วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน 2569

Login
Login

กับดักประชาธิปไตย

กับดักประชาธิปไตย

สถานการณ์การเมืองของไทย ดูเหมือนจะเริ่มร้อนแรงขึ้นมาอีกครั้ง

 หลังจากขั้นตอนการยกร่างรัฐธรรมนูญ เริ่มเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายก่อนการทำประชามติ โดยประเด็นถกเถียงต่อร่างรัฐธรรมนูญที่เป็นกระแสความเคลื่อนไหวส่วนมากเป็นประเด็นที่เกี่ยวกับอำนาจของนักการเมือง รวมทั้งการเข้าสู่อำนาจและการใช้อำนาจทางการเมืองของนักการเมือง ส่วนประเด็นอื่นที่เป็นเรื่องทางสังคมหรือเรื่องอื่นๆมักจะไม่ได้รับการกล่าวถึงมากนัก โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวกับสิทธิของภาคประชาชน

ประเด็นที่กำลังร้อนแรงอยู่ในขณะนี้ คือที่มาของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) และที่มาของนายกรัฐมนตรี รวมทั้งบทเฉพาะกาลของร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่จะออกมานั้นมีบทบัญญัติอะไรเป็นการเฉพาะหรือไม่ แต่หากกล่าวโดยสรุปต่อข้อถกเถียงทั้งหมดต่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ สามารถแบ่งเป็นสองฝ่ายอย่างคร่าวๆคือฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย และประเด็นข้อถกเถียงที่มีเป็นรากฐานของข้อโต้แย้งในประเด็นต่างๆ ก็คือเรื่องของหลักการประชาธิปไตย ซึ่งจะพบว่าเป็นหลักการที่ใช้ในการถกเถียงในทุกเรื่อง

สำหรับฝ่ายที่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แม้ยังไม่ออกมาเป็นร่างสุดท้ายก็ตามที แต่ประเด็นหลักคือเป็นร่างรัฐธรรมนูญที่มีเป้าหมายเพื่อปฏิรูปการเมืองใหม่ รวมทั้งปฏิรูปด้านอื่นๆของประเทศด้วย ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีข้อยกเว้นเพื่อให้ภาระกิจสำคัญ คือการปฏิรูปประเทศเดินหน้าต่อไปได้ แม้ว่าหลักการบางอย่างไม่เป็นประชาธิปไตย แต่ก็ถือว่าเกิดขึ้นในช่วงเปลี่ยนผ่านเท่านั้น เพื่อให้ภาระกิจการปฏิรูปสามารถเดินหน้าต่อไปได้ เพราะหาไม่แล้วการแก้ปัญหาการเมืองด้วยการปฏิวัติก็จะ“เสียของ”

แต่สำหรับฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย ช่วงระยะเปลี่ยนผ่านอาจยากนานเกินไป หรือ อาจเรียกได้ว่าเป็นการ“สืบทอดอำนาจ” ในขณะที่สังคมไทยต้องเดินหน้าเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยเท่านั้น รวมถึงกระบวนการทางการเมืองทั้งหมด ดังนั้นหากมีหลักการใดที่เห็นว่าไม่เป็นประชาธิปไตยก็จะถูกมองด้วยความสงสัยว่าเป็นความพยายามสืบทอดอำนาจทางการเมืองของผู้ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิวัติรัฐประหาร ดังนั้นทางออกเพื่อแก้ปัญหาประเทศในระยะยาวคือต้องวางระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์เท่านั้น

ดังนั้นหากติดตามประเด็นข้อขัดแย้งในขณะนี้ และเกิดความกังวลว่าอาจจะนำไปสู่ความขัดแย้งรุนแรงครั้งใหม่ได้โดยง่าย ซึ่งนั่นอาจทำให้การเมืองไทยยังวนเวียนกับปมความขัดแย้งเดิมที่มีมานาน ทั้งรัฐบาลที่มาจากการปฏิวัติและจากการเลือกตั้ง นั่นคือ ความเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงของการเมืองไทย โดยที่ผ่านมา การอ้างถึง“ความแท้จริง”ของระบอบประชาธิปไตยไทยนั้นถือเป็นต้นเหตุใหญ่ทำให้ความขัดแย้งลุกลามบานปลาย แม้แต่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งก็เผชิญกับปัญหานี้มาแล้ว

หากย้อนกลับไปไกลถึงช่วงเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งจะเห็นว่าประชาธิปไตยไทยได้พัฒนามากว่า 80 ปีแล้ว แต่ทุกวันนี้เรายังมาถกเถียงในประเด็นที่เป็นปัญหามานานในสังคมไทยกว่าครึ่งศตวรรษ นั่นคือประชาธิปไตยที่ีแท้จริง แต่หากเปรียบเทียบการพัฒนาประชาธิปไตยของไทยที่ยังไม่ถึง 100 ปี เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศพัฒนาแล้วที่มีอายุยาวนานนับร้อยปี เราก็ยังถือว่าอยู่ในช่วงของการปรับแก้ไขให้เหมาะสมกับสังคมไทย ซึ่งย่อมเกิดความขัดแย้งขึ้นในสังคม

อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งที่กำลังจะเกิดขึ้นกับร่างรัฐธรรมนูญใหม่ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่าการเมืองไทยยังเผชิญกับปัญหาเดิม นั่นคือกับดักประชาธิปไตย ซึ่งเรายังวนเวียนกับเรื่องเดิมที่ยังหาทางออกไม่ได้ ซึ่งแน่นอนว่ายังไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าเราจะหลุดพ้นกับดักเรื่องนี้กันเมื่อไร แต่หากดูสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้เราเชื่อว่าจะอยู่ไปอีกนาน เพราะเราจะหลุดพ้นกับดักได้ คนไทยจำเป็นต้องเรียนรู้และปฏิบัติ หรือที่เรียกว่ามีสำนึกประชาธิปไตยที่แท้จริงเท่านั้น