'ยาเถื่อน' อีกมหันตภัยร้าย ที่กำลังบุกรุกพรมแดน 'สุขภาพ'

'ยาเถื่อน' อีกมหันตภัยร้าย ที่กำลังบุกรุกพรมแดน 'สุขภาพ'
18 พฤษภาคม 2564
1557

ปัญหา "ยาเถื่อน" กำลังเป็นมหันตภัยร้ายสำหรับ "สุขภาพ" ฉะนั้นการสร้างความเข้มแข็งให้ผู้บริโภคให้ตระหนักถึงอันตรายของยาเถื่อนยาปลอม น่าจะเป็นเกราะป้องกันสุขภาพที่ดีที่สุดของคนไทย

ไม่ว่าระบบสาธารณสุขจะก้าวหน้าพัฒนาไปมากเท่าไหร่ แต่ดูเหมือน "ยาเถื่อน" อย่าง "สเตียรอยด์" และยาปลอมประเภท "ผีบอก" ก็ยังคงเป็นปัญหาส่งผลต่อ "สุขภาพ" ที่แฝงเร้นซุกซ่อนอยู่ในประเทศไทย และ สามารถเล่นแร่แปรธาตุ หลบหลีกการปราบปราม ขจัดไม่มีหมดสิ้น

เป็นที่รู้กันว่า "สเตียรอยด์" เป็นยาควบคุมพิเศษ เนื่องจากมีผลข้างเคียงสูง ต้องให้แพทย์เป็นผู้สั่งจ่ายเท่านั้น แต่สำหรับในตลาดยาเถื่อนแล้ว จากการตรวจสอบกลับพบว่า ยาอันตรายเหล่านี้มักมีสเตียรอยด์เป็นส่วนประกอบปะปนอยู่ถึงกว่าร้อยละ 90

โทษของ "สเตียรอยด์" ที่หลายคนอาจไม่รู้ นั่นคือการทำลายการทำงานของระบบภายในร่างกายโดยหากได้รับสเตียรอยด์เป็นเวลานานๆ จะเป็นอันตรายอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นแผลเลือดออกในกระเพาะ กระเพาะทะลุ กดภูมิคุ้มกันทำให้ติดเชื้อได้ง่าย กระดูกบางและผุ รวมทั้งทำให้เกิดอาการบวมน้ำ ความดันโลหิตสูง กล้ามเนื้อไม่มีแรง

นอกจากนี้ ปัญหาการใช้ยาสเตียรอยด์อาจส่งผลให้เกิดผู้ป่วยโรคไต และเสียชีวิตจากอาการไตวายเฉียบพลัน จึงเป็นเหตุผลที่แพทย์จะสั่งจ่ายสเตียรอยด์เฉพาะกรณีที่จำเป็นเท่านั้น

ด้วยเพราะผู้บริโภคมีความรู้ไม่เท่าทัน กอปรกับชีวิตที่ต้องไกลมดไกลหมอ ทำให้ประชาชนตาดำๆ ที่มีโอกาสเสพข้อมูลน้อยในพื้นที่ชุมชนห่างไกลทั่วไทย จึงเลือกที่จะหยิบยาเถื่อนใต้ดินที่มีส่วนผสมสเตียรอยด์หรือยาปฏิชีวนะ ที่ราคาค่าตัวไม่กี่สิบบาท หวังมาบรรเทาความเจ็บปวดร่างกาย

โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้แรงงานหรือผู้สูงอายุที่มีความป่วยไข้ตามวัยแก่ชรา แต่หารู้ไม่ว่า การได้รับสเตียรอยด์เป็นระยะเวลานานหรือมากเกินไปนั้น หากไม่ต้องฟอกไตไปทั้งชีวิต ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงถึงขั้นเสียชีวิตได้

162124543016

เป็นเวลามากกว่าทศวรรษแล้ว ที่ประเทศไทยพบ "ยาเถื่อน" ยาปลอมแทรกซึมเข้ามาต่อเนื่อง ไม่ว่าจะแฝงมาในรูปของ ยาลูกกลอน ยาผีบอก ยาเม็ด ยาน้ำ ยาทา บ้างก็มาด้วยหน้าตาเดิมๆ แต่ลีลาใหม่ รูปลักษณ์ใหม่ หรือแม้แต่มาในชื่อใหม่ และบรรจุภัณฑ์ใหม่ เรียกได้ว่าใช้สารพันกลยุทธที่จะสรรหาและแปลงร่าง

ปัญหายาเถื่อนยาปลอมไม่เพียงผลุบๆ โผล่ๆ อยู่เฉพาะในประเทศ แต่กำลังเป็นปัญหาอย่างหนัก เมื่อพบยาเถื่อนยาปลอมไร้คุณภาพเคลือบภัยเหล่านี้กำลังแพร่ระบาดหลั่งไหลเข้ามาเพิ่มความเสี่ยงมากขึ้นตามตะเข็บชายแดน โดยยาส่วนใหญ่มักมีส่วนผสมสเตียรอยด์ หรือปฏิชีวนะที่ผลิตในต่างประเทศและแอบลักลอบมาจำหน่ายตามพื้นที่ชายแดน

ภก.อิ่นแก้ว สิงห์แก้ว เภสัชกรชำนาญการกลุ่มงานเภสัชกรรมและคุ้มครองผู้บริโภค รพ.สมเด็จพระยุพราชเชียงของ ให้ข้อมูลว่า จากการลงพื้นที่เยี่ยมบ้านของผู้ป่วย ของกลุ่มงานเภสัชกรรมและคุ้มครองผู้บริโภค รพ.สมเด็จพระยุพราชเชียงของ ร่วมกับทีมสหวิชาชีพพบว่า มีผลิตภัณฑ์ยาที่มีฉลากที่ไม่ใช่ภาษาไทยและยาแก้ปวดกลุ่มสเตียรอยด์ที่บ้านผู้ป่วยหลายราย และเมื่อลงพื้นที่สำรวจและพูดคุยกับคนผู้ขายในพื้นที่ใกล้เคียง เช่น อำเภอเวียงแก่น ซึ่งพบว่ายาส่วนหนึ่งนำเข้าจากต่างประเทศมาจำหน่ายในตลาดนัดชายแดน ตลาดนัดพื้นที่ใกล้เคียง และกระจายวงกว้างไปยังจังหวัดอื่นๆ รวมถึงในกรุงเทพฯ ผ่านรถประจำทาง ขนส่งเอกชนและทางพัสดุไปรษณีย์

"ปัจจุบันมีผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากการใช้ยาปลอมยาเถื่อนเหล่านี้ ต้องฟอกไตที่โรงพยาบาลต่อเนื่องและมีจำนวนมากขึ้น บางรายใช้มานานจนไม่สามารถหยุดใช้ได้แล้ว เนื่องจากร่างกายไม่สามารถผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอลมาใช้ได้เอง ทำให้ผู้ป่วยหลายรายจำเป็นต้องกินสเตียรอยด์ตลอดชีวิต" ภก.อิ่นแก้ว เอ่ยเล่าขณะที่กำลังชี้ให้ดูผลิตภัณฑ์ยาปลอมที่วางจำหน่ายเอิกเกริกในตลาดนัดบ้านโละ

162124566561

จากข้อมูลการเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์ สุขภาพ หรือยาที่ไม่เหมาะสมจากต่างประเทศ (ยาชายแดน) ในพื้นที่ อ.เชียงของ .เชียงราย ตั้งแต่ ..2557-2562 โดยกลุ่มงานเภสัชกรรมและคุ้มครองผู้บริโภค รพ.สมเด็จพระยุพราชเชียงของ พบว่า ยาที่มีการจำหน่ายมาก 5 อันดับแรก ได้แก่

1.ยากลุ่มสเตียรอยด์ (Dexamethasone Prednisolone)

2.ยาแก้ปวดที่ไม่ใช่สเตียรอยด์

3.สเตียรอยด์ครีมสำหรับเป็นเครื่องสำอางค์

4.สเตียรอยด์ครีมสำหรับใช้ทั่วไป

5.ยาสมุนไพรผสมสเตียรอยด์

ด้วยผลกระทบจาก สุขภาพ ที่ประจักษ์ชัด จากจำนวนผู้ป่วยไม่ทราบสาเหตุมาที่โรงพยาบาลมากขึ้นทำให้ "กลุ่มงานเภสัชกรรมและคุ้มครองผู้บริโภค รพ.สมเด็จพระยุพราชเชียงของ" จึงริเริ่มการดำเนินการคุ้มครองสุขภาพประชาชนและแก้ไขปัญหาการใช้ยาสเตียรอยด์ที่ไม่เหมาะสมในพื้นที่ โดยทีมงานมีวิธีการทำงานแบบคู่ขนาน คือ การให้ความรู้ในชุมชนควบคู่ไปกับการใช้มาตรการทางกฎหมาย โดยประสานงานกับเจ้าของตลาดและประชาสัมพันธ์ให้ผู้ค้าในตลาดรับทราบถึงผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยง ร่วมกับเจ้าหน้าที่ รพ.สตลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน ให้ความรู้ในโรงเรียนผู้สูงอายุ และร่วมกับ อสม. เฝ้าระวังผลิตภัณฑ์ไม่เหมาะสมในชุมชน สำรวจร้านชำ รวมถึงการ MOU ร่วมกับหน่วยงานทางปกครอง ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ด่าน อย. เชียงของ ด่านควบคุมโรคเชียงของ รพ.สต. และประเทศเพื่อนบ้าน ในการเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์ข้ามแดนระหว่าง 2 พื้นที่ ไทย-ลาว เพื่อป้องกันควบคุมการลักลอบนำเข้าและการจำหน่ายในพื้นที่  

โดยผลจากกลไกการเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์สุขภาพหรือยาที่ไม่เหมาะสมจากต่างประเทศ (ยาชายแดน) ของกลุ่มงานเภสัชกรรมฯ ทำให้ผลิตภัณฑ์ยาต้นเหตุที่ก่อให้เกิดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพในพื้นที่เชียงของ ลดลงจากร้อยละ 100 ใน .. 2557 เหลือร้อยละ 20 ใน .. 2562  

ซึ่งงานนี้ยังมีแรงหนุนขับเคลื่อนพันธมิตรรายสำคัญ ที่ไม่ใช่ใครที่ไหน หากแต่คือสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่มองเห็นความสำคัญด้านงานคุ้มครองสุขภาพผู้บริโภค จึงเข้ามาร่วมหนุนเสริมการทำงานต่อเนื่อง

ชาติวุฒิ วังวล ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ สสส. กล่าวว่า ปัญหาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่เป็นอันตราย และการใช้ที่ไม่เหมาะสมจากการได้ข้อมูลและความรู้ความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องของผู้บริโภค เป็นปัญหาที่นำไปสู่การผลกระทบต่อ สุขภาพ และสูญเสียค่าใช้จ่ายของประชาชน  

"เชียงของ เป็นอีกหนึ่งพื้นที่มีความสุ่มเสี่ยงของยาอันตราย เนื่องจากเป็นพื้นที่รอยต่อ ซึ่งทำให้ยาอันตรายมักเล็ดรอดเข้ามา สร้างอันตรายผู้บริโภค สสส.จึงต้องการกระตุ้นให้คนทำงานด้านคุ้มครองผู้บริโภค สาธารณสุขในพื้นที่ ทำงานร่วมกัน เพื่อให้การขับเคลื่อนงานคุ้มครองผู้บริโภคที่มีทิศทางชัดเจน เพื่อสามารถแก้ปัญหาได้อย่างเฉียบขาดและฉับพลัน"

162124627168

สสส. จึงมียุทธศาสตร์ในการสร้างความเข้มแข็งให้กับกลไกการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อให้ประชาชนมีความสามารถและมีระบบและสังคมช่วยลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ โดยสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพองค์กรภาคประชาชนให้สามารถคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพได้อย่างมีคุณภาพ รวมถึงสนับสนุนการพัฒนามาตรการควบคุมเฝ้าระวังสินค้าและบริการที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพประชาชน เช่น ปัญหาจากสารเคมีในผลิตภัณฑ์อาหาร ยา ที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค อีกทั้งได้ร่วมกับศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.) สร้างความเข้มแข็งของกลไกเฝ้าระวังระบบยาในระดับพื้นที่และระดับภาค  สร้างและจัดการความรู้เพื่อการเฝ้าระวัง เตือนภัยสังคม เพื่อลดอันตรายจากความเสี่ยงดังกล่าว

"สำหรับการดำเนินงานของกลุ่มงานเภสัชกรรมฯ รพ.สมเด็จพระยุพราชเชียงของเป็นการดำเนินงานที่เข้มแข็งสอดรับกับแนวทางการดำเนินงานของ สสส. จึงยกระดับกลุ่มงานเภสัชกรรมฯ สู่การเป็น อำเภอต้นแบบการใช้ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพอย่างสมเหตุผลและปลอดภัย" ชาติวุฒิ กล่าว

หากสรุปปัจจัยที่ชาวบ้านเลือกซื้อบริโภค "ยาเถื่อน" แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

1. กลุ่มผู้สูงอายุและใช้แรงงานใช้ยาสเตียรอยด์แก้ปวดเพื่อให้สามารถทำงานต่อได้

2. กลุ่มวัยรุ่นใช้ยาครีมสเตียรอยด์ทาเพื่อให้ผิวขาว

3. กลุ่มประชาชนทั่วไปใช้ยาครีมสเตียรอยด์ในการแก้แพ้ แก้คัน

ภก.อิ่นแก้ว เอ่ยว่า ในการเฝ้าระวัง หากพบผู้ป่วยที่มาด้วยสองสาเหตุคือ บวมน้ำโดยไม่ทราบสาเหตุ กับเลือดออกในกระเพาะไม่ทราบสาเหตุ ต้องสันนิษฐานก่อนแล้วว่ามีการใช้ยาไม่ปลอดภัย

"ที่เป็นปัญหาคือพื้นที่ชายแดน เราไม่สามารถควบคุมพื้นที่ได้ทั้งหมด เนื่องจากเขาสามารถเข้าออกพื้นที่ได้ตลอดเวลา ในบางจุดไม่มีการตั้งด่าน ก็มีด่านธรรมชาติ วิธีเราพยายามเชื่อมคือหากยาตัวไหนเข้ามาก็จะประสานไปทางฝั่งนู้น ต้องยอมรับว่าเราไม่สามารถปิดประตูบ้านเราได้ เราต้องใช้วิธีอุดรอยรั่ว"

ด้าน ผศ.ภญ.ดร.นิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี ผู้จัดการศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.) กล่าวเสริมว่า พื้นที่ชายแดนเป็นพื้นที่พิเศษที่มีความอ่อนไหวด้าน สุขภาพ หลายส่วน  ส่วนหนึ่งที่เห็นชัดคือปัญหายาไม่เหมาะสมหรือยาลักลอบเข้ามา ในปีที่ผ่านมามีการพบ ยาเถื่อน เหล่านี้จำหน่ายอยู่ในตลาดแม่สอดถึงกว่าสองร้อยล้านเม็ด ปัญหายาไม่เหมาะสมในพื้นที่ชายแดนจึงเป็นปัญหาสำคัญ ที่ กพย. มองว่า ควรบรรจุอยู่ในนโยบายสุขภาพชายแดนควรด้วย

"ปัจจุบันประเทศไทยมี 89 ช่องทางใน 25 จังหวัดที่เป็นช่องทางชายแดนรอบประเทศ แต่เดิมเรื่องยาชายแดนไม่ได้อยู่ในประเด็นปัญหาสุขภาพชายแดน แต่ปัจจุบันเราพยายามผลักดันให้ปัญหาดังกล่าวเข้ามาในระบบ เชื่อมร้อยกันระหว่างฝั่งไทยและประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อร่วมกันช่วยแก้ปัญหาร่วมกัน ซึ่งเราได้เริ่มพัฒนาความร่วมมือประเด็นนี้กับประเทศลาวเป็นประเทศแรกในขณะนี้"

ท้ายที่สุด การสร้างความเข้มแข็งให้ผู้บริโภค ด้วยการกระตุ้นให้เกิดความรู้ความเข้าใจถึงการใช้ยาอย่างถูกวิธี รวมถึงตระหนักถึงอันตรายของยาเถื่อนยาปลอมเหล่านี้ น่าจะเป็นเกราะป้องกันสุขภาพที่ดีที่สุดของคนไทยในทุกพื้นที่

162124661563

162124673935

162124681622

162124683876

แชร์ข่าว :
Tags: