NIDA สานต่อหลักสูตร RE-JUNIOR รุ่น3 ติดอาวุธผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รุ่นใหม่รับมือโจทย์ยากธุรกิจ

NIDA สานต่อหลักสูตร RE-JUNIOR รุ่น3 ติดอาวุธผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รุ่นใหม่รับมือโจทย์ยากธุรกิจ
10 มีนาคม 2563
2355

ปี 2563ถือเป็นอีกปีหนึ่งที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กำลังเจอโจทย์ยากที่แสนท้าท้าย ทั้งปัจจัยลบของภาพรวมเศรษฐกิจโลก กำลังซื้อในประเทศที่ลดลงจากมาตรการ LTV รวมไปถึงสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ที่ทำนักลงทุนต่างชาติหดหาย จนหลายโครงการตัดสินใจชะลอการขึ้นโครงการใหม่

จากที่เคยเป็นธุรกิจที่ให้น้ำหนักการแข่งขันด้วยปัจจัยเงินทุน ถึงวันนี้ผู้คนในธุรกิจอสังหาฯกำลังเจอโจทย์ที่ยากขึ้น การจะเอาตัวรอดและประสบความสำเร็จได้จึงต้องวิเคราะห์และคาดการณ์อนาคตได้อย่างแม่นยำ เจาะให้ลึกถึงความต้องการ (Demand) และเข้าใจถึงพฤติกรรมที่ซับซ้อน แตกย่อยเฉพาะกลุ่มของผู้บริโภค

ผศ.ดร.ประดิษฐ์ วิธิศุภกร ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยขีดความสามารถในการแข่งขัน สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ที่คลุกคลีในวงการอสังหาฯ มาหลายสิบปี มองว่า ในอดีตธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีปัจจัยหลักสำคัญคือเรื่องทำเล (Location) และคุณภาพการก่อสร้าง นั่นเพราะการเลือกทำเลที่ดี นำมาสู่การเจริญเติบโตของโครงการที่เติบโตไปพร้อมกับเมือง ดังนั้นการก่อสร้างที่ดีเมื่อผนวกกับทำเล จึงทำให้อสังหาฯ อยู่ได้ด้วยตัวเอง สร้างกำไรที่แปรผันไปตามเวลา   

ถึงเช่นนั้นในความเป็นจริงปัจจุบันคือ ทำเลใจกลางเมืองที่ได้รับความนิยมเป็นเขตหนาแน่นไปแล้ว ไม่มีพื้นที่ว่างอีกต่อไป หรือถึงจะมีก็ราคาแพงมาก เหตุนี้เมืองจึงต้องขยายตัวไปรอบนอก นักลงทุนจึงต้องไปบุกเบิกในพื้นที่ใหม่ๆ ซึ่งนี่คือโจทย์ยากที่นักพัฒนาอสังหาฯ ต้องอ่านเกมให้ออก และคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้น เพื่อทำโครงการที่สร้างกำไรและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับโครงการและผู้อยู่อาศัย

ในประเทศไทยและภูมิภาค นิด้าคือสถาบันการศึกษาชั้นนำที่มีองค์ความรู้และงานวิจัยด้านการพัฒนา บริหาร เศรษฐกิจในมิติต่างๆ  ซึ่งหลังจากประสบความสำเร็จจากหลักสูตร RE-JUNIOR  ที่เป็นหลักสูตรบริหารธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มืออาชีพ สำหรับผู้บริหารรุ่นใหม่ มาแล้ว 2 รุ่น ในปีนี้นิด้าจะมีหลักสูตร RE-JUNIOR   รุ่นที่ 3 ซึ่งเป็นหลักสูตรระยะเวลา 2 เดือน มาร่วมสร้างเขี้ยวเล็บธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เพื่อชัยชนะในตลาดที่มีการแข่งขันสูงอีกครั้ง

