ถ้า โดนัล ทรัมพ์ ได้รับการเลือกจากพรรครีพับบลิกัน ให้เป็นตัวแทนพรรค
ในการชิงชัยตำแหน่งประธานาธิบดี การเมืองโลกคงจะจ้าละหวั่นพอสมควร
เพราะเศรษฐีธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ปากโป้งคนนี้ สามารถพูดอะไร ทำอะไรที่ผิดหลักผิดเกณฑ์ทุกอย่างได้หมด โดยไม่ต้องแสดงความรับผิดชอบ
ล่าสุดคือคำประกาศของเขาว่า รัฐบาลสหรัฐควรจะห้ามคนมุสลิมเข้าประเทศทั้งหมด จนกว่ารัฐสภาจะหามาตรการที่เขาเห็นว่าเหมาะสมได้
ปฏิกิริยาจากทั้งในประเทศและทั้งโลก ออกมาประณามทรัมพ์กันอย่างรุนแรง เพราะการพูดอย่างนั้นเป็นการแสดงถึงความไร้สำนึกของความเป็นคน ไม่ต้องพูดถึงในฐานะที่เสนอตัวเองเป็นผู้นำของประเทศมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลก
ก่อนหน้านี้ทรัมพ์ก็พูดจาเลอะเทอะมากมายหลายเรื่อง จนเป็นที่ประจักษ์ว่าเขาไม่สามารถจะทำหน้าที่เป็นผู้นำของประเทศได้
แต่ปรากฏการณ์ที่นักวิเคราะห์การเมืองสหรัฐยังงุนงงอยู่ก็คือ ยิ่งทรัมพ์พูดอะไรที่บ้าระห่ำมากเท่าไหร่ คะแนนนิยมในโพลล์ต่าง ๆ ก็สูงขึ้นไปเรื่อย ๆ
การเมืองสหรัฐกำลังจะเพี้ยนหนักได้ขนาดนั้นหรือ?
โพลล์ล่าสุดที่ทำโดย CNN/WMUR ถามความเห็นคนรัฐนิวแฮมเชอร์ ซึ่งจะเป็นรัฐแรกที่จะมีการ “เลือกตั้งเบื้องต้น” หรือ primary ก่อนรัฐอื่นในต้นปีหน้า 32% บอกว่าสนับสนุนทรัมพ์ (เพิ่มขึ้นจากเมื่อเดือนกันยายน 6%)
ขณะที่ Marco Rubio สมาชิกวุฒิสภาจากรัฐฟลอริด้า มาอันดับสองด้วยคะแนนนิยม 14% (เพิ่มจากเดิม 5%)
อันดับสามคือ ผู้ว่าฯรัฐนิวเจอร์ซี Chris Christie ที่ 9%
ตามมาด้วยผู้อดีตผู้ว่ารัฐฟลอริด้าเจ๊ป บุช 8% ซึ่งก็สร้างความประหลาดใจให้กับผู้สังเกตการณ์ไม่น้อย เพราะทั้งพ่อและพี่ก็เคยเป็นประธานาธิบดีมาก่อนแล้ว และเป็นตระกูลที่มีทั้งอิทธิพล และบารมีกว้างขวางในวงสังคมการเมืองมะกัน แต่ก็ถูกนักธุรกิจจอมดราม่าอย่างทรัมพ์ทิ้งห่างไม่เห็นฝุ่น
อดีตนายแพทย์เบน คาร์สันที่เดิมเคยอยู่เบอร์สองลงมาเหลือ 5%
ถ้าบอกว่าโพลล์นี้ทำก่อนที่ทรัมพ์ออกวาทะร้อนแรงล่าสุด แต่โพลล์ตามหลังมาก็ยังสะท้อนแนวโน้มเดิม นั่นคือคะแนนนิยมของเขาในหมู่คนมีสิทธิเลือกตั้ง ที่ถือว่าตัวเองเป็นรีพับบลิกันก็ยังนำโด่งอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง
เว็บไซต์์ Huffington Post เคยนำเสนอกิจกรรมของทรัมพ์ในการหาเสียงครั้งนี้อยู่ในส่วนของ “ข่าวบันเทิง” แต่หลังจากคำประกาศล่าสุด บรรณาธิการก็ออกแถลงการณ์ประณามเขาอย่างรุนแรง พร้อมยืนยันว่าจะเกาะติดข่าวของทรัมพ์อย่างไม่ลดละในเรื่องการเมือง
เพราะเห็นว่าพฤติกรรมของทรัมพ์ไม่ใช่เรื่อง “ตลกร้าย” เฉย ๆ อีกต่อไป
ทรัมพ์เคยบอกว่าจะสร้างกำแพงตรงชายแดนกับเม็กซิโก “เพราะเม็กซิโกส่งอาชญากรและนักข่มขืนผู้หญิงเข้าอเมริกา”
เขาเคยประกาศว่าอเมริกาต้องเก็บภาษีสินค้าจีนแพงเป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้จีนแย่งตลาดจากสหรัฐ
ทรัมพ์พูดอะไรที่ไม่ต้องรับผิดชอบเพียงเพื่อจะได้เป็นข่าว และอ้างว่าเขาคือตัวแทนของชาวบ้านธรรมดาที่ไม่มีโอกาสแสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา
แต่ผู้คนทั้งโลกก็เริ่มจะหวั่นไหวว่า คนอเมริกันจำนวนหนึ่งจะต้องการเลือกให้เขาเป็นผู้นำ หากเรื่องเหลือเชื่อเช่นนี้เกิดขึ้น โลกจะอลเวงแน่นอน
ถ้าทรัมพ์ได้รับเลือกจากคนของพรรครีพับบลิกัน ให้เป็นตัวแทนเพื่อเข้าแข่งขันตำแหน่งประธานาธิบดีจริง ก็อาจจะต้องเจอกับ ฮิลลารี คลินตัน ที่กำลังเป็นตัวเก็งของพรรคเดโมแครต
วาดภาพการหาเสียงและโต้วาทีระหว่างฮิลลารีกับทรัมพ์แล้ว ก็ยิ่งจะได้เห็นสิ่งที่ไม่เคยเห็นในการเมืองโลกมาก่อน
โลกจะเข้าสู่ยุค “บ้าก็บ้าวะ” จริง ๆ แล้วหรือนี่?

