Shaping Thailand’s Competitive Edge 2020 เสริมศักยภาพแข็งแกร่งที่ “มากกว่า” เพื่อลูกค้าธุรกิจ TMB

Shaping Thailand’s Competitive Edge 2020  เสริมศักยภาพแข็งแกร่งที่ “มากกว่า” เพื่อลูกค้าธุรกิจ TMB
10 กันยายน 2562
1005

 

ทีเอ็มบี โดยนายเสนธิป ศรีไพพรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าธุรกิจ ทีเอ็มบี จัดงาน Shaping Thailand’s Competitive Edge 2020 “ชี้ทิศทางเศรษฐกิจและการเตรียมพร้อมรับการแข่งขัน” สำหรับกลุ่มลูกค้าธุรกิจ เพื่อพัฒนาศักยภาพองค์กร พร้อมรับมือกับสถานการณ์และก้าวไปสู่การแข่งขันของเศรษฐกิจโลก

นายนริศ สถาผลเดชา หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบี อนาลิติกส์ กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้มีแนวโน้มซึมตัว และยังต้องมีมาตรการกระตุ้นเข้ามาเพิ่ม โดยประเมินว่าทั้งปีจะขยายตัวได้เพียง 2.7% ชะลอลงจากปีก่อนหน้าที่ขยายตัว 4.1%

การชะลอตัวของเศรษฐกิจไทยถูกปัจจัยฉุดรั้งจากภาวะการค้าโลกที่หดตัวลงประมาณ 3-5% ขณะเดียวกันการที่ประชาชนมีภาระหนี้เพิ่มจากการซื้อบ้านและรถ ทำให้การบริโภคมีแนวโน้มลดลง ส่วนกำลังซื้อรายย่อยในภูมิภาคถือเป็นอีกปัจจัยที่ต้องระวัง แม้ที่ผ่านมารัฐบาลจะเริ่มมีมาตรการออกมากระตุ้นก็ตาม

สำหรับปัจจัยหนุนเศรษฐกิจไทย แม้ยังมีความหวังจากการลงทุนภาคเอกชนที่เริ่มกลับมา แต่ต้องยอมรับว่าฝั่งผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังไม่กล้าลงทุน หรือที่ลงทุนก็มักออกไปลงทุนในต่างประเทศ เนื่องจากมีต้นทุนการลงทุนที่ลดลง

“ภาพเศรษฐกิจทั่วโลกชะลอ เศรษฐกิจไทยชะลอตัวตามไปด้วย ผลจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนยังยืดเยื้อ และจีนไม่ใช่มวยคู่สุดท้าย มวยคู่นี้ถ้าต่อยกันไม่เสร็จเผลอๆ อาจไปต่อยคนข้างๆ ต่อ นอกจากนี้ยังมีผลจากการเจรจาเบร็กซิท ลดดอกเบี้ย ลดค่าเงิน ทั้งหมดยังเป็นเกมระยะยาวที่ทุกคนต้องเจอ”

ส่วนมุมมองค่าเงินบาทปีนี้ ยังมีแนวโน้มแข็งค่า โดยคาดว่าเฟดมีโอกาสปรับลดดอกเบี้ยลงอีก 2 ครั้งในปีนี้ และธปท. มีโอกาสปรับลดดอกเบี้ยลงอีก 1 ครั้ง ราว 0.25% ในปลายปีนี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งจะทำให้ดอกเบี้ยนโยบายปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 1.25%

ดังนั้น หากเศรษฐกิจไทยยังอ่อนแอ จึงยังต้องติดตามเงินบาทอย่างใกล้ชิด เนื่องจากปัจจุบันค่าเงินบาทยังคงแข็งค่าจากต้นปีมานี้ที่ 6.5% ถือเป็นการปรับตัวแข็งค่ามากสุดเมื่อเทียบกับสกุลอื่นในภูมิภาค โดยปัจจัยที่หนุนค่าเงินบาทแข็งมาจากการท่องเที่ยวเป็นหลัก ขณะที่ดอกเบี้ยไทยยังอยู่ในระดับต่ำที่ 0.5%

นายนริศ แนะนำว่า สำหรับลูกค้ารายย่อย ถ้าไม่จำเป็นอย่าพยายามก่อหนี้ แต่ให้ใช้วิธีรีไฟแนนซ์หนี้ ส่วนภาคอุตสาหกรรมไทย แน่นอนว่าต้องปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในห่วงโซ่อุปทานในเซ็กเมนต์อื่นๆ ที่สำคัญ เช่น อาหาร เคมีภัณฑ์ แฟชั่น พลังงาน และยาง นอกเหนือจากอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ รถยนต์

มินิ’ ชูกลยุทธ์ปั้นแบรนด์สู้ศก.ชะลอ

ด้าน นายปรีชา นินาทเกียรติกุล ผู้จัดการทั่วไป MINI at BMW Group Thailand กล่าวถึงการเตรียมพร้อมรับมือกับการแข่งขันในเวทีโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วว่า แม้เศรษฐกิจปีนี้ไม่ค่อยแน่นอน แต่ MINI ยังเติบโตดี โดยครึ่งปีแรกที่ผ่านมา อุตสาหกรรมรถยนต์โดยรวม เติบโตประมาณ 6% แบ่งเป็น ตลาดรถยนต์หรูกลุ่มรถยุโรป เติบโต 0.6% ขณะที่ MINI เติบโต 25% และเติบโตถึง 260% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

สาเหตุที่ MINI สามารถเติบโตท่ามกลางการชะลอตัวของเศรษฐกิจ มาจากกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ของ MINI ให้ยั่งยืน คือ Passion ที่เป็น Core Value Brand ของแบรนด์ MINI และกลยุทธ์การทำธุรกิจ ต้องทำให้สินค้าและการบริการถูกใจลูกค้ามากๆ เพราะกระเป๋าตังค์มักใกล้หัวใจมากกว่าสมอง ดังนั้นสินค้าที่ถูกใจมักจะได้กำไรต่อหน่วยสูงกว่าสินค้าที่ใช้สมองหรือเหตุผลตัดสิน

ทั้งนี้ ในเรื่อง Passion brand emotion style เจ้าของสินค้าต้องหาให้เจอ ทำอย่างไรให้ต่าง ให้โดน และเจ๋ง ต้องคิดคาแรคเตอร์ของแบรนด์ให้ชัดเจนและมี passion อย่างไร

ส่วนในเรื่อง safety feature network/ Channel สามารถจ้างมืออาชีพมาช่วยทำได้ ที่สำคัญในเรื่องช่องทางขาย “ออนไลน์” เชื่อว่าโลกเปลี่ยนไปจริงๆ อย่างเช่น MINI ICE BLUE edition hatch 3-door and 5-door ผ่านช่องทางออนไลน์ใช้เวลา 5 วัน ขายได้ 20 คัน ดังนั้นอย่ามองข้ามช่องทางใหม่ๆ ความคิดคนรุ่นใหม่ๆ

อย่างไรก็ตามอุตสาหกรรมรถยนต์ในอนาคต มองว่า รถยนต์จะวิ่งโดยไม่ใช้น้ำมันมากขึ้น เช่น ในปี 2040 ที่อังกฤษประกาศห้ามรถใช้น้ำมันเบนซินหรือดีเซลในประเทศ ส่วนไทยเริ่มมีการใช้รถยนต์ไฟฟ้าแล้ว แต่ยังคงต้องใช้ระยะเวลาอีกนานพอสมควรกว่าจะมีการระงับเช่นอังกฤษ ส่วนทางด้าน Automotive trends จะให้ความสำคัญกับเรื่อง Sharing Economy หรือการแชร์รถยนต์ในการเดินทาง ซึ่งรถยนต์จะจำโปรไฟล์เราได้ ซึ่งมินิกำลังมุ่งสู่เทรนด์นี้ภายใต้แนวคิด “รถมินิบนโลกทุกคันเป็นของคุณ”

“เราศรัทธาในสิ่งเล็กๆ เปลี่ยนแปลงโลกได้ ต้องฟังเสียงจากลูกค้า ลูกค้ามีความสุขกับสินค้าที่ซื้อทุกวันหรือไม่ เราลงไปหาลูกค้าจริงๆ มีลูกค้า MINI บอกว่า ถ้าไม่มี MINI ตายไม่ได้ การสร้างแบรนด์ที่ยั่งยืนมี Passion ทำบ่อยๆ ทำซ้ำ ไม่ว่าอย่างไร สุดท้ายกระเป๋าตังค์ก็ใกล้หัวใจมากกว่าสมอง”

เซ็นทรัล’ ชี้ข้อมูลคือพลัง

นายอครินทร์ ภูรีสิทธิ์ Head of Corporate Human Resources Central Group กล่าวว่า แนวคิดการบริหารคน หัวใจสำคัญคือ “Information is power” ในเรื่องของบุคคล หากใครรู้จักวิธีหยิบข้อมูล unstructured data นำมาใช้ให้มีประโยชน์ได้ก่อน คนนั้นจะชนะในเกมการแข่งขันได้ก่อน

ทั้งนี้ มี 3 เรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ ได้แก่

  1. 1. Capability คนที่ชนะ จะเริ่มมีวิธีการที่จะทำให้คนในองค์กรมีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยการใช้ข้อมูลมากขึ้น เห็นได้จากตอนนี้ธนาคารและประกันเริ่มการเปลี่ยนพฤติกรรมพนักงานในองค์กร ใช้เอไอในการเก็บข้อมูล และ HR จะมีส่วนเข้าไปคุยกับทุกหน่วยธุรกิจ
  2. 2. Capacity องค์กรต้องรักษาคนดีเอาไว้ให้มากที่สุด เพราะปัจจุบันเวลาและบุคลากรที่มีอยู่นั้นจำกัดจากอัตราการเกิดต่ำและวัยเกษียณเพิ่มขึ้น คนวัยทำงานหายากขึ้นและคนเหล่านั้นมีทางเลือกมากขึ้นเช่นกัน หรืออย่างการประชุม ควรเลือกคนที่เกี่ยวข้องเท่านั้นหรือไม่แล้วทำให้เกิดพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นหรือไม่ productivity เพิ่มขึ้นหรือไม่

และ 3. Care พนักงานมีความเอาใจใส่ต่อองค์กร

การทำ social collaboration promote sharing เป็นแคมเปญส่งเสริมการบริการและการพัฒนาภายใน ผ่านทางโซเชียลเน็ตเวิร์คที่ได้ผลตอบรับดีจากพนักงานองค์กร

“ทั้งสามส่วนทำให้เกิด Value ต่อองค์กร การมีข้อมูล มีการวิเคราะห์ อยู่ที่ว่าใครสามารถหาเครื่องมือได้อย่างเหมาะสม ใครทำได้ก่อนจะชนะในการแข่งขันนั้น”

แชร์ข่าว :
Tags:
TMB