ดูสองภาพนี้ให้ดีครับ...
ภาพแรกประธานาธิบดี บารัก โอบามา ของสหรัฐลงจากเครื่องบินประจำตำแหน่ง Air Force One ทางใต้ท้องเครื่องบิน เหตุเกิดที่สนามบินหางโจวของจีนเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
อีกภาพหนึ่ง โอบามาลงจากเครื่องบินทางประตูบนตามปกติ เพื่อให้เป็นภาพสง่างาม สำหรับผู้นำมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลก เหตุเกิดสองวันก่อนหน้านั้นที่ฮาวาย สหรัฐ
เหตุการณ์วุ่นวายที่สนามบินหางโจวของจีน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมานำไปสู่การวิเคราะห์ต่าง ๆ นานา ในประเด็นที่ว่าจีนตั้งใจจะ “ตบหน้าฉาดใหญ่” ใส่ประธานาธิบดีบารัก โอบามาที่มาร่วมประชุมสุดยอด G-20 หรือไม่?
เพราะประธานาธิบดีปูตินแห่งรัสเซียลงจากเครื่องบิน เจ้าหน้าที่จีนจัดบันได VIP พาดลงอย่างสง่างาม
แต่ตอนโอบามาลงจาก Air Force One เจ้าหน้าที่จีนไม่เอาบันไดวีไอพีพาดให้ บังคับให้ผู้นำสหรัฐต้องลงทางช่องใต้ท้องเครื่องบิน ที่เรียกว่า “รูหนู” หรือ “ass exit” (ทางก้น)
ก่อนหน้านั้น ผู้นำอังกฤษ อินเดีย เกาหลีใต้และบราซิลที่มาถึงก่อนโอบามา ก็ได้รับการต้อนรับที่สนามบินด้วย “พรมแดง” เช่นกัน
นักวิเคราะห์มะกันบางคนถึงกับบอกว่า “สงสัยการที่บังคับให้โอบามาต้องลงจาก Air Force One ทางประตูท้องเครื่องบิน ก็เพื่อให้เห็นภาพความทุลักทุเลของมหาอำนาจอย่างสหรัฐกระมัง”
นักข่าวอังกฤษของ Guardian ส่งข่าวไปพาดหัวว่า เป็นความจงใจของเจ้าหน้าที่จีน ที่จะตบหน้าโอบามา “deliberate snub” กันทีเดียว
วิจารณ์กันอึงมี่ว่าเรื่องอย่างนี้ย่อมมิใช่ “อุบัติเหตุ” เพราะในวิถีปฏิบัติของรัฐบาลจีนนั้น เรื่องต้อนรับขับสู้ระดับโลกเช่นนี้ ย่อมมีการวางแผนในทุกรายละเอียดอยู่แล้ว กรณีโอบามาจะเกิดเพราะความผิดพลาดพลั้งเผลอของเจ้าหน้าที่ไม่กี่คนย่อมเป็นไปไม่ได้
มิหนำซ้ำ ยังมีกรณีเผชิญหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว กับเจ้าหน้าที่จีนที่เกิดเสียงโล้งเล้งดังสนั่น
ขณะที่คณะนักข่าวที่ติดตามโอบามา ออกันอยู่ใต้ปีกเครื่องบินเพื่อถ่ายรูป ผู้นำอเมริกันลงจากเครื่องบินประจำตำแหน่ง (อันเป็นวิถีปฏิบัติปกติ) เจ้าหน้าที่จีนก็สั่งห้ามขยับผ่านเทปสีฟ้า ที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยฝ่ายจีนยืนกั้นขวางไว้
ผู้ช่วยฝ่ายสื่อของทำเนียบขาว เดินไปบอกกับเจ้าหน้าที่จีนว่าทำอย่างนั้นไม่ได้ เพราะคณะนักข่าวสหรัฐจะต้องทำหน้าที่ถ่ายรูป และรายงานการมาถึงเมืองจีนของโอบามา พร้อมสำทับว่า
“นี่เป็นประธานาธิบดีสหรัฐ และนี่คือเครื่องบินของสหรัฐ”
แต่ฝ่ายจีนโต้กลับด้วยการตะโกนใส่หน้าเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวว่า “นี่คือประเทศจีน และนี่คือสนามบินจีน”
นักข่าวที่เห็นเหตุการณ์บอกว่าขณะนั้น ซูซาน ไรซ์ ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของโอบามา ยืนอยู่ตรงที่เกิดเรื่องเริ่มจะหงุดหงิด เธอและรองที่ปรึกษาความมั่นคงทำเนียบขาวชื่อเบนจามิน โรดส์ เดินลอดใต้เทปสีฟ้าที่กั้นนักข่าว เพื่อไปยืนรอประธานาธิบดีเดินลงจากเครื่องบิน
แต่ทั้งสองก็ถูกเจ้าหน้าที่จีนคนเดียวกันนั้นไปสกัดให้หยุดด้วยเสียงดังไปทั่ว
ฝ่ายจีนคงไม่รู้ว่า ซูซาน ไรซ์ เป็นใครจริงหรือ?
จีนเตรียมการเป็นเจ้าภาพ G-20 มาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี ทุกเม็ดของการเตรียมการถูกตรวจสอบอย่างละเอียดลออ เป็นไปได้หรือว่าในนาทีสุดท้าย บันไดวีไอพีสำหรับเครื่องบินของผู้นำสหรัฐจะเกิดเสียขึ้นมากระทันหัน...
และอยู่ดีๆ เจ้าหน้าที่จีนระดับสูงที่รู้จักหน้าตาของคนระดับรัฐมนตรี และที่ปรึกษาใหญ่ของโอบามาก็หายไปจากที่เกิดเหตุ?
หรือเป็นเพราะก่อนขึ้นเครื่องบินมาจีน โอบามาให้สัมภาษณ์ CNN ตอนหนึ่งว่า “จีนไม่ควรจะเบ่งกล้ามในความขัดแย้งในทะเลจีนใต้”?
หรือปักกิ่งกำลังส่งสัญญาณไปที่วอชิงตันสั้นๆ ดุๆ ว่า “ให้รู้เสียบ้างว่าไผเป็นไผ”!
จีนให้ความสำคัญกับเรื่องของ “หน้า” มากอยู่แล้ว การ “ให้หน้า” กับ “ไม่ไว้หน้า” จึงเป็นส่วนสำคัญของวิเทโศบายการเมืองระหว่างประเทศของปักกิ่งวันนี้





