‘ไอคอนสยาม’ต่อจิ๊กซอว์เวิลด์เดสทิเนชั่น บูม‘เศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว’ริมน้ำเจ้าพระยา

‘ไอคอนสยาม’ต่อจิ๊กซอว์เวิลด์เดสทิเนชั่น บูม‘เศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว’ริมน้ำเจ้าพระยา
10 กันยายน 2562
362

 

รอบ 1 ปีที่ผ่านมา ถนนทุกสายมุ่งตรงสู่ เมืองไอคอนสยาม อภิมหาโครงการเมืองแห่งการใช้ชีวิตสู่โลกอนาคต มูลค่า 54,000 ล้านบาท ตั้งตระหง่านย่านเจริญนคร ริมแม่น้ำเจ้าพระยา สะท้อนสัญลักษณ์แห่งความรุ่งโรจน์ของไทยสร้างสีสันและแรงกระเพื่อมในอุตสาหกรรมค้าปลีกไทยและทั่วโลก!!  นับจากเปิดประตูโครงการวันแรกเมื่อ 9 พ.ย.2561 พลิกแลนด์สเคปริมน้ำเจ้าพระยาครั้งใหญ่ 

ถอดรหัสไอคอนสยามในฐานะ Game Changer!! เป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในการจุดประกายคุณค่าของแม่น้ำเจ้าพระยาใน 3 เรื่องหลัก กล่าวคือ การขยายตัวของเศรษฐกิจริมแม่น้ำเจ้าพระยา การพัฒนาชุมชนโดยรอบ 

และ การสัญจรไปมาเชื่อมระบบการขนส่ง “รถ-ราง-เรือ

เมืองไอคอนสยาม” ถือเป็นการลงทุนโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ด้วยมูลค่าสูงสุดของภาคเอกชนในห้วงเวลานั้น ทั้งเป็นโปรเจคแรกของกรุงเทพฯ ฝั่งธนบุรี ของการลงทุน มิกซ์ยูส ผสมผสานด้วยห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า ที่พักอาศัยลักชัวรี การเกิดขึ้นของระบบขนส่งมวลชน รถไฟฟ้าสายสีทอง” ที่เชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้ากรุงธนบุรี และมีเส้นทางไปตามถนนเจริญนคร ในอนาคตสายสีทองนี้จะเชื่อมต่อกับเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีม่วงและสายสีแดง เอื้อต่อการเดินทางจึงเปี่ยมศักยภาพไม่ต่างจากเส้นทางรถไฟฟ้าอื่นๆ เป็นองค์ประกอบสำคัญทำให้ที่ดินย่านคลองสาน เจริญนคร ฝั่งธนบุรี โดยเฉพาะบริเวณเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา ยกสถานะเป็น “ซูเปอร์ทำเลทอง” ที่ดินราคาพุ่งต่อเนื่องโดยเฉพาะรัสมี 10 กิโลเมตรรอบเมืองไอคอนสยาม และริมแม่น้ำเจ้าพระยาเกิดการลงทุนอย่างคึกคัก ปลุก “ชีพจรเศรษฐกิจ ยกสถานะย่านเจริญนคร ริมน้ำเจ้าพระยา สู่แลนมาร์คใหม่ของมหานครกรุงเทพ ที่ยังจะดึงดูดคลื่นการลงทุนเข้ามาอย่างต่อเนื่องในอนาคตข้างหน้า

ข้อมูลแผนกวิจัยบริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่น ประเทศไทย จำกัด ระบุว่า ปี 2561 ที่ดินบางแปลงย่านถนนเจริญนคร ตารางวาละ 1 ล้านบาท ปรับขึ้น 144% ในช่วงไม่ถึง 5 ปี เทียบปี 2552 ราคาที่ดินอยู่ที่ 100,000-200,000 บาทต่อตารางวา ปี 2554 ขยับมา 265,000 บาทต่อตารางวา ปี 2557 พุ่งไปที่ 450,000 บาทต่อตารางวา เรียกว่าราคาใกล้เคียงย่านสุขุมวิทเลยทีเดียว 

การปักหมุด ไอคอนสยาม ยังเริ่มต้นปีทองของการท่องเที่ยวริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งจะมีอีกหลายโครงการมาเพิ่มสีสัน อาทิ เจ้าพระยา เอสเตท ประกอบด้วย โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ โรงแรมคาเพลลา และโฟร์ซีซั่นส์ ไพรเวท เรสซิเด้นซ์ กรุงเทพฯ รวมถึงการก่อสร้างรถไฟฟ้าทั่วกรุงเทพฯ ที่จะทำให้เกิดจุดเชื่อมต่อกับระบบขนส่งริมแม่น้ำเจ้าพระยาถึง 7 จุด

แม่น้ำเจ้าพระยาเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่และเป็นสายน้ำแห่งชีวิตของกรุงเทพฯ เป็นจุดหมายปลายทางที่สามารถนำผู้มาเยือนเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ ได้สะดวก ไม่ว่าจะเป็นวัด วัง สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ รวมถึงชุมชนริมแม่น้ำโดยรอบ จุดพลุการท่องเที่ยวริมน้ำเจ้าพระยาขึ้นอีกครั้ง

ทั้งนี้ อีกหนึ่งในไฮไลท์ท่องเที่ยวริมแม่น้ำเจ้าพระยา ไอคอนสยาม” ได้ดีไซน์พื้นที่ใหญ่กว่า 10,000 ตารางเมตร ริมแม่น้ำเจ้าพระยา หรือ ริเวอร์พาร์ค รองรับบิ๊กอีเว้นท์ในฐานะคอมมูนิตี้สเปซ เปิดให้สาธารณชนใช้ประโยชน์ได้ทุกวัน เป็นจิ๊กซอว์สำคัญจุดประกายการท่องเที่ยวตลอดคุ้งน้ำเจ้าพระยาจากการสร้างประโยชน์ร่วมกัน แผ่กระจายผลประโยชน์เชิงเศรษฐกิจตามคอนเซปต์ “Create Shared Value”

ปัจจุบันผู้เข้าใช้บริการในไอคอนสยามเฉลี่ย 150,000 คนต่อวัน วันจัดกิจกรรมส่งท้ายปีผู้มาใช้บริการสูงถึง 200,000 คนต่อวัน เทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา ยังพบว่า ธุรกิจเรือโดยสารและเรือด่วนเจ้าพระยามีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นจากช่วงปกติถึง 25% ผู้ประกอบการเรือหลายรายเพิ่มเที่ยวให้บริการจาก 160-180 เที่ยวต่อวัน เป็น 618 เที่ยวต่อวัน

ขณะที่ อัตราการเข้าพักโรงแรมระดับ 5 ดาวในพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น 85-90%  โดยโรงแรมแม่น้ำรามาดา พลาซ่า 1 ใน 8 พันธมิตรการตลาดโรงแรมริมแม่น้ำเจ้าพระยา สะท้อนว่า หลังการแจ้งเกิดโครงการขนาดใหญ่ทั้ง ไอคอนสยาม และ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ ทำให้ริมแม่น้ำเจ้าพระยามีโปรดักท์ใหม่รองรับนักท่องเที่ยวทั้งสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร ศูนย์การค้า เรือนำเที่ยว ฯลฯ ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาเที่ยวกรุงเทพฯ เกือบ 100% รู้จักและเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่ริมน้ำเจ้าพระยา

สมาคมการค้าธุรกิจในแม่น้ำเจ้าพระยา ระบุไว้ว่า ภาพรวมธุรกิจริมแม่น้ำเจ้าพระยาคาดเติบโต 20-30% หรือมีมูลค่ารวมกว่า 100,000 ล้านบาทในปีนี้ จาก 70,000-80,000 ล้านบาทในปี 2561 มีผู้ประกอบการลงทุนต่อเนื่องทั้งโครงการอสังหาฯ โรงแรม 5 ดาว มิกซ์ยูส แหล่งท่องเที่ยว ภัตตาคาร ร้านอาหาร เรือนำเที่ยว เรือดินเนอร์กลางคืน ฯลฯ

โรงแรมริมแม่น้ำเจ้าพระยาจะถูกจองเต็มในคืนเคาท์ดาวน์ พบว่านักท่องเที่ยวส่วนมากเพิ่มเวลาเข้าพักนานขึ้นจาก 1 คืน เป็น 2-3 คืน ผู้เข้าพักเป็นชาวไทย 20% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนๆ ที่เป็นชาวต่างชาติเกือบทั้งหมด

“ไอคอนสยาม” ยังมาพร้อมมิติใหม่ในการเดินทาง “รถ-ราง-เรือ โดยเฉพาะการสัญจรทางน้ำเป็นที่นิยมสูงขึ้น 10-15% หรือเพิ่มจาก 40,000 คนต่อวัน เป็น 50,000 คนต่อวัน ขณะที่เรือโดยสารท่องเที่ยว และเรือภัตตาคาร มีผู้ใช้บริการมากขึ้น "เจ้าพระยาทัวร์ริสท์โบ๊ท"  ในเครือเรือด่วนเจ้าพระยา ระบุว่า ลงทุนกว่า 100 ล้านบาท ต่อเรือโดยสาร 2 ชั้น เพิ่มขึ้น 3 ลำ คาดเพิ่มนักท่องเที่ยวจาก 3,500 คนเป็น 5,000-6,000 คนต่อวัน นอกจากนี้ยังมีเรือสำหรับให้บริการ นักท่องเที่ยวที่มาเป็นกลุ่มหรือผู้ที่สนใจเช่าเรือโดยสารแบบเหมาลำด้วย

เมอริเดียน ครูซ เรือดินเนอร์ลำใหม่ล่าสุดในแม่น้ำเจ้าพระยา ระบุเช่นเดียวกันว่าผู้ประกอบการหลายรายสั่งต่อเรือดินเนอร์เพื่อให้บริการในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น ส่วนเรือเมอริเดียน ครูซ ซึ่งเปิดตัวเมื่อปลายปี 2561 มีการตอบรับที่ดี จอดให้บริการที่ท่าเรือไอคอนสยาม ได้สั่งต่อเรือเพิ่มอีก 1 ลำ คาดนำมาบริการได้ภายในสิ้นปีนี้

'สานประโยชน์ร่วมกันปูทางเติบโตยั่งยืน

ไอคอนสยาม วางแนวคิดการทำธุรกิจในโลกยุคใหม่ โดยมุ่งสานประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย (Creating Shared Value)  แผ่กระจายความรุ่งเรืองไปทั่วทั้งในระดับชุมชน สังคม และประเทศ เพื่อสร้างการเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน!! ก่อให้เกิดมหาปรากฎการณ์เป็นที่กล่าวขานไปทั่วประเทศไทยและทั่วโลกจากการผนึกกำลังครั้งประวัติศาสตร์ร่วมกันรังสรรค์ (Co-Creation) นำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดของไทยและสิ่งที่ดีที่สุดของโลกมาบรรจบกันตอกย้ำความเป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญของโลก (World Destination) ที่ทุกคนต้องการมาเยี่ยมเยือนสักครั้งในชีวิต เพื่อสัมผัสประสบการณ์เมืองที่เป็นศูนย์รวมความมหัศจรรย์ทั้งศิลปะวัฒนธรรม ผสานรวมอยู่กับที่สุดของการชอปปิงและความบันเทิง โดยการผนึกกำลังพันธมิตรองค์กรธุรกิจใหญ่และเล็กหลายรูปแบบธุรกิจ รวมไปถึงผู้คนจำนวนมากจากนานาสาขาอาชีพ ที่มีความปรารถนาจะสร้างสถานที่ที่บอกเล่าหลากหลายเรื่องราวของความภาคภูมิใจในความเป็นไทยผสมผสานกับสิ่งที่ดีในมิติต่างๆ จากทุกมุมโลก 

"ไอคอนสยามได้ทำให้เกิดขึ้นจริงในสเกลที่ไม่เคยเกิดขึ้นที่ใดมาก่อนในโลก ส่งผลต่อการพัฒนาด้านอสังหาฯ ย่านเจริญนครและฝั่งธนบุรี การท่องเที่ยวริมน้ำเจ้าพระยาได้รับความนิยมอย่างสูง การเติบโตของผู้โดยสารทางน้ำเพิ่มขึ้น ก่อให้เกิดการลงทุนธุรกิจเรือโดยสาร-เรือนำเที่ยว การเติบโตของที่พักโรงแรมริมน้ำเจ้าพระยา"

บรรทัดฐานใหม่ของการทำธุรกิจในรูปแบบ “Shared Values” และ “Co-Creation” เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมผ่าน ไอคอนสยาม” สะท้อนศักยภาพธุรกิจไทยบนเวทีโลกด้วยการคว้ารางวัลชนะเลิศ Global Award ถึง 3 รางวัล ได้แก่ World Retail Awards 2019 สาขา Best Store Design of the Year ในฐานะโครงการที่ได้รับการคัดเลือกว่าออกแบบดีที่สุดในโลก รางวัลชนะเลิศ INTERNATIONAL PROPERTY AWARDS 2019 ในฐานะผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ดีที่สุด และรางวัลชนะเลิศการออกแบบสถาปัตยกรรมดีเด่นระดับภูมิภาค ในหมวด Shopping Center จากเวที Prix Versailles 2019

ภายใต้เป้าหมายสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างอย่างมีคุณค่าให้แก่ผู้มาเยือนจากอัตลักษณ์โดดเด่นแปลกใหม่ของไอคอนสยาม จึงได้ทำงานลงลึกในรายละเอียดร่วมกับผู้ประกอบการร้านค้าสุดยอดแบรนด์ของไทยไปจนถึงลักชัวรีแบรนด์จากต่างประเทศให้แต่ละร้านนำเสนอเรื่องราวแนวคิดเกี่ยวกับแบรนด์ เพื่อให้ไอคอนสยามเป็นโครงการแรกที่ทำ “Story Telling” ที่จะสร้างความตื่นตาตื่นใจ ซึ่งหลายแบรนด์ดังระดับโลกพร้อมใจร่วมกันสร้างสรรค์พิเศษเฉพาะสาขาไอคอนสยาม เช่น หลุยส์ วิตตอง ณ ไอคอนสยาม เป็นจุดหมายที่เหล่าบรรดาคนในแวดวงค้าปลีกและนักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องมาศึกษาและเยี่ยมชม ด้วยการนำเสนอประวัติศาสตร์ที่มีมายาวนานของแบรนด์ผ่านเรื่องราวจากดินแดนตะวันตกสู่ตะวันออก การออกแบบร้านได้ผสมผสานอัตลักษณ์ดั้งเดิมของหลุยส์ วิตตองตามรูปแบบตะวันตก เข้ากับองค์ประกอบพื้นถิ่นที่สื่อถึงเอกลักษณ์ความเป็นไทยได้อย่างลงตัว งานศิลปะชิ้นสำคัญประดับประดาอย่างสวยเด่นอยู่บนเพดานของร้าน นั่นคือประติมากรรมสิ่งทอผืนยาวกว่า 18 เมตร ถักทอขึ้นด้วยเทคนิคศิลปะผสมผสานวัสดุพื้นถิ่นหลากหลายประเภทเพื่อเป็นตัวแทนของวิถีชีวิตริมน้ำ ผลงานชิ้นนี้มีชื่อว่า ”River of Kings” ถ่ายทอดความคิดและรังสรรค์โดยฝีมือศิลปินไทย มุก-เพลินจันทร์ วิญญรัตน์ ที่ตกแต่งถักร้อยเรียงผ้าสิ่งทอหลายชนิดหลายเฉดสีต่อกันอย่างสวยงามไร้ที่ติเพื่อสื่อถึงวิถีชีวิตที่มีชีวิตชีวาบนสายน้ำเจ้าพระยาแห่งนี้จากกลางวันจรดกลางคืนนับแต่ประวัติศาสตร์จนถึงปัจจุบัน

 

 

แชร์ข่าว :
Tags: