อาร์ม ตั้งนิรันดร

คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

15 ธันวาคม 2559
2,118

ทรัมป์เล่น ‘เกมคนขี้ขลาด’ กับจีน?

“ทฤษฎีเกม” ว่าด้วย “เกมของคนขี้ขลาด” สามารถใช้อธิบายกลยุทธ์ของประธานาธิบดี

ทรัมป์และจีนได้เป็นอย่างดีครับ!!

สงสัยกันทั่วโลกว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ ‘โง่’ หรือ ‘บ้า’ ที่ไปรับโทรศัพท์แสดงความยินดีจากประธานาธิบดีช่ายอิงเหวินของไต้หวันเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว? เพราะใครๆ ที่พอรู้เรื่องการต่างประเทศอยู่บ้างก็คงรู้ว่า จีนต้องเดือดเป็นไฟแน่ !!

เพราะจีนถือว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน และห้ามไม่ให้ประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีนมีความสัมพันธ์เป็นทางการกับไต้หวัน แม้แต่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนอื่นๆ ในรอบ 40 ปีที่ผ่านมา ก็ไม่มีใครเคยกล้ากระตุกหนวดพญามังกรในเรื่องนี้

ในช่วงแรกหลังจากเรื่องแดงขึ้น จีนแสดงท่าทีว่าทรัมป์คง โง่เพราะยังขาดประสบการณ์ เลยถูกไต้หวันหลอกเล่น ส่วนฝ่ายค้านและสื่อมวลชนสหรัฐฯ ก็เกรงว่าประธานาธิบดีตนอาจ ‘บ้า’ จริง ดังที่พี่แกได้เคยแสดงลูกบ้ามาอย่างไม่หยุดหย่อน เพียงแต่หวาดหวั่นว่าถ้ายังบ้าไม่หยุดอย่างนี้ อาจพาประเทศไปสู่สงครามได้ในอนาคต

แต่หลังจากฝุ่นหายตลบ จึงค่อนข้างแน่นอนแล้วว่า นี่เป็น ‘เกม’ ปั่นหัวจีนของทรัมป์ พูดง่ายๆ คือทรัมป์แกล้งโง่และแกล้งบ้า เพื่อใช้สร้างแต้มต่อในการเจรจากับจีนในอนาคต

มีรายงานข่าวว่า ทีมงานของทรัมป์ได้วางแผนล่วงหน้าให้มีการพูดคุยทางโทรศัพท์ในครั้งนี้ ต่อมาไม่นาน ทรัมป์ยังให้สัมภาษณ์อีกว่า เขามีความเข้าใจเรื่องนี้ดี แต่ไม่ชัวร์ว่าทำไมสหรัฐฯ ต้องผูกติดกับ ‘นโยบายจีนเดียว’ ต่อไปด้วย ถ้าหากจีนยังคงไม่ให้ความร่วมมือในเรื่องการค้า เรื่องค่าเงิน เรื่องทะเลจีนใต้ และเรื่องการปรามความซ่าของเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของจีน

นี่คือ ลูกบ้าของนักเจรจาธุรกิจอย่างทรัมป์ ทรัมป์ยกเอา ไต้หวันซึ่งเดิมเป็นเรื่องที่ไม่อยู่ในขอบเขตการเจรจากับจีน (เพราะสองฝ่ายได้มีข้อสรุปที่ยอมรับร่วมกันไปแล้ว) ยกกลับมาเป็นหมากต่อรองในการเจรจากับจีนในเรื่องอื่น ใช้ลูกบ้าและความเอาแน่เอานอนไม่ได้ของตนมาปั่นหัวจนจีนรับมือไม่ถูก

ทรัมป์เคยพูดหลายครั้งตอนหาเสียงว่า นักกลยุทธ์ที่ดีต้องมีลักษณะ เอาแน่ไม่ได้” (unpredictable) เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มีแผนปราบกลุ่ม ISIS ที่ก่อการร้ายอยู่ในตะวันออกกลางอย่างไร ทรัมป์ตอบว่ามีแผน แต่ไม่บอกคุณหรอก เพราะเรื่องอะไรจะไปประกาศให้โลก (รวมทั้งศัตรู) รู้ก่อนล่ะ

ลองนึกดูสิครับ ถ้าตัวเราเจอคนที่มีเหตุมีผล เรารู้ความเชื่อและจุดยืนของเขาอย่างชัดเจน คาดเดาได้ว่าเขาจะทำอะไร เราก็คงสามารถวางแผนรับมือเขาได้ แต่ถ้าเราเจออันธพาลที่มีแต่ลูกบ้าลูกชน เอาแน่เอานอนไม่ได้ว่าพี่แกมีความเชื่ออะไรหรือจะทำอะไรต่อไป เราก็คงจะพยายามหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าเท่าที่จะทำได้ อะไรที่พอยอมได้ก็คงยอม ซึ่งก็จะเข้าทางคนอย่างทรัมป์พอดี

‘เกม’ ลูกบ้าลูกชนแบบนี้ ในทฤษฎีเกม มีชื่อเรียกว่า เกมคนขี้ขลาด’ (game of chicken) สมมติว่า มีรถสองคันขับพุ่งเข้าหากัน คำถามในทฤษฎีเกมก็คือ เมื่อถึงนาทีสุดท้ายก่อนจะชน ผู้เล่นในเกมนี้ (คนขับแต่ละคัน) จะตัดสินใจหลบหรือพุ่งชน

สิ่งที่แย่ที่สุดที่อาจเกิดขึ้นก็คือ ทั้งสองฝ่ายต่างไม่มีใครหลบใคร ทั้งคู่ดับเครื่องชน – “โครม” -- ตายเดี้ยงดับอนาถทั้งคู่

สิ่งที่ดีที่สุดที่เป็นไปได้ก็คือ ฝ่ายเราดับเครื่องชน ส่วนอีกฝ่ายยอมหลบ พูดง่ายๆ คืออีกฝ่าย ‘ขี้ขลาดตาขาว’ ยอมหลบเสียก่อน

สิ่งที่ดีรองลงมาที่อาจเกิดขึ้น ก็คือ ฝ่ายเราเองยอมเป็น “คนขี้ขลาด” พูดง่ายๆ คือ ถ้ายอม ‘หลบ’ อย่างน้อยก็แน่นอนว่า จะมีชีวิตรอด ไม่ตาย

มีทางเลือกอีกทางที่เป็นความร่วมมือระหว่างสองฝ่ายในเกมนี้ นั่นก็คือ ทั้งคู่ตัดสินใจ หลบ” --- ทั้งคู่ก็จะมีชีวิตรอด และไม่มีใครถูกตราหน้าว่าเป็นคนขี้ขลาด

ความน่าสนใจของเกมนี้ ก็คือ ผู้เล่นต้องเดาให้ถูกว่าอีกฝ่ายน่าจะหลบหรือจะชน ทางเลือกที่ดีที่สุดก็คือ เลือกทำตรงกันข้ามกับสิ่งที่อีกฝ่ายน่าจะเลือก (เลือก ‘ชน’ ถ้ารู้ว่าอีกฝ่ายจะ ‘หลบ’ แน่, และเลือก ‘หลบ’ ถ้ารู้ว่าอีกฝ่ายจะ ‘ชน’ แน่) แต่ถ้าไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายจะทำอะไร การเลือก ‘หลบ’ ย่อมปลอดภัยที่สุด เพราะอย่างน้อยก็ไม่ตายแน่นอน

เกมนี้จึงประหลาด เพราะดูเหมือนว่า “คนบ้า” (ที่ไม่ชอบใช้เหตุผล) ดูจะได้เปรียบในเกมนี้ เพราะถ้าอีกฝ่ายรู้แน่นอนว่าเอ็งไม่หลบแน่ อีกฝ่ายก็จะต้องเลือกหลบ หรือหากอีกฝ่ายไม่แน่ใจว่าเอ็งบ้าหรือเปล่า อีกฝ่ายถ้าไม่อยากเสี่ยงตายก็คงเลือกหลบเช่นกัน

คำถามในทฤษฎีเกมก็คือ จะเปลี่ยนกลยุทธ์ของตนอย่างไร เพื่อให้ส่งผลต่อการตัดสินใจเดินหมากของฝ่ายตรงข้าม มีคนเสนอว่า วิธีการที่จะชนะในเกมแบบนี้ คือถอดเบรกออก แล้วประกาศให้อีกฝ่ายรู้เลยว่า รถข้าไม่มีเบรก มีแต่เดินหน้าชนเท่านั้น ศาสตราจารย์ Thomas Schelling นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดัง เรียกกลยุทธ์นี้ว่า “มัดขาตัวเอง เพื่อจะได้ไม่ถูกผูกมัดในเกม”

นี่จึงเป็นความอันตรายของการเล่น “เกม” ของทรัมป์ ทรัมป์อาจคิดว่า จีนคงไม่กล้ารบแน่ และยอมแลกเปลี่ยนพูดคุยผลประโยชน์เรื่องอื่นด้วย แต่จีนเองไม่โง่ จีนได้ออกกฎหมายต่อต้านการแบ่งแยกประเทศในปี ค.ศ.2005 กำหนดชัดเจนว่าถ้ามีเหตุการณ์ที่ทำให้ไต้หวันแยกออกจากจีนอย่างเป็นทางการเมื่อไร รัฐบาลจีนต้องประกาศสงครามรวมแผ่นดินทันที สำหรับเรื่องเขตแดนของประเทศแล้ว จีนก็พร้อมเล่น “ลูกบ้า” เหมือนกัน

ในโลกยุคโบราณ เผด็จการชอบใช้ “ความไม่แน่นอน” มาเล่นเกมรักษาอำนาจของตัวเอง เพราะถ้าหลายอย่างไม่แน่นอน (เช่น กฎหมายเขียนแบบเบลอๆ, ใครอาจถูกจับเมื่อไรก็ได้) ทุกคนก็จะกลัวและไม่กล้าหือ แต่ในโลกยุคสมัยใหม่ ความแน่นอน” และ คาดเดาได้ เป็นรากฐานของระบบเศรษฐกิจ กฎหมาย และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เพราะภายใต้ความแน่นอนและคาดเดาได้ คนจึงกล้าลงทุน กล้าประกอบกิจกรรมต่างๆ และรู้ชัดเจนว่าแต่ละฝ่ายควรทำไม่ควรทำอะไร ดังนั้น ความที่ทรัมป์ชอบเล่นบทเอาแน่เอานอนไม่ได้ ซึ่งทรัมป์อาจมองว่าเป็นประโยชน์แก่ตัวเขาและเป็นเครื่องต่อรองที่ดี ย่อมน่าจะทำให้เกิดความผันผวนขึ้นเสมอๆ ในตลาดและเวทีโลกต่อจากนี้ไป

ในเรื่องไต้หวัน สงครามคงไม่เกิดขึ้นง่ายๆ เพราะไต้หวันเองก็ต้องพึ่งพิงจีนทางเศรษฐกิจ และคงไม่บ้าประกาศเอกราชอย่างเป็นทางการในเวลานี้แน่นอน (ไม่ว่าสหรัฐฯ จะเอาอย่างไร) ส่วนจีนเองก็ไม่อยากก่อสงครามเช่นกัน

เพียงแต่ว่าเกมลูกบ้าของทรัมป์ ถ้าจะเอาไปเล่นอีกไม่ว่าจะในเรื่องไต้หวัน การค้า ค่าเงิน ทะเลจีนใต้ เกาหลีเหนือ ก็อย่าคิดว่าจีนจะไม่กล้าเดินหน้าชนกลับบ้าง แล้วถ้าเกิดสุดท้ายขบวนรถมังกรและพญาอินทรีย์พุ่งชนเพราะไม่มีใครหลบใคร ก็ตายทั้งคู่ (และพังทั้งโลก) เท่านั้นเอง

แชร์ข่าว :
Tags:

i-Newspaperดูทั้งหมด

ห่วง‘ส่งออก’ปี61หลุดเป้า8%