โครงการ “คืนดวงใจให้แม่ return heart to home” เปลี่ยนฉลากน้ำดื่ม ช่วยตามหาเด็กหาย รับ “วันแม่”

โครงการ “คืนดวงใจให้แม่ return heart to home”  เปลี่ยนฉลากน้ำดื่ม ช่วยตามหาเด็กหาย รับ “วันแม่”
9 สิงหาคม 2562
1964

 

สถิติข้อมูลมูลนิธิกระจกเงา พบว่า ใน 1 วัน จะมีเด็กที่หายออกจากอ้อมอกคนในครอบครัวอย่างน้อย 1 คน กลุ่มที่น่าเป็นห่วงมากที่สุด คือ อายุต่ำกว่า 12 ปี แม้จะมีเพียง 5% ของเรื่องที่รับแจ้งทั้งหมด แต่เด็กกลุ่มนี้มีแนวโน้มถูกนำไปหาประโยชน์ กระทำทางเพศ หรือถึงขั้นเสียชีวิต และยังพบอีกว่า เด็กอายุระหว่าง 0 – 18 ปี ที่หายไป ปี 2559 จำนวน 418 คน พบแล้ว 387 คน (92.58 %) ปี 2560 จำนวน 403 คน พบแล้ว 365 คน (90%) ปี 2561 จำนวน 309 คน พบแล้ว 265 คน (85.76%) ปี 2562 (สถิติ เดือน กรกฎาคม) จำนวน 153 คน พบแล้ว 124 คน (81.06%)

ภูริต ภิรมย์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด กล่าวในงานแถลงข่าว โครงการ “คืนดวงใจให้แม่ return heart to home” ว่าปัญหาเด็กหายเป็นอีกปัญหาทางสังคมที่เกิดขึ้นมาโดยตลอด จากประสบการณ์ที่เคยพาลูกไปห้างและหาลูกไม่เจอแค่ 5 นาที ยังรู้สึกว่า “หัวใจเราหายไป” ทุกครั้งที่ได้ยินเรื่องนี้ เราถามตัวเองตลอดว่าจะช่วยอะไรได้บ้าง

ตนจึงเกิดไอเดียที่จะใช้พื้นที่บนฉลากน้ำดื่มสิงห์เป็นอีกช่องทางการสื่อสารตามหาเด็กที่หายไป เกิดเป็นโครงการ “คืนดวงใจให้แม่ return heart to home” ร่วมกับมูลนิธิกระจกเงา โดยคัดเลือกเด็กที่หายไปอย่างยาวนาน ตั้งแต่ 6-17 ปี ซึ่งถือเป็นกรณีที่ยากที่สุด จำนวน 5 คน ประกอบด้วย น้องเท็น-ด.ช.ชัยภาส ด้านเกื้อกูล, น้องโอ๊ต-ด.ช.นฤดล เยื้อนหนูวงศ์, น้องจีจี้-ด.ญ.จีรภัทร ทองชุม, น้องพลอย-ด.ญ.เบญรัตน์ วงษ์ประจักษ์ และ น้องเจต -ด.ช.เดชาวัต ยาต่อ โดยจัดพิมพ์รูปของน้องบนขวดน้ำดื่มสิงห์ ขนาด 750 มล.และ 600 มล. จำนวน 20 ล้านขวด เพื่อให้เข้าถึงประชาชนในวงกว้าง พร้อมตระหนักถึงปัญหาเด็กหาย และระมัดระวังบุตรหลานของตนให้ปลอดภัย

เด็กต่ำกว่า 12 ปี เสี่ยงถูกนำไปหาประโยชน์

เอกลักษณ์ หลุ่มชมแข ประธานมูลนิธิกระจกเงา ให้ข้อมูลว่า เด็กกลุ่มใหญ่สุดที่หายไป คือ สมัครใจหนีออกจากบ้านมีอายุระหว่าง 12 – 18 ปี 90% กลุ่มที่เกิดจากปัญหาแย่งกันปกครองบุตร 5% และกลุ่มที่เราให้ความสำคัญมากที่สุด คือ ต่ำกว่า 12 ปีลงมา เนื่องจากกลุ่มนี้มีความเสี่ยงในการถูกล่อลวง ลักพาตัว พลัดหลง อุบัติเหตุ และเสียชีวิต แม้ว่าสัดส่วนน้อยเพียง 5% ก็ตาม

สำหรับกระบวนการตามหามีการจัดการด้วยองค์ความรู้ ช่วงอายุจะบอกได้ว่าเป็นเรื่องอะไร เช่น เด็กอายุมากกว่า 12 ปีขึ้นไป มักเป็นเรื่องสมัครใจหนีออกจากบ้าน ดังนั้น จำเป็นต้องตรวจสอบประวัติครอบครัว พ่อแม
่แยกทางกันหรือไม่ มีเหตุความรุนแรงในครอบครัวหรือไม่ เด็กเล่นโทรศัพท์ ติดเพื่อน มีแฟน คุยกับคนในโลกออนไลน์หรือไม่ เด็กหายจากสิ่งไหนให้ตามหาจากสิ่งนั้น

“แต่หากต่ำกว่า 12 ปีลงมา มีแนวโน้มโดนลักพาตัว เมื่อตรวจสอบแล้วว่าไม่ใช่ปัญหาครอบครัวแย่งปกครองบุตร จึงลงไปยังที่เกิดเหตุ ตรวจสอบข้อมูลว่ามีแหล่งน้ำ ป่า กล้องวงจรปิด หรือจุดเสี่ยงที่ทำให้เด็กพลัดหลงหรือไม่ พร้อมดูแฟ้มประวัติคนร้ายว่าอยู่ในระแวกนั้นหรือไม่ ทำประกาศภาพเด็กหายออกสู่สาธารณะ เพื่อให้คนในสังคมเป็นหูเป็นตา แจ้งเบาะแสเข้ามา รวมถึงประสานกับหน่วยงานในพื้นที่จัดกำลังคนเข้าค้นหา หากไม่พบจะมีการประเมินว่าเด็กออกนอกพื้นที่หรือไม่ และประสานไปยังสื่อมวลชนในการดำเนินการประกาศต่อไป” นายเอกลักษณ์ กล่าว

เด็กมักถูกลักพาตัวในที่ๆ พ่อแม่คิดว่าปลอดภัย

ด้าน กนกวรรณ พูลเพิ่ม เจ้าหน้าที่ประสานงาน ศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา ให้ข้อมูลว่า ที่ผ่านมาหากเป็นเด็กที่ถูกคนร้ายลักพาตัวไป ต้องอาศัยประชาชนในการช่วยเป็นหูเป็นตามองหา คนร้ายมักจะลักพาตัวเด็กในพื้นที่สาธารณะที่พ่อแม่คิดว่าปลอดภัย เช่น หน้าบ้าน ตามงานวัด ฯลฯ ซึ่งเวลาหาเด็กพบ จึงมักจะเจอจากประชาชนที่โทรเข้ามาแจ้ง ซึ่งเราเป็นหน่วยงานกลางประสานกับตำรวจเพื่อตรวจสอบ ติดตามตามเบาะแส หากใช่ก็เป็นข่าวดีของพ่อแม่

เด็กที่ถูกลักพาตัวไปหาประโยชน์ขายดอกไม้ ขอทาน คนร้ายส่วนใหญ่เป็นคนเร่ร่อนที่บังเอิญเดินมาเจอเด็ก ส่วนลักพาตัวไปกระทำทางเพศ คือ กลุ่มคนที่มีปัญหาทางจิตเวช และอีกกลุ่มคือ คนร้ายที่อยากมีเพื่อนเล่นมาเจอเด็กอยู่คนเดียว ก็พาเด็กไปแต่ไม่ทำอันตราย ตะเวนไปเรื่อยๆ เล่นเกม นอนข้างถนน เปรียบเสมือนน้อง คนร้ายจะมีวิธีการพูดคุย หรือไม่ให้หนี แต่เด็กบางรายก็รู้สึกว่าได้เล่น ด้วยวุฒิภาวะอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองถูกลักพาตัวไป ทั้งนี้ หากพบเจอเด็ก คนที่ลักพาตัวจะต้องถูกดำเนินคดีข้อหาพรากผู้เยาว์ แต่ก็ต้องมาดูว่าคนกลุ่มนี้ ลักพาตัวไปด้วยเหตุอะไร ซึ่งหากมีอาการทางจิต ก็ต้องถูกเยียวยา เพราะ หากพ้นโทษออกมา ก็อาจจะกระทำความผิดซ้ำเนื่องจากไม่ได้รักษาอาการทางจิตเวช

แม้ที่ผ่านมา สถิติการติดตามเด็กสูญหายจะสำเร็จกว่า 90% อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกหลายกรณีที่เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ถูกลักพาตัวหายไปอย่างไร้ร่องรอย อย่างกรณี ด.ช.ชัยภาส ด้านเกื้อกูล หรือน้องเท็น ซึ่งหายไปจากบ้านที่ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ขณะอายุเพียง 11 ปี ปัจจุบัน เป็นเวลายาวนานกว่า 12 ปี 7 เดือนที่มูลนิธิกระจกเงา และคุณแม่ ยังคงตามหาด้วยความหวังว่าจะพบเจอน้องอีกครั้ง

ใจสลายทุกครั้งเมื่อมีความหวัง

กรสิริ ด้านเกื้อกูล คุณแม่น้องเท็น เล่าว่า โดยปกติน้องค่อนข้างซนไม่ค่อยอยู่บ้าน ออกไปเล่นซนตามประสาเด็ก ครั้งสุดท้าย คือ น้องออกไปเล่นและหายไป หลังจากนั้นจึงเดินทางเข้าแจ้งความแต่เขาไม่รับแจ้งเพราะยังไม่ถึง 24 ชั่วโมง เราคิดว่ามันไม่ทันการ หลังจากนั้น จึงเข้าขอความช่วยเหลือกับมูลนิธิกระจกเงาเพื่อให้ช่วยตามหา แม้ว่าล่าสุดเมื่อ 3-4 ปีที่ผ่านมา จะมีคนแจ้งเบาะแส จากประเทศกัมพูชาว่าพบเด็กไทยอาศัยอยู่กับพระคาดว่าจะเป็นน้องเท็น ทางมูลนิธิฯ จึงประสานกับกลุ่ม NGO ฝั่งกัมพูชา เพื่อให้พาข้ามแดนไปตรวจสอบ แต่สุดท้ายก็ไม่ใช่ข่าวดีอย่างที่ทุกคนหวัง

“แม่ออกรายการทีวีทุกปีๆ ละหลายครั้ง หากใครพบน้องเท็นโปรดเมตตา เพราะแม่ตามหามา 12 ปี 7 เดือน มันเป็นความทุกข์ทรมานที่ยาวนานมาก ทุกครั้งที่มีความหวัง คือ ทุกครั้งที่ใจสลาย” กรสิริ กล่าว

เช่นเดียวกับ มลฑา ศิริทัย คุณแม่น้องพลอย ด.ญ.เบญรัตน์ วงษ์ประจักษ์ เล่าว่า น้องพลอยหายไปขณะอายุ 4 ขวบ ระหว่างวิ่งเล่นกับเพื่อนขณะที่คุณแม่เตรียมของขายที่ตลาดนัดคลองหลวง จ.ปทุมธานี ราว 6 โมงเย็น ปัจจุบันผ่านมากว่า 13 ปี คุณแม่ตามหาและออกสื่อในทุกช่องทางเพื่อหวังว่าจะเจอลูกสาวของตนเอง

ขณะที่ สุรีรัตน์ บัวนาค คุณแม่ของน้องโอ๊ต ด.ช.นฤดล เยื้อนหนูวงศ์ ซึ่งหายไปยาวนานก่อนมูลนิธิกระจกเงาก่อตั้งถึง 3 ปี คุณแม่เล่าว่าระหว่างนั้นพยายามประกาศตามวิทยุ จส.100 และตามหาทุกที่ที่คิดว่าน้องจะไปตลอดระยะเวลา 16 ปี “ช่วงที่น้องหาย ที่ไหนที่คิดว่าลูกจะไปเราไปหมด น้องโอ๊ตเป็นเคสที่หายเข้ากลีบเมฆ เราไม่รู้ว่าเขาหายไปอย่างไร ไม่มีเบาะแส ตอนนี้
รอคอยอย่างเดียว ถ้าถามว่าคิดถึงลูกไหม คิดถึงตลอดเวลา แต่เราไม่พูด เราใช้การทำงานเพื่อไม่ให้มีเวลาว่าง”

นอกจากนี้ ยังมีเคสของน้อง จีจี้ ด.ญ.จีรภัทร ทองชุม ซึ่งหายไปขณะช่วยคุณแม่มณี ไพสาลี ขายพวงมาลัยบริเวณหน้าปั๊มแห่งหนึ่งใน อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ระหว่างอายุ 9 ปี ปัจจุบันน้องอายุราว 17 ปี ซึ่งคุณแม่พยายามตามหา ปิดประกาศ ตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมา รวมถึงยังมีเด็กๆ อีกหลายคนที่ยังหายไปอย่างไรร่องรอย ท่ามกลางการรอคอยอย่างมีความหวังของผู้เป็นแม่ ที่คาดว่าสักวันจะได้พบเจอลูกของตนเองอีกครั้ง

ทั้งนี้ จากสัดส่วนที่พบเด็กหายอายุต่ำกว่า 12 ปีส่วนใหญ่ มาจากเบาะแสที่ประชาชนทั่วไปแจ้งเข้ามา ซึ่งทุกคนในสังคมสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือ “คืนดวงใจของแม่ ให้กลับบ้าน” ด้วยการร่วมกันเป็นหูเป็นตา และแจ้งเบาะแส ประสานทางมูนิธิให้ตรวจสอบ ได้ที่สายด่วน  1900-190-199

แชร์ข่าว :
Tags: