วันพุธ ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

หมดเวลา'ทองคำ'ช่องอนาล็อก

หมดเวลา'ทองคำ'ช่องอนาล็อก

อุตสาหกรรมโทรทัศน์ เริ่มส่งสัญญาณการเปลี่ยนแปลงให้เห็นชัดขึ้น ทั้งฝั่ง "ผู้ชม" และ "งบโฆษณา"

             จากตัวแปรสำคัญ "ทีวีดิจิทัล" 21 ช่องใหม่เริ่มออกอากาศในเดือนเม.ย.2557 พร้อมช่องทีวีอนาล็อกรายเดิม (ช่อง3,5,7,9, ไทยพีบีเอส) ที่ออกอากาศคู่ขนานระบบดิจิทัล 

          ผลสำรวจการรับชมทีวีของครัวเรือนไทยโดย สำนักงาน กสทช. และ นีลเส็น ประเทศไทย มีตัวเลขที่น่าสนใจ เริ่มจากสรุปผู้ชมทีวีปี 2557 ของ 23 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ แบ่งออกเป็นช่องทางโทรทัศน์ภาคพื้นดิน หรือระบบอนาล็อกรับชมผ่านเสาอากาศหนวดกุ้ง/ก้างปลา มีสัดส่วน 22% ส่วนช่องทางเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียม 78%

            หากพิจารณาช่องทางการรับชมผ่านเคเบิลและดาวเทียม ซึ่งเป็นช่องทางหลักรับชมทีวีดิจิทัล นับจากเดือนเม.ย.2557 ถึง ม.ค.2558  ผู้ชมทีวีดิจิทัล 21 ช่องใหม่ ครองสัดส่วนผู้ชม"เพิ่มขึ้น"  4 เท่า จาก 7% เป็น 24% หรือจาก 4-5 ล้านคนเป็น 14.5 ล้านคน

            ส่วนช่องทีวีอนาล็อกเดิม 6 ช่อง มีสัดส่วนผู้ชม "ลดลง" ต่อเนื่องนับจากเดือนเม.ย.2557 ที่ครองส่วนแบ่งผู้ชม 93%  เดือน ม.ค.2558 อยู่ที่ 76% หรือ ลดลง 20% 

            ขณะที่การใช้งบโฆษณาผ่านสื่อทีวีปีก่อน นีลเส็น รายงานว่าทีวีอนาล็อก มีมูลค่า 63,775 ล้านบาท ลดลง 8%  เคเบิล/ทีวีดาวเทียม 7,177 ล้านบาท ลดลง 39%  และทีวีดิจิทัล 12,071 ล้านบาท

            เริ่มต้นปี2558 นีลเส็น สรุปงบโฆษณาทีวี ม.ค. พบว่าทีวีอนาล็อก (ช่อง3,5,7,9, เอ็นบีที) มีมูลค่า 4,248 ล้านบาท ลดลง 9.85%  เทียบม.ค.ปีก่อน  ส่วนช่องเคเบิล/ดาวเทียม 300 ล้านบาท ลดลง 62% ขณะที่โฆษณาทีวีดิจิทัล 21 ช่องใหม่ มูลค่า 2,510 ล้านบาท  

            สมาคมมีเดียเอเยนซีและธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย (MAAT) วิเคราะห์สถานการณ์ต้นทุนการใช้งบโฆษณาทีวีปี 2558 โดยพิจารณาจากราคาโฆษณาและเรทติ้งผู้ชม ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนโฆษณาต่อเรทติ้ง (Cost Per Rating Point หรือ CPRP) กล่าวคือ หากมีผู้ชมจำนวนมากต้นทุนโฆษณาต่อเรทติ้งจะต่ำลง ทำให้การใช้งบโฆษณาคุ้มค่ามากขึ้น

            ปีนี้ต้นทุนราคาโฆษณาทีวีอนาล็อก เพิ่มขึ้น 1% ขณะที่ผู้ชมลดลง 4-5% ทำให้ CPRP เพิ่มขึ้น 5%  ส่วนเคเบิลทีวี/ดาวเทียม ไม่ปรับราคา แต่ผู้ชมลดลง  20% ต้นทุน CPRP เพิ่มขึ้น 20%  ด้านทีวีดิจิทัล  ปรับขึ้นค่าโฆษณาเฉลี่ย  40% ส่วนผู้ชมเพิ่มขึ้น 30% ทำให้ CPRP เพิ่มขึ้น 20%

            ตัวเลขการปรับขึ้นราคาโฆษณาทีวีอนาล็อกในอัตรา 1% หรือเรียกว่าแทบไม่ปรับราคา สถานการณ์เช่นนี้มีให้เห็นไม่บ่อย เว้นแต่ในช่วงที่เกิดวิกฤติต่างๆ โดยปกติ "ทีวีอนาล็อก" จะปรับราคาเฉลี่ย 7-10% ทุกปี  ปัจจุบันราคาโฆษณา Rate Card ช่วงไพรม์ไทม์ละครค่ำสูงสุดช่อง 7 นาทีละ 5 แสนบาท ส่วนช่อง 3 นาทีละ 4.5 แสนบาท 

            รูปแบบการปรับราคาโฆษณาสื่อทีวีทุกประเภท คือการปรับ "ลด" ส่วนลดจากราคา Rate Card ปัจจุบัน ทีวีดิจิทัล ให้ส่วนลดในอัตราสูง เพราะอยู่ในช่วงเริ่มต้นออกอากาศ แต่หลายช่องผู้นำเรทติ้งสามารถกำหนดราคาโฆษณาได้ในอัตราสูงเช่นกันที่ระดับ 2 แสนบาทต่อนาที เมื่อมีเรทติ้งผู้ชมเพิ่มขึ้นจะทยอยปรับลด "ส่วนลด"ราคาโฆษณาลง   

            จากการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมทีวีขณะนี้ ที่มีช่องทีวีดิจิทัล รูปแบบฟรีทีวี...ดูฟรี เข้ามาเป็นตัวเลือกให้ผู้ชมมากขึ้น และทุกช่องต่างลงทุนพัฒนาเนื้อหารายการด้วยเม็ดเงินจำนวนมากระดับ 500-1,000 ล้านบาทต่อช่องต่อปี 

            แม้ขณะนี้ ทีวีอนาล็อกยังครองเรทติ้งและโฆษณาเป็นหลัก แต่สมรภูมิการแข่งขันสื่อทีวีจากนี้ จะชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ว่า "ช่องใด" จะครอบครองผู้ชมและเม็ดเงินโฆษณาทีวีปีละ 8 หมื่นล้านบาทไว้ได้สูงสุด

            การเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น จากเรทติ้งช่องอนาล็อก "ลดลง" ขณะที่ช่องดิจิทัล"เพิ่มขึ้น" สะท้อนว่าฟรีทีวีในยุคใบอนุญาต  ทำให้ "เวลา" ที่มีอย่างจำกัดของช่องทีวีอนาล็อก ไม่มีมูลค่าเป็น "ทองคำ" เหมือนในยุคสัมปทานที่ผ่านมาอีกต่อไป