ทำไมจึงมีคนบางกลุ่มออกมาโวยวาย เมื่อมีข้อเสนอให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่
กำหนดบทลงโทษนักการเมืองที่โกงกินบ้านเมือง ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองตลอดชีวิต?
ทำไมจึงมีคนบอกว่าการมีบทบัญญัติอย่างนั้นเป็นการ “กลั่นแกล้ง” นักการเมือง? หรือเป็นการ “กีดกัน” นักการเมือง?
ทำไมพวกเขาไม่มองว่านักการเมืองฉ้อฉลคดโกงนั้นต่างหากที่เป็นผู้ทำร้ายบ้านเมือง และสมควรจะต้องถูกลงโทษอย่างเด็ดขาด เพื่อยกระดับและมาตรฐานการเมืองของประเทศ?
ปัญหาของเมืองไทยทุกวันนี้ส่วนใหญ่มาจากคอร์รัปชันในรูปแบบต่างๆ และนักการเมืองเป็นส่วนสำคัญของการสร้างปัญหานั้นจนกลายเป็น “วัฒนธรรมการโกงกิน” ที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องธรรมดาไป
หากเรายอมให้นักการเมืองที่ฉ้อฉลลอยนวลหรือคิดว่าสามารถหลบเลี่ยงได้ หรือแม้จะผิดแล้วก็สามารถ “วิ่งเต้น” ให้หลุดได้ ก็อย่าได้หวังว่าเราจะสามารถ “ปฏิรูป” ประเทศนี้ให้พ้นจากความเป็นประเทศด้อยพัฒนาด้านจริยธรรม
เราไม่ต้องอ่านการจัดลำดับเรื่องคอร์รัปชันระหว่างประเทศทุกปี ที่ตอกย้ำถึงภาพลักษณ์ที่ย่ำแย่ของเราในเรื่องนี้ คนไทยกันเองรู้ดีว่าพฤติกรรมทุจริตประพฤติมิชอบนั้น ได้ซึมเข้าถึงทุกอณูของสังคมไทยเพราะค่านิยม “นับถือคนรวย” โดยไม่สนใจว่าความมั่งคั่งนั้นได้มาด้วยวิธีใดมาจากความชั่วร้ายของคนในแวดวงมีอำนาจทางการเมือง
ถ้าเราไม่ลงโทษนักการเมืองที่คดโกงอย่างจริงจัง ก็เท่ากับว่าเราเปิดทางให้พวก “ศรีธนญชัย” มาปกครองบ้านเมือง และพวกเขาก็จะวนเวียนกันมาสูบเลือดของประชาชน ใช้วิธีการอำพรางต่าง ๆ เพื่อทำให้ตนหรือพวกตนอยู่ในอำนาจอย่างต่อเนื่องยาวนาน
ใครที่เข้ามาในวงการเมืองต้องมีสำนึกเรื่อง “เสียสละ” เพื่อประโยชน์ส่วนรวม แต่สิ่งที่เราเห็นคือคนที่เข้ามาเล่นการเมืองมักจะคิดหาวิธีการ “แสวงหาประโยชน์” ด้วยวิธีการแยบยลต่าง ๆ จนกลายเป็นว่าการ "กินตามน้ำ” เป็นเรื่องปกติ ใครไม่ทำเป็นคนโง่
ค่านิยมที่อันตรายมากคือคนโกงแล้วไม่ถูกจับ หรือถูกจับได้แต่วิ่งเต้นให้หลุดได้คือคนเก่งจริง ส่วนคนโกงแล้วถูกจับได้คือคนโง่หรือคนขาดความสามารถในสังคมไทย
รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จึงควรจะต้องกำหนดเรื่องนี้ไว้อย่างชัดเจน เพราะหากเราไม่ลงโทษนักการเมืองคอร์รัปชันให้หนัก ห้ามเล่นการเมืองตลอดชีวิต นักการเมืองประเภทฉ้อฉลก็จะหาทาง “ตีความ” กฎหมายให้เข้าข้างตนเองและพวก
เพราะมีตัวอย่างมาแล้วว่าแม้รัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 จะกำหนดเอาไว้ค่อนข้างเคร่งครัดในเรื่องนี้ อีกทั้งยังมีองค์กรอิสระเพื่อตรวจสอบการทำงานของผู้มีอำนาจอย่างรอบด้าน แต่แล้วประสบการณ์จริงก็สอนเราว่าพวกฉ้อฉลสามารถสร้างกลไกหลบเลี่ยง การตรวจสอบและช่วยเหลือคนโกงคนทุจริตได้เหมือนเดิม
มาตรฐานสากลคือการปราบนักการเมืองคดโกงและลงโทษอย่างจริงจัง หากไทยเราจะไม่ถูกจัดลำดับให้อยู่ในข่ายด้อยพัฒนาเรื่องนี้ ก็จะต้องสำแดงให้เห็นว่าเราจะเอาจริงกับเรื่องคอร์รัปชัน และพฤติกรรมทุกประเภทที่เกี่ยวกับเรื่อง “ผลประโยชน์ทับซ้อน”
หากเราจะสร้างประชาธิปไตยอย่างจริงจัง ก็ต้องเริ่มด้วยการที่จะต้องมีมาตรการไม่ให้นักการเมืองซื้อเสียง เพื่อให้ตัวเองเข้ามาอยู่ในอำนาจ เพราะหากเรายอมให้โกงเลือกตั้งได้ ซื้อเสียงได้ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม เขาก็จะเข้ามามีตำแหน่งในรัฐบาลเพื่อตักตวงผลประโยชน์ เพื่อรักษาฐานอำนาจของตนไว้ให้ยาวนานที่สุด
หากนักการเมืองโกงกินถูกห้ามเล่นการเมืองตลอดชีวิต... ใครที่คิดจะเข้ามาอาสาทำงานให้ประชาชน และหวังจะสร้างความร่ำรวยในทางที่ผิดก็จะต้องใคร่ครวญอย่างหนักก่อน
เพราะคนโกงจะต้องไม่มีที่ยืนในสังคมไทยไม่ว่าจะระดับไหน


