เกษตรดิจิทัล“เคล็ดไม่ลับ” ผลิตปลานิลไร้กลิ่นโคลน

เกษตรดิจิทัล“เคล็ดไม่ลับ”  ผลิตปลานิลไร้กลิ่นโคลน
16 กันยายน 2563
259

อาชีพเลี้ยงปลา  เหมือนเป็นเรื่องง่ายๆ แต่ถ้าจะเลี้ยงให้ดีต้องมีเคล็ดลับ อย่าง “การเลี้ยงปลานิลไร้กลิ่นโคลน” ซึ่งมีลักษณะเฉพาะที่เป็นที่ต้องการของตลาด ขายได้ราคาดี มีความโดดเด่นกว่าคู่แข่ง จึงสามารถสร้างรายได้ที่ดี และนำมาซึ่งความเป็นอยู่ที่ดีของครอบครัว และคนในชุมชนได้

หลักการเลี้ยงปลานิล ไร้กลิ่นโคลน มี 4 สิ่งที่ต้องทำคือ หนึ่งลูกพันธุ์ต้องดี เป็นหัวใจสำคัญของการผลิต เพราะถ้าลูกปลาพันธุ์ดีผลผลิตจะออกมาดี อัตราการรอดสูง การต้านทานโรคดี รอบการผลิตจะมีโอกาสประสบความสำเร็จไม่น้อยกว่า 60-70% 

นอกจาก หัวใจสำคัญของการดูแลลูกพันธุ์ให้ดีแล้ว ยังมีเงื่อนไขสำคัญอีกอย่าง คือ “น้ำ” ซึ่งการทำประมง น้ำถือเป็นสิ่งสำคัญยิ่งกว่าทำเกษตรอื่นๆ เรื่องนี้ทางกลุ่มเครือข่ายแปลงใหญ่ปลานิลชลบุรี ถือว่าโชคดีมากที่กรมชลประทาน ให้การสนับสนุนเป็นอย่างดีด้วยการจัดการบริหารน้ำให้กับกลุ่ม รวมไปถึงมีการเข้ามาตรวจเยี่ยม วัดค่าน้ำในบ่อให้กับกลุ่มเป็นประจำ ทำให้น้ำมีคุณภาพดีส่งผลให้ ปัจจัยการเลี่ยงปลาฯที่ว่าด้วย “น้ำดี พันธุ์ดี” เป็นองค์ประกอบสำคัญของ “ปลานิลไม่มีกลิ่นโคลน”

อย่างที่สอง คือ การจัดการวางแผนการเลี้ยงปลาอย่างมีศักยภาพ โดยบ่อเลี้ยงต้องมีการวางช่วงการเลี้ยงปลาให้เหมาะสม เช่น กรณีที่ดิน 1 ไร่ที่มีอยู่ จะปล่อยปลานิลลงไปราว 1,000-1,200 ตัว เท่านั้นซึ่งเป็นอัตราการปล่อยที่ต่ำแต่การปล่อยจำนวนปลาในอัตรานี้จะทำให้มีอัตราของการรอดสูง 80-90%

อย่างที่สาม คือ การเลี้ยงอย่างพอดี   หมายถึงการให้อาหารปลาโดยจะใช้วิธีให้อาหารในสวิง ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนด้านอาหาร เนื่องจากปลานิลจะกินอาหารเท่าที่พออิ่มพฤติกรรมนี้ จะทำให้วิธีการให้อาหารในสวิงมีข้อดีกว่าวิธีการโยนหรือหว่าน เพราะอาหารที่ปลาไม่ได้กินจะเหลือและเป็นสาเหตุทำไปทำลายน้ำให้เสีย ซึ่งจะย้อนกลับมาเป็นปัญหาว่าด้วยปัจจัยน้ำที่ต้องมีคุณภาพนั้นไม่เป็นไปตามมาตรฐาน 

นอกจากนี้  อีกเหตุผลหนึ่งของวิธีให้อาหารแบบสวิง คือ การหว่านอาหารลงบ่อแบบตรงๆ อาหารจะตกไปโดนโคลน เวลาปลานิลกินอาหารก็จะเป็นอาหารที่ติดกลิ่นโคลนมาด้วยเท่ากับว่าปลาต้องกินของเสียที่อยู่ในบ่อเข้าไป หากปล่อยไว้ผลผลิตจะไม่ดีทำให้ปลานิลมีกลิ่นโคลน ซึ่งไม่เป็นตามที่ตั้งเป้าหมายที่ตั้งไว้ 

อย่างสุดท้าย คือ การมีตลาดรองรับ เรื่องนี้ ทางเครือข่ายแปลงใหญ่ปลานิลของชลบุรี เล็งเห็นปัญหานี้ไว้แล้วจึงให้ความสำคัญกับการตลาดมาก

“ผมเห็นถึงปัญหาตรงนี้ ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่เพราะถ้าผลผลิตดีขนาดไหน แต่ตลาดรองรับไม่ดี ราคาไม่ได้ ก็ไม่เกิดประโยชน์”

หลังตระหนักถึงปัญหาด้านการตลาดนี้แล้ว  จึงรวบรวมชาวบ้านมาเป็นกลุ่มประมงแปลงใหญ่กันภายใต้โจทย์ผลิตอย่างไรให้ตรงตามความต้องการตลาด และที่สำคัญการตลาดมีเงื่อนไขที่หลากหลายเช่น บางช่วง บางวิกฤติตลาดมีความผันแปร จึงนำหลักการอีกอย่างหนึ่งมาใช้เพื่อสร้างความยืดหยุ่นด้านการตลาด 

คำตอบของโจทย์ข้อนี้ คือ “ตลาดออนไลน์”  ซึ่งทางกลุ่มใช้การเชื่อมโยงกันขายผลิตภัณฑ์แปรรูปในรูปแบบต่างๆ ผ่านช่องทางเฟซบุ๊ค และกลุ่มไลน์ในเครือข่าย ซึ่งวิธีการนี้นอกจากเป็นการเพิ่มช่องทางการตลาดแล้ว การเข้าสู่ “เกษตรดิจิทัล” จะทำให้การขายเข้าถึงผู้ซื้อได้มากขึ้น สื่อสารกับตลาดกันผ่านโซเชียล มีเดีย ทำให้รู้ความต้องการตลาด ขณะที่ ตลาดก็รู้ถึงคุณภาพและลักษณะของปลานิลของกลุ่มฯ จึงทำให้การขายเป็นได้ตามเป้าหมายโดยเฉพาะช่วงโควิด-19 นี้ถือได้ว่า เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ทำให้กลุ่มของเดินหน้าต่อไปได้

ทั้งหมดนี้ คือ เคล็ดลับการเลี้ยงปลานิลไร้กลิ่นโคลน ที่สามารถนำไปทดลอง เป็นการเลี้ยงรู้องค์ความรู้ใหม่ๆ ทั้งเรื่องเทคนิคดิจิทัล และองค์ความรู้จาก “กรมชลประทาน” ที่สามารถเพิ่มรายได้ และเพิ่มความสุขให้ตัวเอง ครอบครัวและชุมชนได้

 

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง