ไพบูลย์ นลินทรางกูร

The Fundamental View ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล. ทิสโก้

21 กุมภาพันธ์ 2561
7,146

ลงทุนอย่างไรดีในช่วง “late cycle”

ลงทุนอย่างไรดีในช่วง “late cycle”

ช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา นักลงทุนในตลาดหุ้นน่าจะมีอาการหวั่นๆ กันอยู่บ้างไม่มากก็น้อย เพราะเป็นครั้งแรกที่เราได้เห็น Dow Jones Index ของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ลดลงมากกว่าหนึ่งพันจุด ถึงสองครั้งภายในหนึ่งสัปดาห์ ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกเจอแรงขายกันถ้วนหน้า และยังทำให้ดัชนีที่ใช้วัด “ความกลัว” ของนักลงทุนอย่าง VIX ขึ้นไปแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 2 ปี ตลาดหุ้นไทยก็ปรับลดลงเช่นกัน แต่ไม่รุนแรงเท่ากับอีกหลายๆ ตลาด เพราะ Valuations ของเรายังไม่สูงมาก และนักลงทุนต่างชาติมีหุ้นไทยน้อยเพราะขายมาตลอดทั้งปีที่ผ่านมา

ถึงแม้ราคาหุ้นจะเริ่มตีกลับ แต่ความผันผวนที่เกิดขึ้น คือสัญญาณที่ชัดเจนว่าเรากำลังเข้าสู่โค้งสุดท้าย หรือ “late cycle” ของตลาดกระทิงโลกที่เริ่มเข้าสู่ปีที่สิบ โดยเฉลี่ยตลาดกระทิงจะมีระยะเวลา 7 ปี (ใช้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เป็นเกณฑ์โดยวัดย้อนหลังตั้งแต่ปี 1942) ส่วนตลาดกระทิงที่ยาวนานที่สุด คือ 13 ปี เคยเกิดขึ้น 2 ครั้ง ครั้งแรกช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ส่วนอีกครั้ง หลังเหตุการณ์ Black Monday ในสหรัฐฯ ที่หุ้นตกวันเดียว 22%

ที่น่าสนใจคือ ตลาดกระทิงรอบใหญ่ๆ มักเริ่มต้นขึ้นหลังเกิดเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจ เช่น สงคราม วิกฤตสถาบันการเงิน วิกฤตฟองสบู่ตลาดหุ้น เป็นต้น เพราะทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ ธนาคารกลางมักจะผ่อนคลายนโยบายการเงินอย่างเต็มที่เพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจ อย่างเช่นรอบนี้ เราได้เห็นการลดดอกเบี้ยจนเหลือ 0% ตามด้วยการอัดฉีดสภาพคล่องขนานใหญ่เข้ามาในระบบการเงิน เช่นเดียวกับช่วงหลัง Black Monday เราก็ได้เห็น Fed ลดดอกเบี้ยถึงเกือบ 7% หลังจากนั้นไม่นาน

ถ้าเราแบ่งตลาดกระทิงออกเป็นสามช่วง จะเห็นว่าช่วงที่ลงทุนแล้วได้ผลตอบแทนมากที่สุด คือช่วง 2-3 ปีแรก หรือช่วง “early cycle” เพราะเป็นช่วงที่ราคาหุ้นจะถูกที่สุด ดอกเบี้ยจะต่ำที่สุด แต่เป็นช่วงที่นักลงทุนส่วนใหญ่มักไม่กล้าซื้อหุ้น เพราะเศรษฐกิจยังย่ำแย่ และทุกอย่างยังดูมืดมน ส่วนช่วงที่ลงทุนง่ายที่สุด และเรามักจะเห็นกองทุนต่างๆ เริ่มเก็บหุ้น คือช่วงกลาง หรือ “mid cycle” เพราะปัญหาเริ่มคลี่คลาย เศรษฐกิจเริ่มทรงตัว ราคาหุ้นยังไม่สูงจนเกินไป และดอกเบี้ยยังต่ำอยู่ ช่วงที่ลงทุนยากสุด คือช่วง 2-3 ปีสุดท้าย หรือ “late cycle” ซึ่งก็คือช่วงนี้ เพราะถึงแม้เศรษฐกิจจะเริ่มดูแข็งแรงขึ้น แต่เป็นช่วงที่ราคาหุ้นเริ่มแพง upside เริ่มเหลือน้อย เงินเฟ้อเริ่มกลับมา ดอกเบี้ยเริ่มกลับสู่ขาขึ้น และสภาพคล่องเริ่มถูกดูดกลับ ความผันผวนสูงจะสูงขึ้นมากในช่วงนี้

แล้วเราควรจะลงทุนอย่างไรในช่วง late cycle

โดยปกติแล้ว หุ้นที่น่าลงทุนที่สุดในช่วง late cycle คือหุ้นที่ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาขึ้น เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่เราจะเห็นดอกเบี้ยขึ้นมากที่สุด ธนาคารจึงมักจะเป็น sector ที่ outperform ในช่วงท้ายของตลาดกระทิง เพราะธนาคารจะมีกำไรสูงขึ้นในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น ส่วนหุ้นที่ไม่น่าลงทุน ก็คือหุ้นที่ได้รับผลกระทบทางลบจากดอกเบี้ยขาขึ้น เช่น หุ้นอสังหาริมทรัพย์ และบริษัทที่มีหนี้สินเยอะๆ

หุ้นอีกกลุ่มที่น่าลงทุนคือ value stocks หรือหุ้น P/E ต่ำ dividend yield สูง และหุ้นที่มีลักษณะ defensive เช่น โรงไฟฟ้า โรงพยาบาล อาหาร สื่อสาร เป็นต้น เพราะช่วง late cycle เป็นช่วงที่หุ้น P/E สูงและ หุ้น growth stocks มีโอกาสถูกขายทำกำไรมากที่สุด เนื่องจากนักลงทุนจะเริ่มให้ความสำคัญกับ valuations และคุณภาพของผลประกอบการ มากกว่าการคาดการณ์อนาคตไกลๆ ที่จับต้องไม่ได้  

หุ้น cyclical เช่น ปิโตรเคมี ก็เหมาะกับการลงทุนในช่วงนี้ เพราะเป็นช่วงที่เศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างชัดเจนที่สุด ซึ่งมักส่งผลให้ราคาสินค้าประเภท cyclical ทั้งหลายปรับตัวสูงขึ้น

สำหรับตลาดหุ้นไทย ผมเชื่อว่าเรากำลังอยู่ในช่วงโค้งสุดท้ายของตลาดกระทิงเช่นกัน แต่เราน่าจะเป็นตลาดท้ายๆ ที่จะหมดรอบกระทิง เพราะ 1) valuations ของหุ้นไทยโดยเฉลี่ยยังไม่สูงมาก 2) แนวโน้มผลประกอบการดูดีขึ้น 3) ทิศทางดอกเบี้ยในประเทศยังไม่น่าจะกลับสู่ขาขึ้นในปีนี้ เพราะเศรษฐกิจในประเทศยังโตไม่เต็มที่ และระดับสภาพคล่องส่วนเกินในระบบการเงินยังสูง และ 4) เรามีหุ้นที่มักจะ perform ได้ดีในช่วง late cycle มากกว่าอีกหลายๆ ตลาด

 

 

แชร์ข่าว :
Tags:

i-Newspaperดูทั้งหมด

2กลุ่มทุน‘เปิดแผน’ชิงไฮสปีด