GPI ผนึก YDM Thailand พัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลและ Big Data

GPI ผนึก YDM Thailand พัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลและ Big Data

GPI ผนึก YDM Thailand พัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลมีเดียและ Big Data ดันการเติบโต ต่อยอดเปิดมิติใหม่งาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 40

‘บมจ.กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล’ หรือ GPI เซ็นสัญญา ‘วายดีเอ็ม (ไทยแลนด์)’ ผนึกความร่วมมือพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลมีเดีย เสริมศักยภาพการทำธุรกิจรับยุคดิจิทัล และนำ Big Data มาวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าที่ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับยานยนต์ เพื่อนำเสนอการใช้สื่อให้แก่ค่ายผู้ผลิตยานยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมวางแผนพัฒนาแอพพลิเคชั่นเพื่อเปิดมิติใหม่ให้แก่งาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 40 ที่เตรียมจัดขึ้นในวันที่ 27 มีนาคม – 7 เมษายน 2562 นี้

ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ GPI ผู้นำสร้างสรรค์การจัดกิจกรรมให้บริการข่าวสาร ข้อมูล สาระ เพื่อสร้างประสบการณ์ และความบันเทิงที่น่าประทับใจ ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ยานยนต์ เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้วางนโยบายพัฒนาธุรกิจด้านดิจิทัลมีเดียและการนำ Big Data มาใช้วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการดำเนินธุรกิจที่กำลังเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ยุคดิจิทัลและตอบสนองความต้องการด้านการทำกิจกรรมการตลาดให้แก่ลูกค้าในกลุ่มผู้ผลิตยานยนต์ให้มีประสิทธิภาพ โดยมีเป้าหมายเพิ่มรายได้และยกระดับบริษัทฯ ให้เป็นผู้นำการตลาดดิจิทัลมีเดียด้านยานยนต์

ทั้งนี้ บริษัทฯ จึงได้ลงนามสัญญาความร่วมมือโครงการพัฒนาดิจิทัลมีเดียร่วมกับ บริษัท วายดีเอ็ม (ไทยแลนด์) จำกัด หรือ YDM Thailand กลุ่มผู้ให้บริการด้านดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง โซลูชั่นครบวงจร เพื่อร่วมกันนำองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญมาใช้พัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลมีเดีย และสนับสนุนการทำงานด้านออนไลน์มาร์เก็ตติ้งในรูปแบบต่างๆ ให้แก่กรังด์ปรีซ์ฯ รวมถึงนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ต่อยอดเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้แก่ผู้เข้าชมงาน  Bangkok International Motor Show 2019 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 27 มีนาคม – 7 เมษายน 2562 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพค เมืองทองธานี

นายพีระพงศ์ เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการด้านผลิตสื่อ GPI กล่าวว่า บริษัทฯ เตรียมร่วมมือกับ YDM Thailand พัฒนาแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือ เพื่อเป็นช่องทางใหม่ในการนำเสนอข้อมูลให้แก่ผู้บริโภคที่ต้องการเข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ โดยนำ Big Data หรือฐานข้อมูลขนาดใหญ่มาใช้วิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคเกี่ยวกับยานยนต์ เพื่อนำข้อมูลเหล่านี้มาต่อยอดในการดำเนินธุรกิจและสามารถนำเสนอสื่อออนไลน์และออฟไลน์ให้แก่ค่ายผู้ผลิตยานยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมถึงนำเสนอบริการทางการตลาดรูปแบบใหม่ๆ เพิ่มเติมในอนาคต

           

“เรามองว่าในยุคปัจจุบันค่ายผู้ผลิตยานยนต์และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง มีความต้องการเลือกใช้สื่อ จัดกิจกรรมการตลาด และเข้าถึงพฤติกรรมผู้บริโภคแบบเฉพาะเจาะจง โดยการมีพันธมิตรที่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีดิจิทัลจะทำให้กรังด์ปรีซ์ฯ สามารถตอบโจทย์การเป็นผู้สร้างสรรค์สื่อและให้บริการกิจกรรมการตลาดเกี่ยวกับยานยนต์ได้อย่างครบวงจรและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น” นายพีระพงศ์ กล่าว

            

นายธนพล ทรัพย์สมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายดีเอ็ม (ไทยแลนด์) จำกัด หรือ YDM Thailand กล่าวว่า บริษัทฯ มีความต้องการรุกขยายการดำเนินธุรกิจด้านดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง เข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ จากปัจจุบันที่ให้บริการแก่ลูกค้าในธุรกิจกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค, การเงินการธนาคารและอสังหาริมทรัพย์ โดยมั่นใจว่าความร่วมมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับกรังด์ปรีซ์ฯ จะส่งผลดีต่อทั้ง 2 ฝ่าย เนื่องจากกรังด์ปรีซ์ฯ สามารถพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลมีเดียเพื่อให้บริการแก่ลูกค้า ขณะเดียวกัน YDM Thailand ก็สามารถขยายการให้บริการด้านดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง ให้แก่กลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ๆ เช่นในกลุ่มอุตสาหกรรมรถยนต์ด้วยเช่นกัน

           

ทั้งนี้ บริษัทฯ มีประสบการณ์ดำเนินธุรกิจให้บริการด้านดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง โซลูชั่นกว่า 10 ปี โดยมองว่าการให้บริการด้านดิจิทัล มาร์เก็ตติ้งและการทำ Big Data Analytics มีความสำคัญมากต่อการดำเนินธุรกิจในยุคปัจจุบัน เนื่องจากสามารถเข้าถึงผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ และสามารถนำมาฐานข้อมูลมาวิเคราะห์ เพื่อนำเสนอสื่อและวางแผนกิจกรรมการตลาด ส่งผลให้ภาคธุรกิจสามารถเลือกใช้สื่อเพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น

             

“ภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์และที่เกี่ยวเนื่อง ถือเป็นอุตสาหกรรมที่มีฐานข้อมูลเกี่ยวข้องกับผู้บริโภคเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก หากสามารถนำมาวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ จะนำมาใช้ประโยชน์กับการดำเนินธุรกิจให้ดียิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ยังพบว่ากลุ่มเป้าหมายที่ต้องการซื้อรถและจักรยานยนต์มีการค้นหาข้อมูลทางออนไลน์เป็นจำนวนมาก จึงเป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการใช้ช่องทางออนไลน์ในการดำเนินกิจกรรมทางการตลาดกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น” นายธนพล กล่าว