ดร.บวร ปภัสราทร

ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ประจำคอลัมน์ "ก้าวไกล วิสัยทัศน์"

12 กุมภาพันธ์ 2561
737

จะทำงานวันหน้าต้องมีผลการทดสอบดิจิทัล

เมื่อหลายปีก่อนถ้าบอกว่าใครจะทำงานต้องมีผลการทดสอบTOEIC หลายคนคงบอกว่าไม่ต้องมั่ง เพราะไม่ได้ทำงานกับบริษัทข้ามชาติ แต่วันนี้

จะสมัครทำงานกับรัฐวิสาหกิจ หลายแห่งก็ถามหาผลการทดสอบภาษาอังกฤษ โดยไม่ได้ถามว่าเรียนภาษาอังกฤษมามากน้อยแค่ไหน จะทำงานในหน่วยราชการบางแห่ง เช่นมหาวิทยาลัยต่าง ๆ วันนี้ ใครจะไปสมัครสอนหนังสือ ก็ต้องแสดงผลการทดสอบภาษาอังกฤษ หรือแม้ว่าตอนรับเข้าทำงานไม่ได้ถามหาผลการทดสอบภาษาอังกฤษ แต่ถ้าอยากขยับตำแหน่งหน้าที่ ก็ต้องผ่านมาตรฐานภาษาอังกฤษให้ได้ก่อน หน่วยงานไทยหลายแห่งยังยอมรับผลการทดสอบภาษาอังกฤษที่จัดโดยมหาวิทยาลัยในบ้านเรา ให้เทียบเท่าการทดสอบนานาชาติได้ แต่ก็ไม่แน่นอนว่าจะยอมรับผลการทดสอบที่ทำกันเองในมหาวิทยาลัยไทยอีกนานแค่ไหน เพราะวันนี้หน่วยงานทดสอบภาษาอังกฤษก็ยอมไปทดสอบให้ถึงในมหาวิทยาลัย ไม่ต้องมาสอบที่ศูนย์สอบเหมือนแต่ก่อน กำลังเรียนอยู่ที่ไหน ก็ขอทดสอบได้ที่นั่น โดยเก็บค่าทดสอบเท่ากับ หรือถูกกว่าการทดสอบที่ศูนย์สอบเสียอีก ผลการทดสอบภาษาอังกฤษ กลายเป็นความจำเป็นสำหรับคนที่จบมาใหม่ ๆ เพราะอิทธิพลของโลกาภิวัฒน์ ใครสื่อสารในภาษาที่คนอื่นเข้าใจไม่ได้ โอกาสได้งานดี ๆก็น้อยลงทุกที

เมื่อดิจิทัลแทรกซึมเข้าไปมีบทบาทในแทบทุกวงการดังเช่นที่กำลังเกิดขึ้นอยู่นี้ ใครไม่รู้ดิจิทัล อาจกลายเป็นคนแผนโบราณไปได้ ใครที่กำลังทำราชการอยู่ คงทราบดีว่าต้องเตรียมตัวฝึกอบรมดิจิทัลกันอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ไม่ใช่ฝึกใช้ซอฟท์แวร์สำนักงาน ไม่ใช่ฝึกใช้อินเทอร์เน็ต แต่เป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับการใช้ดิจิทัลมาเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงาน ที่ฝรั่งชอบเรียกกันว่า Digital Transformation ต้องมีการเรียนรู้เกี่ยวกับการทำงานร่วมกันโดยผ่านCloud มีการใช้AIช่วยแยกแยะข้อมูลด้านต่างๆ การสืบค้นข้อมูลในสถานการณ์ต่างๆ การใช้ดิจิทัลเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้เรื่องใหม่ ๆ การนำเสนอโดยใช้ดิจิทัลเป็นเครื่องมือ นอกจากนั้นยังต้องเรียนรู้เกี่ยวกับการดูแลความปลอดภัยของตนเองในโลกไซเบอร์ อีกด้วย การเปลี่ยนแปลงการงานที่ดิจิทัลนำพามาครั้งนี้ มากกว่าที่เคยพบเจอกันเมื่อครั้งที่คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเกิดขึ้นมาใหม่ ๆ หลายเท่า แม้ว่าบ้านเราจะไม่ค่อยดิจิทัลเท่าใดนัก ทั้ง ๆที่เป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศในโลกนี้ที่มีกระทรวงเกี่ยวกับดิจิทัลโดยตรงมานานนับเป็นสิบปี

ถ้าเชื่อว่าวันหน้าจะหางานทำ ต้องมีทั้งผลการทดสอบภาษาอังกฤษ และผลการทดสอบดิจิทัล วันนี้ควรเตรียมตัวกันอย่างไร เพราะการทดสอบดิจิทัลนี้ ไม่ใช่การทดสอบความสามารถในการใช้ซอฟท์แวร์สำนักงาน แต่เป็นการทดสอบความรู้ในการใช้ดิจิทัลไปเปลี่ยนแปลงหนทางการทำงาน ซึ่งมาตรฐานด้านดิจิทัลแบบนี้ มีแค่มาตรฐานเดียว คือมาตรฐานสากล ใครก็ตามแต่ที่เที่ยวป่าวประกาศว่ามาทดสอบดิจิทัลกับสถาบันนั้น สถาบันนี้ แล้วบอกว่าของเขาได้มาตรฐานสากล ที่ต้องเตรียมตัวคือขอให้คิดดี ๆก่อนที่จะเสียเงินเสียแรงไปทดสอบดิจิทัลที่ใด โดยให้ระลึกไว้เสมอว่ามาตรฐานดิจิทัลในบริบทปัจจุบัน มีแค่หนึ่งเดียว คือมาตรฐานโลก ไม่มีดิจิทัลมาตรฐานท้องถิ่น เพราะถึงมีก็ไม่มีใครเชื่อผลการทดสอบนั้น

วันนี้ทั้งยุโรป ทั้งญี่ปุ่น เข้ามาชวนให้คนในบ้านเรามาทดสอบดิจิทัลกับเขา พร่้อม ๆกับที่เดินสายเชิญชวนบริษัท และรัฐวิสาหกิจ ให้ยอมรับผลการทดสอบดิจิทัลที่เขาจัดขึ้นมา อาการก็คล้าย ๆกับสมัยแรก ๆที่ทั้งอเมริกา และยุโรปมาชวนคนในบ้านเราทดสอบภาษาอังกฤษ ซึ่งกว่าจะมาเป็นส่วนหนึ่งของการสมัครงานในบริษัทดี ๆ ก็ใช้เวลานานหลายสิบปี แต่ดิจิทัลจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของการสมัครเข้าทำงานในหน่วยงานดีๆ ในอนาคตอันใกล้นี้ ไม่ต้องรอนานนับเป็นสิบปีแน่ ๆ หลายสถาบันการศึกษาเริ่มกำหนดให้ผลการทดสอบดิจิทัลเป็นส่วนหนึ่งของการสำเร็จการศึกษา แต่น่าเสียดายที่ส่วนใหญ่ทำตัวเป็นคนทดสอบเอง เข้าข่ายสอนเองสอบเอง แทนที่จะส่งเสริมให้ไปเข้าทดสอบกับองค์กรที่เป็นสากล ที่ดีขึ้นมาอีกหน่อยจากการสอนเองสอบเอง คือไปร่วมมือกับเจ้าของผลิตภัณฑ์ดิจิทัลรายใหญ่ ๆในการจัดการทดสอบ ซึ่งดูน่าเชื่อถือมากกว่าที่สอนเองสอบเอง มีบางแห่งเริ่มคุยกับองค์กรทดสอบนานาชาติ ให้มาทดสอบความรู้ดิจิทัลให้กับบัณฑิตของตนเอง ซึ่งน่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่เตรียมตัวหางาน

ครั้งหนึ่งไม่มีใครเชื่อว่าสมัครงานรัฐวิสาหกิจ ต้องมีผลการทดสอบภาษอังกฤษ วันนี้ใครที่ไม่เชื่อว่าวันหน้าสมัครงาน ต้องมีผลการทดสอบดิจิทัล ขอให้ย้อนดูอดีตให้ดี ๆ

แชร์ข่าว :
Tags:

i-Newspaperดูทั้งหมด

สมคิด ปลุกเอกชนต่อยอดรัฐ