วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน 2569

Login
Login

ทุจริตระดับชาติ สูงกว่าท้องถิ่น?

ทุจริตระดับชาติ สูงกว่าท้องถิ่น?

วันก่อนมีการเผยแพร่ดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชัน ประจำปี 2557 พร้อมประกาศผลคะแนนภาพลักษณ์คอร์รัปชันโลก

ประจำปี2557

ปรากฏว่าประเทศไทยดูดีขึ้นในสายตาชาวโลก คือได้อันดับ85จาก175ประเทศ ดีขึ้นกว่าปีที่แล้วที่ได้อันดับ102ทั้งยังมีคะแนนความโปร่งใสดีขึ้นเล็กน้อย จาก35เป็น38คะแนน

คะแนนที่ว่าดีขึ้นนั้น เป็นคะแนนเทียบกับตัวเอง ก็นับว่าน่าภูมิใจนิดหน่อย แต่หากดูคะแนนเต็มแล้วจะตกใจ คือ คะแนนเต็ม100เราได้แค่38คะแนน และประเทศที่ได้คะแนนอันดับต้นๆ ก็มีคะแนนสูงกว่า90คะแนน

จะเห็นได้ว่าการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน ยังเป็นการบ้านข้อใหญ่ของรัฐบาลชุดนี้และชุดต่อๆ ไป

ข้อมูลดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชัน จัดทำโดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติหรือTransparency Internationalซึ่งเป็นองค์กรอิสระนานาชาติที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อรณรงค์แก้ไขปัญหาคอร์รัปชันและมีเครือข่ายใน 120 ประเทศทั่วโลก

แต่นั่นก็ยังเป็นแค่ภาพลักษณ์ในลักษณะ“เทศมองไทย”หรือมองจาก“ข้างนอก”เข้ามา“ข้างใน”(Outside in) คำถามคือแล้วข้อมูลที่สะท้อนมุมมองของคนไทยด้วยกันเองล่ะ มีหรือไม่?

คำตอบก็คือ“มี”โดยข้อมูลชุดล่าสุดเป็นข้อมูลผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนคนไทยทั่วประเทศของสำนักวิจัยและพัฒนา สถาบันพระปกเกล้า ซึ่งข้อใหญ่ใจความต้องการวัด“อุณหภูมิประชาธิปไตยไทย”แต่เนื่องจากเป็นแบบสำรวจแนววิจัยเชิงลึก จึงมีคำถามค่อนข้างหลากหลาย รวมทั้งเรื่องคอร์รัปชัน และมุมมองของประชาชนต่อปัญหาอื่นๆ ด้วย

ในประเด็นที่ว่า การคอร์รัปชันในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีมากน้อยขนาดไหน พบว่า กลุ่มตัวอย่างร้อยละ20.2ตอบว่าไม่มีใครเกี่ยวข้องเลย ร้อยละ42.2มองว่ามีผู้เกี่ยวข้องไม่มาก ขณะที่ร้อยละ18.4มองว่า อปท.เกี่ยวข้องกับการทุจริตเป็นส่วนใหญ่ และร้อยละ6.6ที่เห็นว่า อปท.ทุจริตสุดๆ

ทั้งนี้ เมื่อเทียบกับมุมมองระดับประเทศหรือระดับชาติ พบชุดข้อมูลที่เปลี่ยนไป โดยกลุ่มตัวอย่างร้อยละ12.8เห็นว่าไม่มีใครเกี่ยวข้องกับการทุจริต ร้อยละ40.3เห็นว่ามีผู้เกี่ยวข้องไม่มาก ขณะที่ร้อยละ25.8เห็นว่าส่วนใหญ่คอร์รัปชัน และร้อยละ8.2เชื่อว่าคอร์รัปชันกันทุกคน ทุกองค์กร

นี่คือความต่างที่สะท้อนว่ามุมมองของประชาชน ยังมองการคอร์รัปชันระดับชาติเป็นปัญหาใหญ่ และมีดีกรีการทุจริตสูงกว่าระดับท้องถิ่นเสียอีก ซึ่งจากชุดข้อมูลค่อนข้างสวนทางกับที่รัฐมนตรีบางคนในรัฐบาลพยายามบอกประหนึ่งว่า อปท.เป็นแหล่งทุจริตอันร้ายแรงที่สุด

ที่สำคัญคือประเด็นคำถามในการวิจัยที่ว่า“เคยประสบกับการคอร์รัปชันด้วยตัวเองหรือไม่”ปรากฏว่ากลุ่มตัวอย่างร้อยละ37.8ตอบว่าเคยเห็นด้วยตัวเอง และร้อยละ43บอกว่า ประสบเองเลย ซึ่งตัวเลขนี้สูงขึ้นกว่าการสำรวจครั้งก่อน สะท้อนว่าปัญหาคอร์รัปชันยังคงรุนแรงในบ้านเรา จากมุมมองของคนไทยด้วยกันเอง

อีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจ ก็คือ การให้ประชาชนเลือกระหว่างประชาธิปไตยกับการพัฒนาเศรษฐกิจ ว่าสิ่งไหนสำคัญกว่ากัน ผลปรากฏว่า ร้อยละ31เห็นว่าการพัฒนาเศรษฐกิจสำคัญกว่าแน่นอน ร้อยละ22.6เห็นว่า การพัฒนาเศรษฐกิจค่อนข้างสำคัญกว่า ขณะที่ร้อยละ16.7เห็นว่าประชาธิปไตยค่อนข้างสำคัญกว่า และร้อยละ11.5บอกว่าประชาธิปไตยสำคัญกว่าอย่างแน่นอน

มีเพียงร้อยละ5.9ที่ตอบว่าสำคัญเท่ากัน!

ทัศนคติข้อนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เปลี่ยนแปลงไปตามกระแสโลกทุนนิยม ที่การพัฒนาเศรษฐกิจเป็นเรื่องใหญ่และสำคัญกว่าทุกสิ่ง

โจทย์ข้อใหญ่ของรัฐบาลคงหนีเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจไปไม่พ้น แต่จะพัฒนาอย่างไรให้มีธรรมาภิบาล... นั่นดูจะเป็นโจทย์ที่ยากกว่าถึงยากที่สุด!