บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) ผู้นำการให้บริการพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับภาคอุตสาหกรรมไทย พร้อมดึงดูดนักลงทุนที่มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม

บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน)  ผู้นำการให้บริการพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับภาคอุตสาหกรรมไทย พร้อมดึงดูดนักลงทุนที่มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม
27 เมษายน 2564
1277

ปัจจุบัน องค์กรธุรกิจในประเทศไทยจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่โครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ได้ตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และหันมาพึ่งพาพลังงานทางเลือกมาใช้ทดแทนพลังงานแสงอาทิตย์ ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกของพลังงานทดแทนที่เหมาะกับประเทศไทย เนื่องจากมีแสงอาทิตย์จำนวนมาก สามารถนำไปใช้งานได้จริงและได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ผู้ขับเคลื่อนการพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ในแวดวงอุตสาหกรรมไทย

ภายหลังจากการติดตั้งและใช้งานระบบโซลาร์บนหลังคาคลังสินค้าและโรงงานของดับบลิวเอชเอ บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) (WHAUP) ในเครือของดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ได้ริเริ่มนำเสนอโครงการระบบโซลาร์ในลักษณะเดียวกันให้กับลูกค้าในภาคอุตสาหกรรม เช่น การติดตั้งระบบโซลาร์บนหลังคาอาคารโรงงาน หลังคาลานจอดรถ  และโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำ ปัจจุบันบริษัทฯ ได้ลงนามข้อตกลงด้านพลังงานแสงอาทิตย์กับโรงงานกว่า 50 แห่ง คิดเป็นกำลังการผลิตรวม 65 เมกะวัตต์ โดย WHAUP ครองตำแหน่งผู้นำด้านพลังงานแสงอาทิตย์ในภาคอุตสาหกรรม

“ปัจจุบันมีโรงงานเป็นจำนวนมากที่เริ่มหันมาใช้พลังงานสะอาด” ดร.นิพนธ์ บุญเดชานันทน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า “พลังงานแสงอาทิตย์ ถือเป็นพลังงานสะอาด ช่วยลดการใช้น้ำมัน ถ่านหินและก๊าซธรรมชาติที่ส่งผลต่อภาวะโลกร้อน ซึ่งผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมต่างให้ความร่วมมือในการลดการปล่อยมลพิษที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ น้ำและดิน ดับบลิวเอชเอได้รับความไว้วางใจในฐานะผู้ให้บริการที่เปี่ยมประสบการณ์และความเชี่ยวชาญอันยาวนาน ผนวกกับการปฏิบัติด้านมาตรฐานวิศวกรรมและความปลอดภัยสูงสุด ตลอดจนองค์ความรู้ในการนำเสนอโซลูชันที่ออกแบบตามคุณสมบัติของโรงงานได้อย่างลงตัว เหมาะสมกับลักษณะพิเศษของโรงงานแต่ละโรงที่แตกต่างกัน”

ในเดือนตุลาคม 2563 WHAUP ได้ส่งมอบโครงการ Solar Carpark ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยบนพื้นที่ลานจอดรถ โรงงานผลิตรถยนต์ MG ของบริษัท SAIC MOTOR-CP รวมพื้นที่หลังคา 31,000 ตารางเมตร ด้วยกำลังการผลิตไฟฟ้า 4.8 เมกะวัตต์ นอกจากนี้บริษัทฯ ยังได้ดำเนินการให้กับลูกค้ารายใหญ่อีกบริษัทหนึ่ง มีคุณสมบัติพิเศษ เพราะเป็นระบบโซลาร์ 3-in-1 คือ ประกอบไปด้วย ระบบโซลาร์แบบลอยน้ำ (Floating Solar) โซลาร์บนหลังคาอาคารโรงงาน (Solar Rooftop) และโซลาร์ลานจอดรถของโรงงาน (Solar Carpark) โดยมีกำลังการผลิตรวม 4.2 เมกะวัตต์

ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา WHAUP ได้ลงนามบันทึกความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจรายอื่นๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนา “ระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะ” หรือ “Smart Energy Platform” โดยการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีบล็อกเชนเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ  และการซื้อขายพลังงานแสงอาทิตย์ภายในนิคมอุตสาหกรรมของดับบลิวเอชเอ

พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตจากแสงอาทิตย์มีราคาที่ต่ำกว่าค่าไฟฟ้าที่โรงงานต้องชำระอยู่ในปัจจุบัน ช่วยให้ลูกค้าของ WHAUP ลดต้นทุนการผลิตในส่วนของพลังงาน ไปพร้อมๆ กับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม โดยปกติโรงงานจะมีการใช้ไฟฟ้าในเวลากลางวันเป็นจำนวนมาก ซึ่งพลังงานไฟฟ้าที่ได้จากพลังงานแสงอาทิตย์สามารถใช้แทนไฟฟ้าจากระบบกริดได้ถึงร้อยละ 50 หรือมากกว่า โดยเฉพาะในช่วงกลางวัน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ค่าไฟฟ้าจากระบบกริดค่อนข้างสูง นอกจากนี้แผงโซลาร์เซลล์ยังช่วยลดการถ่ายเทความร้อนผ่านหลังคาในช่วงเวลากลางวันได้เป็นอย่างมาก จึงสามารถประหยัดค่าไฟฟ้าสำหรับการปรับอากาศภายในโรงงานได้อีกด้วย

ติดตั้งง่ายและประหยัดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา

พลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคานั้นติดตั้งได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว การติดตั้งจริงสามารถเสร็จสมบูรณ์ภายใน 6 ถึง 8 สัปดาห์ (ไม่รวมกระบวนการขออนุญาตต่างๆ) โดยไม่ส่งผลกระทบต่อลักษณะการใช้ไฟฟ้าหรือระบบไฟฟ้าของโรงงาน พลังงานที่ผลิตจากแสงอาทิตย์สามารถทำงานร่วมกับกระแสไฟฟ้าจากกริดและไม่จำเป็นต้องมีระบบกักเก็บพลังงานหรือแบตเตอรี่

ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ไม่มีขั้นตอนการเผาไหม้ หรือชิ้นส่วนที่ต้องเคลื่อนไหวต่อเนื่องเหมือนกระบวนการผลิตไฟฟ้าชนิดอื่นๆ จึงมีความทนทาน ปลอดภัย และง่ายต่อการบำรุงรักษา ปัจจุบันผู้ผลิตแผงโซลาร์เซลล์

ส่วนใหญ่จะรับประกันประสิทธิภาพสูงถึง 25-30 ปี เพียงอาศัยการทำความสะอาดและการตรวจสอบระบบแผงโซลาร์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อการใช้งานได้อย่างยาวนานและมีประสิทธิภาพสูงสุด

WHAUP พร้อมนำเสนอแพ็กเกจบริการแบบครบวงจรให้กับลูกค้าซึ่งจะได้รับประโยชน์จากค่าไฟฟ้าที่ลดลงโดยไม่ต้องลงทุน หรือเสียค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา ด้วยการติดตั้งแผงโซลาร์บนหลังคาอาคารอุตสาหกรรมและอาคารพาณิชย์ บริษัทต่างๆ สามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่หลังคาขนาดใหญ่เพื่อผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์

แพ็คเกจบริการโซลาร์บนหลังคาของ WHAUP รวมตั้งแต่การออกแบบ ขออนุญาต ลงทุน ติดตั้ง ดำเนินการผลิต และการบำรุงรักษาภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าเอกชนระยะยาว (Private PPA) ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม สามารถมีส่วนในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนและร่วมรักษาสิ่งแวดล้อมโดยไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายหรือภาระในการลงทุนหรือดูและระบบแต่อย่างใด

WHAUP ให้บริการ Solar Rooftop แก่ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ได้แก่ ยานยนต์ เกษตรกรรม การก่อสร้าง สินค้าอุปโภคบริโภค สาธารณสุข โดยกลุ่มลูกค้าเพิ่มจำนวนและมีความหลากหลายมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับลูกค้าที่สนใจรับคำแนะนำในการใช้บริการ สามารถติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 061-394-2111 หรืออีเมล [email protected]

แชร์ข่าว :
Tags: