‘เปิดประเทศ’ ยังไปไม่สุด

‘เปิดประเทศ’ ยังไปไม่สุด

เปิดประเทศ 1 พ.ย. ยังไปไม่สุด สิ่งที่สำคัญไม่แพ้ความพยายามเดินสายเรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุน คือการสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนไทยด้วยกันเอง รัฐบาลควรใช้ช่วงเวลานี้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ส่งเสริมผู้ประกอบการ ควบคู่ไปกับการจัดมาตรการที่เข้มข้น

อีเวนท์การเปิดประเทศวันที่ 1 พ.ย. ที่ผ่านมา แม้จะสร้างความลิงโลดได้ชั่วครู่ กิจกรรมในประเทศได้ผ่อนคลายมากขึ้น แต่ผ่านมาเกือบจะครบสัปดาห์ มู้ดการเปิดประเทศดูไม่ค่อยคึกคักมากเท่าที่คาดไว้ อาจเป็นเพราะบางมาตรการเปิดประเทศไปได้ไม่สุดทาง ความกังวลการติดเชื้อในประเทศเพิ่มยังมี

ขณะที่ การลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติต้องใช้เวลา ความคาดหวังจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามา อาจไม่สามารถหวังได้มากขนาดนั้น เพราะต้องยอมรับว่า โควิดกระทบไปทั่วโลก ระบบเศรษฐกิจทุกประเทศวิกฤติ

บางประเทศไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้ มีข้อจำกัดที่อาจทำให้การเดินทางไม่สะดวก วิกฤติเศรษฐกิจทำให้การจับจ่ายของนักท่องเที่ยวลดน้อยลงตามไปด้วย รัฐบาลประเมินว่าช่วง 2 เดือนสุดท้ายนี้ มีความเป็นไปได้ว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศไทยอย่างน้อยวันละ 1 หมื่นคน หรือมากกว่าเป้าหมายที่ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดการณ์ไว้

ความพยายามเดินสายเรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุน รวมถึงทูต 10 ประเทศ นำโดย “สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์” รองนายกรัฐมนตรี เราเห็นด้วยว่า เป็นเรื่องจำเป็น โดยเฉพาะการใช้มาตรการจูงใจ สิทธิประโยชน์ต่างๆ ให้กลุ่มประชากรโลกที่มีความมั่งคั่งสูง ผู้เกษียณอายุจากต่างประเทศ กลุ่มที่ต้องการทำงานจากประเทศไทย และกลุ่มผู้มีทักษะเชี่ยวชาญพิเศษให้เข้ามาในประเทศได้สะดวก

รวมทั้งการให้สิทธิในการพำนักระยะยาว การเร่งเจรจากับนักลงทุนรายใหญ่เป็นรายบุคคล เพียงแต่ในทุกปฏิบัติการเรียกความเชื่อมั่น รัฐต้องพิจารณาให้รอบด้าน รอบคอบ ครบทุกมิติ ประเมินสิ่งที่ประเทศจะได้รับประโยชน์จากมาตรการเหล่านี้อย่างแท้จริง ที่สำคัญประเทศไทยต้องไม่เสียเปรียบ ส่วนมาตรการป้องกันหรือรับมือการแพร่ระบาดโควิดหลังการเปิดประเทศ รัฐยังต้องเดินหน้าสร้างความชัดเจนถึงวิธีการรับมือแบบพร้อมในทุกสถานการณ์ เร่งฉีดวัคซีนในพื้นที่กลุ่มเสี่ยง 

อีกสิ่งที่สำคัญมากกว่า คือ การสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนไทยด้วยกันเอง เป็นการเปิดประเทศจากข้างใน รัฐบาลต้องทำให้คนในประเทศเกิดความรู้สึกปลอดภัยให้ได้ด้วย เร่งกระตุ้นการท่องเที่ยว กระตุ้นการใช้จ่ายจากคนในประเทศด้วยกันเอง เราเชื่อว่าคนไทยอยากท่องเที่ยวในประเทศมาก 

หลังจากต้องอัดอั้นล็อกดาวน์มานานนับ 2 ปี รัฐบาลควรใช้ช่วงเวลานี้ สร้างความเชื่อมั่นควบคู่ไปกับการจัดมาตรการ ผ่อนปรนเงื่อนไขที่จำเป็นสำหรับผู้ประกอบการ รวมถึงธุรกิจที่อยากเปิดให้บริการในแบบ ที่สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนได้ มีการจ้างงานตามมา ผู้ประกอบการสามารถวางแผน หรือเริ่มกำหนดกลยุทธ์ เริ่มพลิกฟื้นธุรกิจให้เดินไปข้างหน้า รัฐต้องเร่งพยุง เยียวยา เพื่อให้ผู้ประกอบการลุกขึ้นสู้ได้เร็ว เมื่อความมั่นใจในประเทศมีพร้อม การออกไปสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนต่างชาติ จะยิ่งเพิ่มน้ำหนักดึงดูดการลงทุนเข้ามาในประเทศได้มากขึ้น