นิวัฒน์ ตั้งก้องเกียรติ รองประธานหลักสูตร RE-JUNIOR  กล่าวว่า หลักสูตรดังกล่าวเหมาะสำหรับผู้บริหารรุ่นใหม่ที่ต้องการพัฒนาศักยภาพตัวเองในด้านอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งต้องมีความรู้ มุมมองด้านการตลาด มุมมองด้านการบริหารจัดการโครงการ โดยหลักสูตรจะเน้นทั้งทฤษฎีและการปฏิบัติจริง (Workshop) ผสมผสานทั้งในด้านวิชาการ ซึ่งเป็นองค์ความรู้จากนิด้าเป็นหลัก ขณะที่ภาคปฏิบัติ หน่วยงานที่เป็นพันธมิตร เช่น สมาคมสถาปนิก บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีชื่อเสียงทั้งในไทยและต่างประเทศ

นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือจากการเคหะแห่งชาติ การรถไฟแห่งประเทศไทย สมาคมพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทย สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์

เราทำหลักสูตรให้การปฏิบัติไปพร้อมกับทฤษฎี การเรียนการบริหารอสังหาริมทรัพย์ (แบบมืออาชีพ) คือการสรุปสิ่งที่เป็นไปในแวดวงอสังหาฯ ในรอบ 10-20 ปี มาวิเคราะห์ และสร้างองค์ความรู้ใหม่ บอกเล่าและสื่อสารจากบุคลากรชั้นนำในวงการ เปรียบเสมือนเป็น Shortcut (ทางลัด) ที่จะช่วยลดเวลาการลองผิดลองถูกของคนทำงาน ให้ประสบความสำเร็จได้เร็วขึ้น โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักคือกลุ่มผู้บริหารระดับกลาง (Middle Management)  ซึ่งเป็นคีย์หลักในองค์กร เป็นกลุ่มคนที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อระหว่างผู้บริหารระดับสูง (executive) กับพนักงานระดับปฏิบัติการ รเชื่อมต่องานทั้งในหน่วยงานและต่างหน่วยงาน  การประสานงานและการบริหารผลการปฏิบัติงาน (performance management) เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ตามเป้าหมายที่คาดหวัง ทั้งในระดับองค์กร และระดับหน่วยงาน”

ทั้งนี้ RE-JUNIOR   เหมาะสำหรับผู้บริหารรุ่นใหม่ที่ต้องการพัฒนาศักยภาพตัวเองในด้านอสังหาริมทรัพย์ โดยทางสถาบันฯได้คัดวิชาหลักที่สำคัญในด้านดังกล่าว 10 ประเด็น ที่คนในแวดวงอสังหาฯ ไม่รู้ไม่ได้ ประกอบไปด้วย 1.การศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ (Feasibility Study) 2. การเลือกที่ดิน (Location)  3. การหาแหล่งเงินทุน (Source of Fund) 4. การบริหารงานก่อสร้าง (Construction Management) 5. การตลาดและการขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ (Sale and Marketing) 6. การสร้างแบรนด์และกลยุทธ์ (brand and corporate strategies) 7. กฏหมายอสังหาริมทรัพย์ (Laws) 8.การเงินแบบดิจิตอล 9. การตลาดอสังหาริมทรัพย์ออนไลน์ 10.การออกแบบในยุค 4.0

ดร.ประเสริฐศึก สายพวรรณ์ ผู้อำนวยการหลักสูตร RE-JUNIOR  อธิบายเสริมว่า  ธุรกิจอสังหาฯ มองแบบแยกส่วนไมได้ เพราะประกอบไปด้วยหลายองค์ความรู้ ทั้งภูมิศาสตร์ การก่อสร้าง การเงิน และการสร้างเครือข่าย ซึ่งนิด้ามีองค์ความรู้ในเรื่องนี้ทั้งหมด และมีเครือข่ายที่จะช่วยเสริมศักยภาพให้กับผู้เรียน  เน้นภาคปฏิบัติ สามารถไปใช้จริงได้ โดยหลักสูตรมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ร่วมอบรม อาทิ นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ผู้ประกอบการ นักลงทุน หรือผู้สนใจทั่วไป มีความรู้และความเข้าใจ ในการบริหารโครงการอสังหาริมทรัพย์ให้ประสบผลสำเร็จทางธุรกิจ ตลอดจนการเข้าแหล่งเงินทุนเพื่อเริ่มต้นในธุรกิจ  มีการดูงานที่ทดลองทำจริง จากโครงการจริงที่สามารถนำไปพัฒนาได้ในอนาคต เช่นรุ่นที่ผ่านมาได้มีการพาไป ที่ จ.ระยอง, จ.ประจวบคีรีขันธ์ซึ่งศึกษาการพัฒนาโครงการที่ทำจริง สร้างจริง ทำการตลาดจริง

การเผยแพร่องค์ความรู้ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จึงเป็นอีกแนวทางหลัก ที่ศูนย์วิจัยขีดความสามารถในการแข่งขัน นิด้า ต้องการขับเคลื่อนในปีนี้ และ นอกจากหลักสูตร  RE-JUNIOR  แล้ว  นิด้ายังมีโครงการอบรมวิชาการหลักสูตรนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ Re-Super Broker by NIDA ซึ่งเสริมความรู้ให้กับผู้ประกอบอาชีพนายหน้าอสังหาฯ และผู้สนใจ โดยเป็นหลักสูตรระยะสั้น เรียนเพียง 2 วัน และเมื่อเรียนจบสามารถขายได้จริง มีทรัพย์ให้ทดลองขายจริง พร้อมจัดสอบวัดมาตรฐานนายหน้าที่รับรองโดย สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน)

ทั้ง 2 หลักสูตร เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ตรงในแต่ละสาขาวิชาชีพ เพื่อนำไปเป็นแนวทางสำหรับการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มช่องทางการตลาดในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ให้เติบโตได้ในต่างประเทศอีกด้วย

159074395120

159074396982

159074403698

หลักสูตร RE-JUNIOR  รุ่นที่ 3  จะเริ่มเสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2563 - วันเสาร์ที่ 12 กันยายน 2563 (เรียนเฉพาะวันเสาร์เท่านั้น) ค่าสมัคร เพียง 38,000 บาท  (รวมค่าอาหารและค่าใช้จ่ายในการศึกษาดูงานแล้ว) สามารถแบ่งชำระได้ 2 งวด ชำระจำนวนเต็ม ลด 5% เหลือเพียง 36,100 บาท

ส่วนหลักสูตร Re-Super Broker by NIDA จะมีขึ้นในวันที่ 11-12 กรกฎาคม 2563 รวมทั้งสิ้น 18 ชั่วโมง ในราคา 5900 บาท (รวมอาหารกลางวัน 2 มื้อ, เบรค 4 ครั้งและอาหารเย็น พร้อม After Class Party)

นอกจากนี้นิด้า ยังออกแบบหลักสูตรที่เอื้อประโยชน์ให้กับผู้เรียนในสถานการณ์ปัจจุบัน คือหลักสูตร RE-Pro Hybrid ซึ่งเริ่มอบรมตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน -17 ตุลาคม 2563 โดยหลักสูตรนี้เน้นหลักการวิเคราะห์ตลาดและการเงินสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะ  และการเรียนในหลักสูตรจะมีการปรับรูปแบบเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพิ่มความสะดวกสบาย ลดระยะเวลาการเดินทางของผู้เรียน จึงมีการแบ่งรูปแบบการเรียนเป็น รูปแบบออนไลน์ ที่ผู้เรียนยังสามารถโต้ตอบกับผู้สอนได้ 27 ชั่วโมง และทำเวิร์คชอปอีก 18 ชั่วโมง ซึ่งจะได้ความครบครันทั้งทฤษฎีและการปฏิบัติจริง ในราคา 9,900 บาท 

ผู้สนใจ สามารถสอบถามรายละเอียดทั้ง 2 หลักสูตร เพิ่มเติมได้ที่ www.reprobynida.com Official LINE : @reprobynida หรือ โทรศัพท์ : 080-588-8069

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง