ยาคุมกำเนิด.. เสี่ยง ‘มะเร็งเต้านม’ จริงหรือ?

ยาคุมกำเนิด.. เสี่ยง ‘มะเร็งเต้านม’ จริงหรือ?
23 กุมภาพันธ์ 2564
151

ยาคุมกำเนิด เป็นการคุมกำเนิดที่ง่าย สะดวก ปลอดภัย และได้ผลจริง ซึ่งผู้หญิงหลายๆ คนอาจยังมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการใช้และผลข้างเคียงจากการใช้ยาคุมกำเนิด ซึ่งต้องรับประทานอย่างถูกวิธีจึงจะได้ประสิทธิภาพสูงสุดและลดอาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้

นพ.เจตนา วัฒนาธิษฐาน สูตินรีแพทย์ ศูนย์แม่และเด็ก โรงพยาบาลหัวเฉียว กล่าวว่า การรับประทานยาคุมกำเนิด เป็นวิธีการคุมกำเนิดที่ออกฤทธิ์ปรับเปลี่ยนระดัยฮอร์โมนเพศหญิงในร่างกายเพื่อยับยั้งการตกไข่ ซึ่งหากรับประทานอย่างถูกวิธีจะป้องกันการตั้งครรภ์ได้ แต่หากรับประทานผิดวิธีอาจทำให้เกิดปัญหาการตั้งครรภ์และผลข้างเคียงตามมาได้ ปัจจุบันยาคุมกำเนิดมีอยู่ด้วยกัน 3 ชนิด  คือ ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม ยาคุมชนิดนี้จะมีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดสูงมาก หากรับประทานเป็นประจำ นอกจากนั้นยังมีผลดีช่วยให้ประจำเดือนมาสม่ำเสมอและช่วยลดปวดประจำเดือนได้ ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนเดี่ยว ประกอบด้วยฮอร์โมนโปรเจสโตเจนชนิดเดี่ยว สามารถรับประทานได้ทุกวันโดยไม่ต้องหยุด ส่วนใหญ่ผู้ใช้จะไม่มีประจำเดือน และยาคุมกำเนิดแบบฉุกเฉิน ควรใช้ในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น เนื่องจากมีผลข้างเคียงค่อนข้างมาก ประสิทธิภาพต่ำ และอาจเพิ่มโอกาสเกิดการตั้งครรภ์นอกมดลูกได้

การรับประทานยาคุมกำเนิดติดต่อกันเป็นเวลานานอาจส่งผลต่อความเสี่ยงการเป็นมะเร็งเต้านมเพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้ยาคุมกำเนิดตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่นหรือกลุ่มที่ใช้ยาคุมกำเนิดติดต่อกันนานกว่า 5 ปี แต่ความเสี่ยงจะลดลงเมื่อหยุดกิน และถึงแม้ว่ายาคุมกำเนิดจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านม แต่ก็สามารถลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็ง   รังไข่และมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกได้เมื่อใช้ติดต่อกันนานหลายปี ลดอาการปวดประจำเดือน ทำให้ประจำเดือนมาสม่ำเสมอ และเพื่อความปลอดภัยในการใช้ยาคุมกำเนิดควรปรึกษาสูตินรีแพทย์ก่อนการใช้ เพื่อเลือกชนิดของยาคุมกำเนิดและปริมาณการใช้ที่เหมาะสม รวมถึงควรตรวจเช็คแมมโมแกรมหากใช้ยาต่อเนื่องเป็นเวลานาน หรือมีประวัติมะเร็งเต้านมในครอบครัว

ศูนย์แม่และเด็ก โรงพยาบาลหัวเฉียว ให้บริการตรวจวินิจฉัย ดูแลรักษา รวมทั้งให้ความรู้และคำแนะนำแก่คุณพ่อคุณแม่ตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์จนถึงหลังคลอดบุตร พร้อมให้การดูแลลูกน้อยอย่างใกล้ชิด รวมทั้งให้การรักษาครอบคลุมทุกโรคทางนรีเวช ทั้งการผ่าตัดเปิดหน้าท้องและการผ่าตัดผ่านกล้อง     

แชร์ข่าว :
Tags: