ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เป็นผลจากกลุ่มโอเปกพลัสดำเนินมาตรการปรับเพิ่มการผลิตอย่างระมัดระวัง

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เป็นผลจากกลุ่มโอเปกพลัสดำเนินมาตรการปรับเพิ่มการผลิตอย่างระมัดระวัง
5 พฤษภาคม 2564
717

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เป็นผลจากกลุ่มโอเปกพลัสดำเนินมาตรการปรับเพิ่มการผลิตอย่างระมัดระวัง เหตุการณ์เรือเกยตื้นขวางการเดินเรือในคลองสุเอซ รวมถึงความกังวลต่อการระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอก 3 ในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรปและอินเดีย

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เป็นผลจากกลุ่มโอเปกพลัสดำเนินมาตรการปรับเพิ่มการผลิตอย่างระมัดระวัง เหตุการณ์เรือเกยตื้นขวางการเดินเรือในคลองสุเอซ รวมถึงความกังวลต่อการระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอก 3 ในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรปและอินเดีย

ราคาน้ำมันดิบ Dated Brent เดือนมีนาคมที่ผ่านมาเฉลี่ยอยู่ที่ 65.6 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล ปรับเพิ่มขึ้น 2.4 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เทียบกับเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เป็นผลจากกลุ่มโอเปกและประเทศพันธมิตร (โอเปกพลัส) รวมถึงซาอุดีอาระเบียตัดสินใจคงการปรับลดการผลิตต่ออีก 1 เดือน สิ้นสุดในเดือนเมษายนนี้ เช่นเดียวกับเหตุการณ์เรือบรรทุกสินค้าเกยตื้นขวางการเดินเรือในคลองสุเอซระหว่างวันที่ 23 - 29 มีนาคมที่ผ่านมา สร้างความกังวลในการขนส่งน้ำมัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ชดเชยกับความกังวลต่อการระบาดไวรัสโควิด-19 ระลอก 3 ในกลุ่มประเทศยุโรป

ราคาน้ำมันดิบเดือนเมษายน 2564 อยู่ที่ประมาณ 64 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล โดยตลาดยังได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มโอเปก EIA (U.S. Energy Information Administration) และ IEA (International Energy Agency) ตัวเลขทางเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้นของสหรัฐฯ และจีน รวมถึงจำนวนผู้ได้รับวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นจนสามารถผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ดังเช่นในประเทศอังกฤษ และอิสราเอล เป็นต้น อย่างไรก็ดี นอกจากนี้อุปทานน้ำมันดิบในตลาดโลกยังสูงขึ้นจากนโยบายของกลุ่มโอเปกพลัสและซาอุดีอาระเบียในการประชุมเมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา ที่ค่อยๆ ปรับเพิ่มการผลิตตั้งแต่เดือนพฤษภาคม – กรกฎาคม 2564 และปริมาณการผลิต Shale Oil ในสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากแผนการลงทุนที่ยังอยู่ในระดับต่ำ ปัจจัยลบจากการระบาดอย่างต่อเนื่องของไวรัสโควิด-19 ระลอก 3 ในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรปและอินเดีย และการระงับใช้วัคซีนโควิด-19 ชั่วคราวของบริษัทแอสตราเซเนกา และจอห์นสันแอนด์จอห์นสันในบางประเทศจากผลข้างเคียง ส่งผลต่อการคาดการณ์ฟื้นตัวของอุปสงค์น้ำมันอย่างมีนัยยะ

ประเด็นที่ต้องจับตาต่อไป ได้แก่ การประชุมโอเปกพลัสในวันที่ 26 -28 เมษายนนี้ โดยคาดว่าโอเปกพลัสจะคงการผลิตที่ได้ตกลงในการประชุมเมื่อวันที่ 1 เมษายน ที่ผ่านมา ผลการหารืออย่างไม่เป็นทางการเพื่อฟื้นข้อตกลงนิวเคลียร์ที่อิหร่านทำไว้กับประเทศมหาอำนาจในปี 2558 (2015 Nuclear Deal) อาจนำมาสู่การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลให้อิหร่านสามารถส่งออกน้ำมันดิบได้เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ยังต้องจับตาวิกฤตการณ์จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นในประเทศอินเดีย การฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ที่อาจล่าช้ากว่ากำหนด เนื่องจากปัญหาในการผลิต การส่งมอบ และผลข้างเคียง รวมถึงปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลางอีกด้วย

  • 1/2
  • 2/2
แชร์ข่าว :
Tags: