70 ปีแห่งความพากเพียรของประชาชาติจีน จีน-ไทยจับมือก้าวสู่ยุคสมัยใหม่

70 ปีแห่งความพากเพียรของประชาชาติจีน จีน-ไทยจับมือก้าวสู่ยุคสมัยใหม่
1 ตุลาคม 2562
998

 

วันนี้เป็นวันเฉลิมฉลองอันยิ่งใหญ่ เนื่องในโอกาสครบรอบ 70 ปี แห่งการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน

เมื่อไก่ขันก้องฟ้า ใต้หล้าสว่างเจิดจ้า” ย้อนไปเมื่อ 70 ปีก่อน การสถาปนาประเทศจีนใหม่ ได้อวสานความทุกข์ยากตลอดนับร้อยปีในยุคประวัติศาสตร์ ระยะใกล้ของสังคมจีน เปิดมิติใหม่แห่งการก้าวสู่การฟื้นฟูความเจริญรุ่งเรือง ของประชาชาติจีน สำหรับประเทศจีนและทั่วโลก 70 ปีที่ได้ผ่านไป ถือเป็นช่วงเวลาที่วิเศษไม่ธรรมดา พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีนได้นำพาประชาชนทุกชนชาติทั่วประเทศ ด้วยจิตวิญญาณแห่งความพากเพียร มุ่งมั่นก้าวไปข้างหน้า พร้อมด้วยการปฏิบัติจริงจังในการสร้างนวัตกรรมใหม่อย่างยิ่งใหญ่ ก่อเกิดแนวทางสังคมนิยมที่สอดคล้องกับสถานภาพของประเทศและมีเอกลักษณ์แบบจีน ประเทศจีนใหม่ ได้ใช้เวลาสั้นๆ เพียงไม่กี่ทศวรรษ ก็สามารถประสบความสำเร็จในการพัฒนาประเทศให้ทันสมัยแบบก้าวกระโดด ลุกขึ้นมา ร่ำรวยขึ้นมา และแข็งแกร่งขึ้นมา ซึ่งบรรดาประเทศพัฒนาแล้วได้ใช้เวลาหลายร้อยปีจึงจะทำได้

70 ปีที่ผ่านมา ประเทศจีนใหม่ได้สร้างผลงานการพัฒนาอย่างมหัศจรรย์ เศรษฐกิจสังคมได้พัฒนาอย่างก้าวกระโดดซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ นี่คือ 70 ปีที่มูลค่ารวมทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด GDP ของจีนเมื่อ 70 ปีก่อนมีเพียง 12,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเฉลี่ยเพียง 23 ดอลลาร์สหรัฐต่อคน เมื่อมาถึงปี ค.ศ.2018 ทะยานเพิ่มขึ้นเป็น 13.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเฉลี่ย 10,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อคน ทำให้จีนก้าวขึ้นสู่อันดับต้นๆของประเทศกำลังพัฒนา และนี่คือ 70 ปีแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้งด้านคุณภาพและโครงสร้างของเศรษฐกิจ จีนจากเดิมเป็นประเทศเกษตรกรรมล้าหลังที่ต้องนำเข้า แม้กระทั่งไม้ขีดไฟและตะปู ได้เติบใหญ่ขึ้นเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ เป็นอันดับที่สองของโลกซึ่งมีการค้าเจริญรุ่งเรืองและโครงสร้างที่เป็นเลิศ ภาคการเกษตรได้ก้าวไปสู่ความทันสมัย ใช้พื้นที่ทำนาไม่ถึง 1/10 ของโลก ผลิตอาหารในปริมาณ 1/4 ของทั่วโลก มูลค่าผลผลิตภาคอุตสาหกรรมสูงที่สุด ในโลก เป็นประเทศเดียวที่มีประเภทอุตสาหกรรมครบถ้วน ธุรกิจบริการกำลังพัฒนาขึ้นเป็นเสาหลักของเศรษฐกิจ มีสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของ GDP พลังขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมมีแนวโน้มแข็งแรงขึ้น ระยะทางของรถไฟความเร็วสูงคิดเป็น 2/3 ของ ทั่วโลก ขนาดของตลาดพาณิชย์อิเล็กทรอนิกใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของโลก วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีระดับชั้นนำอย่างเช่น 5G ปัญญาประดิษฐ์(AI) พลังงานใหม่ล้วน มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว และนี่คือ 70 ปีที่คุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนได้ปรับปรุงดีขึ้นอย่างใหญ่หลวง เราได้สร้างเครือข่ายหลักประกันสุขภาพการรักษาพยาบาลและหลักประกันสังคมที่เป็นเครือข่ายใหญ่ที่สุดในโลก ประชากรมีอายุเฉลี่ยจากเดิมเพียง 35 ปี กลายเป็น 77 ปี อัตราการเกิดความยากจนลดลงจากเดิม 97.5% เหลือเพียง 1.7% ประชาชนชาวจีนต่างรับผลประโยชน์และความสุขเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดกำลังแสวงหาชีวิตที่ดีงามยิ่งขึ้น

70ปีแห่งการพัฒนาอย่างสันติการผงาดขึ้นสู่ความเจริญของประเทศจีนได้สร้างบทบาทสำคัญในการผลักดันและรักษาสันติภาพของโลกความยุติธรรมเสมอภาคและการก้าวหน้าของมนุษยชาติประเทศจีนยืนหยัดในการปฏิบัติตนเป็นผู้สร้างสันติภาพของโลก ผู้อุทิศตนเพื่อการพัฒนาของโลก และผู้รักษาระเบียบสากลสร้างคุณูปการมากที่สุดสำหรับการเติบโตทางเศรษฐกิจของโลกติดต่อกันเป็น 13 ปีเป็นประเทศคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดของ 130 กว่าเขตเศรษฐกิจทั่วโลก การลงทุนตรงในต่างประเทศก้าวกระโดดขึ้นเป็นอันดับที่ 2 ของโลกปัจจุบันประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้สังเกตเห็นถึงกระแสแนวโน้มและกฎเกณฑ์การพัฒนาของทั่วโลกและให้คำมั่นสัญญาว่า “ประตูแห่งการเปิดประเทศของจีนมีแต่จะยิ่งเปิดยิ่งกว้าง” และท่านนำเสนอข้อริเริ่ม “ขับเคลื่อนการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศรูปแบบใหม่และขับเคลื่อนการสร้างสรรค์ประชาคมร่วมอนาคตมนุษยชาติ” ท่านได้เสนอให้ร่วมกันสร้างสรรค์ความริเริ่ม “สายแถบและเส้นทาง”  (Belt and Road Initiative)เน้นย้ำ “รักษาระบบพหุภาคีและการค้าเสรี” “ขับเคลื่อนระเบียบกติกาโลกให้พัฒนาไปในทางที่เป็นธรรมและสมเหตุสมผลยิ่งขึ้น” เพื่ออุทิศภูมิปัญญาของจีนและแผนงานของจีนในการแก้ไขคลี่คลายปัญหาหนักที่แก้ไขได้ยากซึ่งทั่วโลกกำลังเผชิญหน้าอยู่ในยุคปัจจุบันประเทศจีนจะยืนหยัดในการชูธงสันติภาพ การพัฒนาความร่วมมือและชัยชนะด้วยกัน เน้นย้ำจับมือร่วมกับประเทศต่างๆ ในการสร้างสรรค์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศรูปแบบใหม่และประชาคมร่วมอนาคตของมนุษยชาติ เพื่อสร้างคุณูปการใหม่อันยิ่งใหญ่ให้กับทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง

ตลอด 70 ปีแห่งการค้นคว้าแสวงหา ผลลัพธ์ที่ล้ำค่าที่สุดสำหรับประเทศจีนใหม่ก็คือการค้นพบแนวทางสังคมนิยมที่มีเอกลักษณ์แบบจีน ซึ่งสอดคล้องกับสภาพของประเทศตนเอง พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีนเป็นที่เลือกของประวัติศาสตร์ เป็นที่เลือกของประชาชน และเป็นที่เลือกของยุคสมัย ผลสำเร็จและการเปลี่ยนแปลงแบบประวัติศาสตร์ในระยะเวลา 70 ปีที่ผ่านมาได้พิสูจน์ให้เห็นว่า ต้องเป็นพรรคคอมมิวนิสต์จีนเท่านั้นจึงจะสามารถเป็นแกนนำของประเทศจีนได้ มีแต่การปฏิรูปและเปิดประเทศเท่านั้นถึงจะพัฒนาประเทศจีนได้ มีเพียงแนวทางสังคมนิยมที่มีเอกลักษณ์แบบจีนเท่านั้นจึงจะสามารถนำพาประเทศจีนก้าวสู่ความเจริญมั่งคั่งได้ ในยุคปัจจุบัน การยึดมั่นในแนวทางสังคมนิยมที่มีเอกลักษณ์แบบจีน สาระสำคัญที่เป็นแกนกลางก็คือต้องยึดมั่นและปรับปรุงการนำของพรรคคอมมิวนิสต์จีนอย่างต่อเนื่อง คู่มือชี้ทางภาคปฏิบัติก็คือแนวคิดสังคมนิยมที่มีเอกลักษณ์แบบจีนในยุคใหม่ของสีจิ้นผิง พลังงานมาจากมวลชนทั้งปวง กุญแจสำคัญคือการขับเคลื่อนการปฏิรูปและเปิดประเทศเชิงลึกอย่างรอบถ้วน ประเทศจีนจะยืนหยัดในแนวทางการพัฒนาอย่างสันติ นี่ถือเป็นการเลือกเชิงยุทธศาสตร์ระยะยาวสำหรับพรรคคอมมิวนิสต์จีนและประชาชนจีนที่ได้พิจารณาจากประวัติศาสตร์ สถานภาพของตนและกระแสแห่งยุคสมัย เรายินดีที่จะเสริมสร้างพัฒนาความร่วมมือฉันมิตรและเอื้อประโยชน์ซึ่งแก่กันในทุกภาคส่วน โดยบนพื้นฐานความเสมอภาคและเคารพซึ่งกันและกัน ซึ่งก็รวมถึงภาคส่วนเศรษฐกิจการค้าด้วย ถึงแม้สองฝ่ายอาจมีความเห็นต่าง เราก็ยังยินดีที่จะเจรจาพูดคุยกัน เพื่อแก้ไขปัญหาให้เรียบร้อย เมื่อเราสามัคคีกันก็จะดีต่อทั้งสองฝ่าย ถ้าเราต่อสู้กันก็จะเจ็บไปทั้งสองฝ่าย ยิ่งในโลกแห่งเศรษฐกิจโลกาภิวัตน์ในยุคนี้ ก็ยิ่งจะเป็นเช่นนี้ด้วย ประเทศจีนจะมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์โลกที่มีสันติภาพยืนยาว ความปลอดภัยมั่นคงอย่างถ้วนหน้า ความเจริญรุ่งเรืองด้วยกัน เปิดออกและเปิดรับและสะอาดงดงาม

“ผ่านไป 70 ปีก็มาถึงจุดเริ่มเดินใหม่ พร้อมก้าวหน้าข้ามฝ่าไปตั้งแต่ต้น” สังคมนิยมที่มีเอกลักษณ์แบบจีนเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ มองไปสู่อนาคตข้างหน้า เราได้กำหนด “สองเป้าหมายในรอบ 100 ปี” และยุทธศาสตร์ “แบ่งสองก้าว” ในยุคสมัยใหม่ ซึ่งก็คือ ประเทศจีนจะสร้างสรรค์สังคมอยู่ดีกินดีอย่างครบถ้วนภายในปี ค.ศ. 2020 สร้างสังคมนิยมแบบทันสมัยในปี ค.ศ. 2035 และจะก้าวสู่ประเทศสังคมนิยมสมัยใหม่ที่มีความแข็งแกร่ง มั่งคั่ง ประชาธิปไตย อารยธรรมและสงบสุขในช่วงกลางศตวรรษนี้ซึ่งทั่งหมดนี้เป็นความปรารถนาด้วยกันของประชาชนจีน 1400 ล้านคน และก็เป็นการประกาศอย่างจริงจังต่อทั่วโลก

“ต้องปีนเขาขึ้นไปตัดหินถึงจะได้เจอหยก ต้องลงน้ำร่อนทรายถึงจะเจอทองคำ” โลกปัจจุบันกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบร้อยปี การกระทำฝ่ายเดียวและลัทธิการกีดกันกำลังเพิ่มมากขึ้น หนทางแห่งการก้าวหน้าของจีนยังมีความเสี่ยงและความท้าทายหลากหลาย แต่เรามีความเชื่อมั่น มีความศรัทธา และมีขีดความสามารถที่จะก้าวเดินต่อไปทีละก้าว พัฒนาไปจากรุ่นสู่รุ่น พิชิตความยากลำบากและอุปสรรคทั้งปวง ยืนหยัดที่จะทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด ทิศทางการก้าวหน้าของจีนจะไม่เปลี่ยนแปลง จังหวะแห่งการพัฒนาจะไม่หยุดยั้งแนวคิดที่จะร่วมมือกับประเทศต่างๆ และชัยชนะด้วยกันจะไม่หวั่นไหว อนาคตแห่งการพัฒนาย่อมสดใสงดงามยิ่งขึ้น

ลมพัดมาจากภาคตะวันออก ทำให้รู้สึกสดชื่นและมีความชีวิตชีวา ประเทศจีนมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว ยกระดับการเปิดประเทศอย่างต่อเนื่อง ภาคีความร่วมมือกลุ่มแรกในต่างประเทศก็คือบรรดาประเทศเพื่อนบ้าน ผู้รับประโยชน์เป็นอันดับต้นๆ ก็ยังเป็นประเทศเพื่อนบ้าน ปีนี้เป็นปีสำคัญยิ่งสำหรับประเทศจีน ขณะเดียวกันประเทศไทยก็มีงานมงคลและเรื่องสำคัญติดๆกันหลายเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระราชพิธีบรมราชาภิเษกได้สำเร็จลุล่วงอย่างงดงามและสมพระเกียรติเมื่อเร็วๆ นี้ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้มอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ รัฐมิตราภรณ์ แด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งเป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ระดับสูงสุดสำหรับชาวต่างชาติ เพื่อเป็นการเชิดชูและยกย่องที่พระบรมวงศานุวงค์ของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงส่งเสริมความสัมพันธ์จีน-ไทยมาเป็นเวลายาวนาน อีกทั้งก็เป็นการยกย่องต่อความสัมพันธ์ฉันมิตรอันวิเศษแบบเป็นครอบครัวเดียวกันระหว่างจีน-ไทยอีกด้วย ปัจจุบันนี้ จีนกับไทยได้เข้าสู่ยุคสมัยใหม่แห่งการพัฒนาในประวัติศาสตร์ เราเชื่อมั่นว่าจะสามารถจับโอกาสทางประวัติศาสตร์นี้ให้ความสัมพันธ์หุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้านจีน-ไทย นำมาซึ่งความผาสุขอันยิ่งใหญ่ยิ่งขึ้นให้กับประชาชนทั้งสองประเทศ รองรับอนาคตแห่งการพัฒนาที่กว้างใหญ่มากขึ้น

ประการแรกคือเราต้องยึดหลักมองไกลจากที่สูง ขับเคลื่อนความสัมพันธ์จีน-ไทยให้เป็นแบบอย่างในการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับประเทศเพื่อนบ้าน จีนและไทยมีสภาพประเทศแตกต่างกัน มีระบอบการปกครองไม่เหมือนกัน แต่ทั้งสองฝ่ายต่างยืนหยัดในการเคารพซึ่งกันและกันและความเสมอภาค ความสัมพันธ์จีน-ไทยนั้นได้กลายเป็นแบบอย่างสำหรับประเทศที่มีระบอบการปกครองต่างกันสามารถอยู่ร่วมกันอย่างสมัครสมานสามัคคี เอื้ออำนวยประโยชน์แก่กัน และพัฒนาไปด้วยกัน นี่ไม่เพียงแต่เป็นทรัพย์สมบัติล้ำค่าของจีน-ไทยทั้งสองประเทศ ยังมีความหมายอันสำคัญในการชี้นำสำหรับการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในยุคสมัยใหม่ เราต้องรักษาความสม่ำเสมอในการไปมาหาสู่กันระหว่างผู้นำทั้งสองประเทศ เสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจเชิงยุทธศาสตร์ ขยายผลลัพธ์ในเชิงรุกที่เกิดขึ้นจากมิตรภาพจีน-ไทย เพื่อสร้างเป็นแบบอย่างที่ดีแห่งความสัมพันธ์ระหว่างประเทศร่วมกันประสานเสียงความสมานฉันท์และสามัคคี เปิดใจกว้างและช่วยเหลือจุนเจือ ร่วมมือสู่ชัยชนะไปด้วยกัน อันเป็นวิสัยทัศน์แห่งยุคสมัย และร่วมกันสร้างคำนิยามความสัมพันธ์ระหว่างประเทศรูปแบบใหม่และประชาคมร่วมอนาคตของมนุษยชาติ

ประการที่ 2 คือเน้นย้ำความจริงและรูปธรรมยกระดับคุณภาพและระดับความร่วมมือทุกภาคส่วนระหว่างจีน-ไทย ภายใต้ข้อความริเริ่ม “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” ประเทศไทยเป็นภาคีสมาชิกที่สำคัญในการร่วมพัฒนา “สายแถบและเส้นทาง” สามารถขยายความเชื่อมโยงไปถึงอาเซียนและภูมิภาคอื่นๆที่กว้างใหญ่ไพศาล ฝ่ายจีนยินดีที่จะเชื่อมต่อนโยบายมากยิ่งขึ้นกับฝ่ายไทย ขับเคลื่อน“หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง”  “เขตเศรษฐกิจพิเศษอ่าวกว่างตง-ฮองกง-มาเก๊า” และ “เขตนำร่องการค้าเสรี” ให้เชื่อมโยงอย่างแน่นแฟ้นกับยุทธศาสตร์ “Thailand 4.0” ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ฝ่ายจีนยินดีที่จะขยายการเปิดประเทศให้กับไทยในอีกระดับหนึ่ง โดยเชิญชวนประเทศไทยในฐานะประเทศเกียรติยศเข้าร่วมมหกรรมแสดงสินค้านำเข้านานาชาติครั้งที่ 2 (CIIE) ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้ สนับสนุนให้บริษัทจีนมาลงทุนในไทย เร่งแสวงหาความร่วมมือสามฝ่าย ฝ่ายจีนยังยินดีที่จะนำเอาภาคส่วนเศรษฐกิจดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ โลจิสติกส์ยุคใหม่ การสื่อสาร 5G ซึ่งเป็น “ภาคอุตสาหกรรมแห่งอนาคต” มาสร้างเป็นจุดเชื่อม Hot Spot ใหม่ในการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างสองประเทศ สนับสนุนให้บริษัท Huawei, Alibaba, JD และผู้ประกอบการเทคโนโลยีชั้นนำอีกมากมายที่มีขีดความสามารถสูง มาตั้งฐานการผลิตในประเทศไทย ขับเคลื่อนให้ห่วงโซ่คุณค่าและห่วงโซ่อุตสาหกรรมระหว่างสองประเทศเชื่อมโยงลึกยิ่งขึ้น

ประการที่ 3 คือเน้นแนวคิดที่ร่วมกัน กระชับความร่วมมือและการประสานงานระหว่างจีน-ไทยในกิจกรรมภูมิภาคและระหว่างประเทศทั้งจีนและไทยต่างก็เป็นประเทศที่ได้รับประโยชน์จากการค้าเสรีและเศรษฐกิจโลกแบบเปิดออกและก็เป็นประเทศสนับสนุนการค้าเสรีอย่างแข็งขัน ภายใต้สถานการณ์การกีดกันทางการค้าและการกระทำฝ่ายเดียวกำลังเพิ่มขึ้น ฝ่ายจีนมีความชื่นชมอย่างสูงที่ประเทศไทยได้สนับสนุนการค้าเสรี พร้อมที่จะร่วมมือกับฝ่ายไทย เสริมสร้างการประสานงานซึ่งกันและกันในเวทีพหุภาคี เพื่อร่วมกันรักษาระบบการค้าพหุภาคีที่มีกฎกติกาของ WTO เป็นรากฐาน คัดค้านการกีดกันทางการค้าและการเข้าไปข่มเหงรังแก ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดพลาด ขยายผลประโยชน์ร่วมในการเปิดเสรีและความร่วมมือ ในฐานะที่เป็นก้าวที่สำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือในภูมิภาค ฝ่ายจีนสนับสนุนการทำงานของประเทศไทยในฐานะประธานอาเซียน พยายามผลักดันให้การเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ให้สำเร็จเสร็จสิ้นภายในปีนี้ จับมือกันร่วมสร้างกลุ่มประเทศที่ทำการค้าขายร่วมกันที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งจะครอบคลุมประชากรกว่า 3000 ล้านคน มูลค่า GDP ประมาณ 21 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และคิดเป็น 30% ของมูลค่าการค้าของทั่วโลก เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการค้าในภูมิภาคและโลก

ประการที่ 4 คือ เสริมสร้างการศึกษาเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ขับเคลื่อนการแลกเปลี่ยนระบบบริหารสังคมและวัฒนธรรม มิตรสัมพันธ์จีน-ไทยมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน ปัจจุบัน เราต่างได้เผชิญกับปัญหาและความท้าทายต่างต่างนานาที่เหมือนกันหรือใกล้เคียงกันในการพัฒนาประเทศ ฝ่ายจีนยินดีที่จะเสริมสร้างการแลกเปลี่ยนประสบการณ์พัฒนาเศรษฐกิจ แก้ไขปัญหาความยากจน บริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและภาคส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารประเทศ เพื่อเป็นการเพิ่มพูนความร่วมมือทางด้านอำนาจอ่อน เมื่อเร็วๆ นี้ หลายพื้นที่ในประเทศไทยได้ประสบเหตุการณ์อุทกภัยอย่างรุนแรง ประชาชนชาวจีนขอแสดงความห่วงใยอย่างสุดซึ้ง บริษัทจีนและคนจีนในไทยได้ร่วมกันบริจาคเงินทองทรัพย์สิน เรายินดีที่จะร่วมกับฝ่ายไทยในการเสริมสร้างการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ การระบายน้ำ การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง ปัจจุบัน การแสดงทหารดินเผาสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ ซึ่งได้รับฉายาว่า “สิ่งมหัศจรรย์อันดับที่ 8 ของโลก” กำลังเปิดตัวที่กรุงเทพเป็นครั้งแรก ผู้คนหลั่งไหลเข้ามาชมอย่างหนาแน่น ความผูกพันระหว่างกันในลักษณะที่เป็น“จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” นั้นได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ย่อมจะเป็นรากฐานภาคประชาชนที่เหนียวแน่นยิ่งขึ้นสำหรับการพัฒนาของความสัมพันธ์จีน-ไทยในวันข้างหน้า

การที่ความสัมพันธ์จีน-ไทยได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องมานั้น ได้รับการเอาใจใส่และผลักดันจากผู้นำและรัฐบาลทั้งสองประเทศ และก็ได้รับการการเข้าอกเข้าใจและสนับสนุนจากจากประชาชนทั้งสองประเทศ ณ โอกาสนี้ ในนามสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ข้าพเจ้าขอขอบคุณอย่างจริงใจต่อทุกภาคส่วนของประเทศไทย ชาวไทยเชื้อสายจีน และชาวจีนโพ้นทะเลที่อยู่ในประเทศไทย ซึ่งได้ร่วมกันทุ่มเทกำลังขับเคลื่อนส่งเสริมความสัมพันธ์จีน-ไทยมาโดยตลอด เมื่อมาถึงจุดเริ่มต้นใหม่ที่สาธารณรัฐประชาชนจีนได้สถาปนาขึ้นครบรอบ 70 ปี ฝ่ายจีนยินดีร่วมมือกับ
ฝ่ายไทย จับมือกันพัฒนาความสัมพันธ์หุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้านให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในยุคสมัยใหม่ เพื่อสร้างความผาสุขอย่างแท้จริงให้กับประชาชนทั้งสองประเทศ และทุ่มเทกำลังในการสร้างสรรค์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศรูปแบบใหม่และประชาคมร่วมอนาคตของมนุษยชาติ

แชร์ข่าว :
Tags: