เที่ยวปันสุข...เกมส์ฟื้นเที่ยวในประเทศ

16 กันยายน 2563
61

โครงการเที่ยวปันสุข ภายใต้การท่องเที่ยววิถีใหม่ที่มั่นใจ ปลอดภัย ด้วยมาตรฐาน หรือที่เรียกว่า SHA

 

ตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา การท่องเที่ยวไทยได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้จะประสบปัญหาวิกฤตหนักขนาดไหนก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นการจัดกิจกรรมทางการเมือง ปัญหาภัยธรรมชาติ หรือ ปัญหาทางเศรษฐกิจ แต่อุตสาหกรรมนี้ก็สามารถฟื้นตัวกลับมาได้อย่างรวดเร็ว  

อย่างไรก็ตามในปี 2563 เมื่อมีการระบาดใหญ่ของเชื้อโรคโควิด 19 ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติไม่สามารถเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศได้ แม้แต่คนไทยก็ต้องหยุดเดินทางเพื่อกักตัวอยู่บ้านนานนับเดือน เมื่อสถานการณ์โรคระบาดสามารถควบคุมได้ดี ตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่ 2 ทำให้หน่วยงานภาครัฐโดยเฉพาะ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เริ่มเดินหน้ากระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ เพื่อชดเชยนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หายไป

ทั้งนี้ ททท. หวังใช้การท่องเที่ยวขับเคลื่อนเศรษฐกิจในประเทศ ให้เดินหน้าต่อไป เพราะเชื่อว่าการท่องเที่ยวจะกระจายรายได้เข้าสู่ชุมชนท้องถิ่นต่าง ๆ ทั้งยังช่วยให้คนมีงานทำต่อไป ซึ่งความมั่งคงของชีวิตระยะยาวกลยุทธ์ที่ททท.ปรับเพื่อฟื้นการท่องเที่ยวมีหลายอย่าง หนึ่งในกลยุทธ์คือการออกแคมเปญ “เที่ยวปันสุข” ซึ่งรัฐบาลกำหนดขึ้นเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวตลอดไตรมาส 2

 

โดยรัฐสนับสนุนการท่องเที่ยวในส่วนที่เป็นค่าตั๋วเครื่องบิน ค่ารถโดยสาร และค่ารถเช่า เป็นต้น และมีส่วนแคมเปญอื่น ๆ เชื่อมโยงกันคือ แคมเปญกำลังใจ ซึ่งเน้นให้บุคคลากรทางการแพทย์และอาสาสมัครได้ท่องเที่ยวพักผ่อน และแคมเปญเราไปด้วยกัน เน้นช่วยเหลือค่าที่พักและอาหาร เป็นหลัก   

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่าสถานกาณ์การท่องเที่ยวในประเทศ เริ่มกลับมาดีขึ้น จากการใช้แคมเปญ เที่ยวปันสุข เพราะไม่ต้องจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินเต็มราคาเหมือนที่เคยเป็นมา  ผู้ว่าการ ททท. คาดว่าการท่องเที่ยวภายในประเทศ จะกลายเป็นความหวังสำคัญในการช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ โดยในช่วงไตรมาสสุดท้าย เพราะททท.เตรียมมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว เช่น กลุ่มชาวต่างชาติที่อาศัยหรือทำงานในประเทศ กลุ่มไทยเที่ยวต่างประเทศ และกลุ่มผู้จัดประชุมสัมมนาต่าง ๆ ให้ออกเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ  โครงการเที่ยวปันสุข ยังเดินหน้าสอดรับกับมาตรการอื่น ๆ ภายใต้การท่องเที่ยววิถีใหม่ที่มั่นใจ ปลอดภัย ด้วยมาตรฐาน หรือที่เรียกว่า SHA (Amazing Thailand Safety and Healthy Administration"

ซึ่งทางททท. ร่วมมือกับกรมอนามัยออกมาตรฐาน SHA ให้กับที่พัก ร้านอาหาร แหล่งท่องเที่ยว ยานพาหนะต่าง ๆ เพื่อให้นักท่องเที่ยวมั่นใจได้ว่า เมื่อมีป้าย SHA สถานที่นั้นได้ผ่านมาตรฐานที่กำหนด นอกจากนี้ ททท. ยังได้ร่วมกับอาลีเพย์ (AliPay) ในการกระตุ้นการเดินทางในหมู่คนจีนที่อยู่ในประเทศไทยกว่า 2 แสนคน ด้วยการมอบสิทธิพิเศษในการท่องเที่ยว ผ่านช่องทางออนไลน์อีกด้วย พร้อมสนับสนุนให้อาลีเพย์ได้ทำงานกับผู้ประกอบการชาวไทยเพื่อสานต่อ เครือข่ายในอนาคต

เช่นเดียวกับที่เร่งผลักดันนักท่องเที่ยว คนไทยที่นิยมเที่ยวนอกจำนวนกว่า 12 ล้านคนอย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันหากงบประมาณปี 2564 ออกมาก็เชื่อว่าองค์กรต่าง ๆ ของภาครัฐจะสามารถเดินทางเพื่อประชุม สัมมนา ได้อีกครั้งทั้งนี้ โครงการเที่ยวปันสุข มีความเป็นไปได้ที่จะนำเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อขยายเวลาออกไปเฟสที่ 2 เพราะถือประสบความสำเร็จ สามารถกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศได้อย่างชัดเจน นายยุทธศักดิ์ กล่าวว่า

"ปัจจุบันคนไทยเริ่มปรับตัวสู่ยุคนิวนอร์มอล การใช้ชีวิตประจำวัน การทำงาน และการเดินทางท่องเที่ยว ตอนนี้ไม่ไปต่างประเทศ ททท.จึงต้องเร่งส่งเสริมให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศแทน ล่าสุดจับมือกับพันธมิตรเอกชนมากมาย เราทำทุกอย่างที่จะขับเคลื่อนการท่องเที่ยวให้เดินหน้า” นายยุทธศักดิ์กล่าว 

นอกจากนี้แล้ว เตรียมแผนที่จะกระตุ้นนักท่องเที่ยวกลุ่มผู้สูงวัย ให้สามารถเข้าถึงโครงการและใช้สิทธิได้ง่ายขึ้น และส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในภูมิลำเนา เช่น ให้คนกรุงเทพฯสามารถใช้สิทธินี้เพื่อเข้าพักโรงแรมในกรุงเทพฯได้ หวังกระตุ้นอัตราเข้าพักของโรงแรมในกรุงเทพฯ หรือคนเชียงใหม่สามารถใช้สิทธินี้เพื่อเข้าพักโรงแรมในเชียงใหม่ได้

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยข้อมูลในเดือนสิงหาคม 2563 เกี่ยวกับยอดจองโรงแรมทั่วประเทศ จังหวัดที่มียอดเข้าพักมากที่สุด 5 อันดับแรก คือ 1. ชลบุรี จำนวน 33,960 ห้อง 2. ประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 17,371 ห้อง 3. กรุงเทพมหานคร จำนวน 14,148 ห้อง 4. เชียงใหม่ 13,831 ห้อง และ 5. เพชรบุรี จำนวน 12,063 ห้อง

 

 

 

  • 1/3
  • 2/3
  • 3/3
แชร์ข่าว :
Tags: