เศรษฐกิจโตช้าแบบนี้ ยึดหลักลงทุน “3G” หนีตลาดผันผวน

31 ตุลาคม 2562
101

 

มีการส่งสัญญาณออกมาก่อนหน้านี้บ้างแล้ว ว่าเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มเติบโตลดลง และล่าสุด กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund หรือ “IMF”)ได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปีนี้ลงเหลือเพียง 3% ซึ่งหลายคนอาจจะ “เฉยๆ” ไม่ตื่นเต้นตกใจ แต่หากลงลึกไปว่าการเติบโตระดับนี้นั้น “น้อยที่สุด” นับตั้งแต่เกิดวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์เมื่อ 10 กว่าปีก่อน จะน่าสนใจ หรือ น่าตกใจไหม

เหตุผลหลักๆ ที่ IMF “ปรับลด คาดการณ์เศรษฐกิจโลกนั้น เป็นปัญหาเดิมที่รู้กันอยู่แล้ว นั่นคือ สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับประเทศคู่ค้าต่างๆ โดยเฉพาะจีน ซึ่งเป็นปัญหาที่  “มนุษย์สร้างขึ้นเองและมีโอกาสแก้ไขได้ในเวลาอันสั้นส่วนจะแก้ไขหรือไม่นั้น เป็นอีกเรื่องหนึ่ง  แต่ปัญหาใหญ่กว่าที่ทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยต้องเผชิญคือ ภาวะที่คนมีอายุ15 – 64 ปี หรือ ประชากรวัยแรงงาน กำลัง ลดลง อย่าง“รวดเร็ว” กลายเป็นประชากรที่พึ่งพิงวัยแรงงาน “เพิ่มมากขึ้น” อย่าง “รวดเร็ว โดยญี่ปุ่นเจอปัญหานี้ค่อนข้างหนักมานานเกือบ 30 ปีแล้ว และเศรษฐกิจของญี่ปุ่นก็เติบโตในอัตราที่ ชะลอลง” อย่างเห็นได้ชัด ในปัจจุบันญี่ปุ่นมีสัดส่วนประชากรวัยแรงงานต่อประชากรที่พึ่งพิงประชากรวัยแรงงานอยู่ที่ 2:1 เท่านั้น และยังมีแนวโน้มจะลดลงในอนาคต

ขณะที่ไทยเรานั้น แม้จะดูเหมือนว่าปัญหานี้ยังไม่รุนแรงมากนักในปัจจุบัน แต่ก็มีแนวโน้มจะรุนแรงขึ้นอย่าง “มาก” ในอนาคต โดยสัดส่วนประชากรวัยแรงงานต่อประชากรที่พึ่งพิงประชากรวัยแรงงานจะลดลงจาก 5:1 ในปัจจุบันเหลือ 2:1 ในปี 2583 ซึ่งทำให้เศรษฐกิจไทยที่ปัจจุบันก็เติบโตในอัตราที่ “น้อยกว่า ประเทศเพื่อนบ้านอยู่แล้ว อาจโตในอัตราที่ช้าลงไปอีกในอนาคตหากยังไม่มีการแก้ไขอย่างจริงจัง

อย่าเพิ่งกุมขมับครับ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเราก็ต้องวางแผนลงทุนต่อไป ซึ่ง TMB Advisory มีแนวทางการลงทุนที่พอจะเป็นทางออกในช่วงเวลาที่ต้องเผชิญกับยุคที่เศรษฐกิจมีโอกาสโตช้าลง และมีโอกาสเผชิญวิกฤติหลังเศรษฐกิจโลกขยายตัวมาต่อเนื่องเป็นระยะเวลากว่าทศวรรษหรือไม่ ลองมาดูกันครับ

ลงทุนโดยยึดหลัก 3G น่าจะเหมาะสม

TMB Advisory คิดว่าแนวทางการลงทุนที่น่าจะเหมาะสมในช่วงเวลาที่ต้องเผชิญกับยุคเศรษฐกิจมีโอกาสโตช้าลง หรือ อาจเกิดวิกฤติเศรษฐกิจในอนาคตนั้น เรียกง่ายๆ ว่า ลงทุนโดยยึดหลัก “3Gs” ผสมผสานกัน ไม่ใช่พึ่งพิงเพียง G เดียว ซึ่ง “3Gs” ที่น่าจะเหมาะสมกับการลงทุนนั้น ประกอบด้วย

Generate Income: หากลงทุนในหุ้นก็น่าจะเป็นหุ้นหรือกองทุนหุ้นที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นที่จ่ายปันผลสม่ำเสมอ เพราะในช่วงที่เศรษฐกิจโตช้าลงหรือเจอกับวิกฤติ หุ้นที่จ่ายปันผลได้สม่ำเสมอมักจะปรับตัวลดลงน้อยกว่าตลาดโดยรวม และมีโอกาสที่จะได้รับ “เงินปันผล เป็นสิ่งตอบแทนระหว่างทางด้วย นอกจากหุ้นปันผลแล้วการลงทุนในกองทุนสินทรัพย์ทางเลือกที่มีนโยบายลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ REITs และ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานก็มีความน่าสนใจเช่นกัน เนื่องจากกองทุนดังกล่าวมักมีการจ่ายปันผลในระดับที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล และยังได้ประโยชน์ในภาวะดอกเบี้ยต่ำอีกด้วย

Generate Diversification Benefits: หลายๆ คนคงเคยได้ยินวลี “อย่าใส่ไข่ไว้ในตะกร้าใบเดียว” นั่นเพราะหากมีเหตุการณ์ผิดคาดและทำให้การลงทุนไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ ก็อาจทำให้เรา “ขาดทุน” หรือทำให้ผลการลงทุนที่ได้รับนั้น “ผิดคาด” เป็นอย่างมากได้ เช่น ถ้าเราลงทุนในหุ้นก็อาจกระจายการลงทุนทั้งหุ้นไทยและหุ้นโลก โดยอ้างอิงข้อมูลจาก Bloomberg พบว่าย้อนกลับไป 6 ปี หุ้นไทยและหุ้นโลกผลัดกันให้ผลตอบแทนรวมชนะและแพ้กันอย่างละ 3 ปี หรือครึ่งต่อครึ่ง ดังนั้นสำหรับพอร์ตการลงทุนที่ประกอบด้วยหุ้นไทยและหุ้นโลกนั้นถึงแม้ผลตอบแทนจะ “ไม่ได้ดีแบบสุดโต่ง” แต่ก็ “ไม่ได้แย่แบบตกหน้าผา” เช่นกัน นอกจากนี้ “ความผันผวน” ที่เกิดขึ้นกับพอร์ตการลงทุนก็มีโอกาส “ลดลง” ทำให้เผชิญหน้ากับภาวะการ “นั่งรถไฟเหาะตีลังกา” ลดน้อยลง    

สุดท้าย General: ในที่นี้คือการลงทุนในหุ้นหรือตราสารหนี้ของบริษัทที่ผลิตสินค้าหรือบริการที่เราได้ใช้หรือต้องใช้ในชีวิตประจำวัน เพราะผลประกอบการของบริษัทเหล่านี้มักจะไม่ผันผวนไปตามภาวะเศรษฐกิจมากนัก และมักจะ “อยู่รอด” ไม่ล้มหายตายจากเราไป และผลตอบแทนของผู้ที่ลงทุนในหุ้นหรือตราสารหนี้ของบริษัทเหล่านี้ “ไม่เหวี่ยง หรือผันผวน” ไปมากตามภาวะเศรษฐกิจที่อาจจะเติบโตช้าลงในอนาคตนั่นเองตัวอย่างของบริษัทเหล่านี้ เช่น บริษัทที่ผลิตอาหาร ยารักษาโรค หรือบริการและนวัตกรรมเกี่ยวกับการรักษาโรค เป็นต้น

นี่เป็นแนวทางการลงทุนที่เราคิดว่าน่าจะเหมาะสมในช่วงที่มีโอกาสเผชิญกับเศรษฐกิจโตช้า หรือวิกฤติเศรษฐกิจในอนาคตซึ่งน่าจะทำให้ผู้ลงทุนได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนที่ไม่ผันผวนมากนัก โดยผู้ที่สนใจการลงทุนหรือต้องการรับคำปรึกษาเพื่อวางแผนการลงทุนที่เหมาะสม สามารถขอคำปรึกษาและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.tmbbank.com/tmbadvisory หรือโทร.TMB Investment Line 1558#9

 

แหล่งที่มา: Bloomberg

ข้อมูล ณ วันที่ 30 .. 2562

เขียนโดย TMB Advisory

 

 

 

แชร์ข่าว :
Tags: