บีโอไอปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ นำระบบดิจิทัลมาใช้-เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการนักลงทุน

บีโอไอปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ นำระบบดิจิทัลมาใช้-เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการนักลงทุน

บีโอไอเดินหน้าปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมการลงทุนสมัยใหม่ สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี พร้อมเพิ่มบุคลากรเร่งอนุมัติโครงการให้เร็วขึ้น ปรับโฉมกองพัฒนาผู้ประกอบการไทย หนุนลงทุนไทยในต่างประเทศ และตั้งทีมยกระดับการให้คำปรึกษาแก่นักลงทุนอย่างรวดเร็วครบวงจร

นางสาวดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ เปิดเผยว่า สำนักงานได้ปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ มีผลตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 เป็นต้นไป เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจที่รัฐบาลมอบหมายในการเร่งส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย รวมทั้งสร้างสภาพแวดล้อมด้านการลงทุนให้สอดรับกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ด้วยการจัดโครงสร้างกองส่งเสริมการลงทุนใหม่ แบ่งเป็น Sector 1-4 ดังนี้

  • กองส่งเสริมการลงทุน 1 รับผิดชอบด้านอุตสาหกรรมเกษตร เทคโนโลยีชีวภาพ และการแพทย์ เช่น เกษตรและแปรรูปอาหาร การแพทย์ เทคโนโลยีชีวภาพ
  • กองส่งเสริมการลงทุน 2 รับผิดชอบด้านอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น เครื่องจักรกล
    ยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
  • กองส่งเสริมการลงทุน 3 รับผิดชอบด้านอุตสาหกรรมพื้นฐาน และอุตสาหกรรมสนับสนุน เช่น  แร่ โลหะ และวัสดุ เคมีภัณฑ์และปิโตรเคมี พลังงาน สาธารณูปโภคและสิ่งแวดล้อม การพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรม
  • กองส่งเสริมการลงทุน 4 รับผิดชอบอุตสาหกรรมดิจิทัล สร้างสรรค์ และบริการที่มีมูลค่าสูง เช่น ดิจิทัล เมืองอัจฉริยะ โลจิสติกส์ การบริการเฉพาะทาง การท่องเที่ยว อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ อุตสาหกรรมบริการอื่นๆ

บีโอไอปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ นำระบบดิจิทัลมาใช้-เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการนักลงทุน

ขณะเดียวกัน ได้เพิ่มกองติดตามและประเมินผลการลงทุนอีก 2 กอง เพื่อทำหน้าที่ติดตามการดำเนินงานของโครงการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน ที่จะต้องปฎิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดในบัตรส่งเสริม เช่น การใช้สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษี เป็นต้น พร้อมกันนี้ได้รวมกองพัฒนาและเชื่อมโยงการลงทุนกับกองส่งเสริมการลงทุนไทยในต่างประเทศ เป็น “กองพัฒนาผู้ประกอบการไทย” เพื่อดูแลพัฒนาผู้ประกอบการไทย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้แก่ งานส่งเสริมการลงทุนของนักลงทุนไทยในต่างประเทศ การกำหนดกลยุทธ์การพัฒนาผู้ประกอบการไทย การสร้างเครือข่ายและเชื่อมโยงการลงทุน การจัดกิจกรรมพัฒนาผู้ประกอบการไทย การสนับสนุนให้เกิดการใช้ชิ้นส่วนหรือวัตถุดิบในประเทศ ครอบคลุมทั้งกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับการลงทุนในประเทศไทยและการลงทุนไทยในต่างประเทศ

ทั้งนี้ ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 สำนักงานได้เปิดให้บริการผ่านระบบออนไลน์ อาทิ e-Submission ซึ่งเป็นระบบการส่งจดหมาย และเอกสารผ่านช่องทางออนไลน์ รวมถึงมีบริการ e-Service ที่ช่วยให้นักลงทุนเข้าถึงบริการต่าง ๆ ของบีโอไอ ผ่านเว็บไซต์ www.boi.go.th และเร็วๆนี้บีโอไอจะเปิดตัวหน่วย CSU (Customer Service Unit) เพื่ออำนวยความสะดวกในการให้บริการแก่นักลงทุนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพิ่มบุคลากรรองรับการติดต่อของนักลงทุนผ่านระบบโทรศัพท์ มีระบบการนัดหมายออนไลน์ และ การให้บริการรับส่งเอกสารเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว เพื่ออำนวยความสะดวกในการติดต่อสำนักงานได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น