วัคซีนป้องกัน COVID-19 ทางออกวิกฤติราคาน้ำมัน

วัคซีนป้องกัน COVID-19 ทางออกวิกฤติราคาน้ำมัน
5 มกราคม 2564
1027

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวยืนเหนือ 50 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ได้อีกครั้ง ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่ไม่แน่นอน

ราคาน้ำมันดิบเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า เป็นผลมาจากข่าวดีเกี่ยวกับผลการทดสอบทางคลินิกระยะที่ 3 ของบริษัท Pfizer ผู้ผลิตยารายใหญ่ของสหรัฐฯ กับ BioNTech ผู้พัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพของเยอรมันที่ได้ออกมาเปิดเผยผลการทดสอบว่ามีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อถึง 95% ในขณะที่บริษัท Moderna ก็ออกมาประกาศผลการทดสอบว่ามีประสิทธิภาพ 94.5% เช่นกัน

ราคาน้ำมันดิบเดือนธันวาคมคาดว่ามีโอกาสปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลมาจากการบรรลุข้อตกลงของกลุ่มโอเปกและพันธมิตรระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน – 3 ธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งได้ข้อสรุปว่าจะเพิ่มกำลังการผลิต 500,000 บาร์เรลต่อวันมาอยู่ที่ระดับ 7.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน เริ่มต้นเดือนมกราคม 2564 เมื่อเทียบกับข้อตกลงก่อนหน้าที่ระบุว่าจะลดกำลังการผลิตให้เหลือเพียง 5.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน นอกจากนี้ยังมีข่าวดีเรื่องการอนุมัติให้ใช้วัคซีนป้องกัน COVID-19 แบบฉุกเฉิน ที่พัฒนาโดยบริษัท Pfizer และ BioNTech ในสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้มีการเริ่มฉีดให้กับประชากรที่มีความเสี่ยงสูงเป็นอันดับแรกแล้ว อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันยังถูกกดดันจาก สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ทั่วโลกยังคงไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น โดยจำนวนผู้ป่วยใหม่ได้แตะระดับ 640,000 รายต่อวัน (ถัวเฉลี่ย 7 วันก่อนหน้า) ซึ่งเป็นตัวเลขสูงสุดนับตั้งแต่มีการระบาด อีกทั้งสถานการณ์การระบาดในสหราชอาณาจักรยังคงมีความน่าเป็นห่วงอันเนื่องมาจากเชื้อไวรัสกลายพันธุ์ส่งผลให้มีการแพร่ระบาดติดต่อได้ง่ายขึ้นถึง 70% รัฐบาลอังกฤษได้ประกาศมาตรการ Lockdown เมืองลอนดอนและพื้นที่ข้างเคียง และยกระดับมาตรการเข้าสู่ระดับที่ 4 กล่าวคือประชาชนผู้พักอาศัยต้องอยู่ในเคหะสถานเท่านั้นยกเว้นมีเหตุอันจำเป็น ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2563 มีการปิดกั้นการเดินทางข้ามประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ล่าสุดไวรัสสายพันธุ์ใหม่นั้นยังได้ถูกตรวจพบในประเทศอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ประเทศออสเตรเลีย เนเธอร์แลนด์ และอิตาลีอีกด้วย อย่างไรก็ตามองค์การอนามัยโลกได้ออกมาชี้แจงเรื่องดังกล่าวว่าการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสเป็นเรื่องปกติ สอดคล้องกับผู้บริหารจาก BioNTech ยังได้ออกมายืนยันถึงความเชื่อมั่นว่าวัคซีนที่พัฒนาร่วมกับ Pfizer มีประสิทธิภาพในการต่อสู้กับเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้ได้

สำหรับปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลต่อราคาน้ำมัน ให้จับตาสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ของไวรัสสายพันธุ์ใหม่ มาตรการ Lockdown ในประเทศต่างๆ รวมไปถึงปริมาณของประชากรที่ได้รับวัคซีน ซึ่งคาดการณ์ว่าประเทศในกลุ่มยุโรปอื่นๆ เช่น ประเทศเยอรมัน ออสเตรีย และอิตาลีจะได้รับวัคซีนเร็วสุดภายในสิ้นเดือนธันวาคมนี้ ทางสภาคองเกรสของสหรัฐอเมริกาได้บรรลุข้อตกลงอนุมัติงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมอีก 9 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจภายในประเทศสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ ยังคงต้องติดตามมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐอเมริกาต่อประเทศอิหร่านและเวเนซุเอลลา ภายใต้การนำของว่าที่ประธานาธิบดี Joe Biden ว่าจะมีนโยบายผ่อนคลายลงหรือไม่ ทำให้ยังคงมีความเสี่ยงที่ปริมาณการผลิตอาจจะเพิ่มขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้

ภาพประกอบ : นาง Margaret Keenan ผู้ป่วยรายแรกของโลกที่ได้รับวัคซีนป้องกัน COVID-19 ของ Pfizer กับ BioNTech สำนักพิมพ์ The Sun, สหราชอาณาจักร

  • 1/2
  • 2/2
แชร์ข่าว :
Tags: