปัจจัยเชิงบวกต่อทั้ง 2 ฝ่าย โดนกลุ่มธนาคารนั้น จะเป็นการลดธุรกรรมที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เช่น ฝาก / ถอนเงิน) ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ที่จะปรับตัวลดลง สอดคล้องกับที่ว่าธนาคารมีความต้องการที่จะลดจำนวนสาขา (รวมสาขา) ลงอยู่แล้ว ขณะที่ CPALL เองจะได้รับประโยชน์ในแง่ของลูกค้าที่จะเข้าทำธุรกรรมมากขึ้นก่อให้เกิด traffic ในร้านที่มากขึ้น สอดคล้องกับความต้องการของ CPALL เองที่ต้องการจะขยายสาขา และเพิ่มจำนวนลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการภายในร้านให้มากขึ้น

อีกประเด็นที่พูดถึงกันนั่นคือข่าวการแตกพาร์ของหุ้นขนาดใหญ่ของประเทศอย่าง PTT จาก 10 บาท เหลือ 1 บาท หลังจากประกาสอย่างเป็นทางการ ส่งผลให้เข้าวันถัดมาราคาเปิด Gap ขึ้น และปัจจุบัน (23 ก.พ. 2561) ราคาได้ปรับตัวไปสูงสุดถึง 11.84% ภายใน 3 วัน ตามทฤษฏีแล้วข้อดีของการแตกพาร์จะทำให้สภาพคล่องของหุ้นในตลาดเพิ่มขึ้นและราคาหุ้นถูกลง เมื่อมองย้อนไป 5 - 6 ปี ย้อนหลัง หุ้น Big cap. ที่แตกพาร์อย่าง BANPU (ปี2556) BDMS (ปี2557)  TPIPL (ปี2557)  TU (ปี2556)  TASCO (ปี2558)  AOT (ปี2560) นั้นมีลักษณะที่คล้ายกันคือราคาจะวิ่งขึ้นตอบรับข่าวดีนี้ เป็นผลบวกทางด้านจิตวิทยา

ขณะที่มุมมองการเคลื่อนไหวของ SET ในระยะสั้นกรอบการแกว่งตัวขึ้นเริ่มมีสัญญาณทางลบ โดยในกราฟWeekly Chart แนวโน้มการแกว่งตัวขึ้นตามกันกับ SMA5 Weeks มีแนวโน้มปรับเปลี่ยนเป็นกรอบแกว่งตัวออกด้านข้าง โดยแนวรับหลักที่มีนัยสำคัญคือจุดต่ำรอบก่อนหน้า 1,760-1,758 (หากปรับลงมาควรเพิ่มน้ำหนักระยะกลาง) แนวรับระยะสั้นที่สำคัญและเป็นจุดรับที่มีโอกาสเกิดขึ้นมาคือ 1,786-1,790 ทาง ASL research มองเป็นโอกาสของการเข้าซื้อเพื่อเล่นรอบ และจากปริมาณการซื้อขายที่ไม่เพิ่มขึ้นกว่าระดับ 7.5-8.0 หมื่นล้าน การแกว่งตัวขึ้นทดสอบแนวต้าน 1ม822/1,833 จะมีโอกาสผ่านขึ้นได้น้อย ดังนั้นปริมาณการซื้อจึงเป็นสัญญาณชี้นำการผ่านยืนแนวต้าน

 

แชร์ข่าว :
Tags:

i-Newspaperดูทั้งหมด

ส่งออกนิวไฮ‘2.2หมื่นล.ดอลล์’