ที่สุดของความฝัน จากติดลบสู่พันล้าน… กับชีวิตที่ไม่เคยหยุดพัฒนาของ 'เอมมี่-อมราพร'

13 สิงหาคม 2562
2943

ที่สุดของความฝัน จากติดลบสู่พันล้าน... กับชีวิตที่ไม่เคยหยุดพัฒนาของนักธุรกิจสาวสายสตรอง ผู้พลิกประวัติศาสตร์วงการโลจิสติกส์ เอมมี่-อมราพร หญิงเก่งเบื้องหลังธุรกิจขนส่งครบวงจรรายใหญ่ของเมืองไทย

       

ด้วยสังคมแห่งความทัดเทียมและการมีบทบาทมากขึ้นของผู้หญิงในยุคปัจจุบัน ชื่อของ เอมมี่-อมราพร เจียง จึงเป็นที่รู้จักในวงการธุรกิจก่อสร้างและธุรกิจโลจิสติกส์เป็นอย่างดี ที่นอกจากความสามารถด้านการทำงานแล้วเธอยังพิสูจน์ให้เห็นว่าสามารถนำพาธุรกิจโลจิสติกส์โซลูชั่นของตนเองให้ประสบความสำเร็จได้ด้วยยอดขายกว่า 2,000 ล้านบาท ภายในระยะเวลาเพียง 7 ปี ภายใต้แนวคิดที่ว่า เพราะความท้าทายคือความหมายของชีวิต…

       

แนวคิดดังกล่าวนับเป็นหนึ่งเคล็ดลับการทำงานให้ประสบความสำเร็จอย่างมีความสุขของนักธุรกิจสาวคนนี้ ซึ่งปัจจุบันเธอมีดีกรีเป็นถึงกรรมการบริหารบริษัท เอเซีย วีฮิเคล คอร์เปอเรชั่น จำกัด ผู้นำตลาดรถบรรทุกและเครื่องจักรก่อสร้างสำหรับอุตสาหกรรมก่อสร้าง ได้แก่ รถบรรทุกเอฟเอดับบลิว (FAW), เครื่องจักรก่อสร้างซานทุย (SHANTUI) และเซนต้า (SENTA) รวมถึงบริษัท เหว่ยฉาย พาร์ทแอนด์เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายอะไหล่และเครื่องยนต์เหว่ยฉาย และบริษัท อู่เสรีชัย จำกัด ผู้ประกอบและจำหน่ายตัวถังรถเพื่อการพานิชย์อย่างครบวงจร

       

“อู่เสรีชัยเป็นธุรกิจของครอบครัวที่เราคลุกคลีและเห็นการทำงานของคุณพ่อมาตั้งแต่เด็กๆ ซึ่งเราก็มีช่วยงานท่านบ้างเล็กๆ น้อยๆ กระทั่งเรียนจบจึงเริ่มเข้ามาช่วยอย่างเต็มตัว และด้วยความที่เป็นคนชอบทำงานก็เลยฝันอยากจะมีธุรกิจเป็นของตัวเอง แต่ก็ตั้งใจไว้ว่าธุรกิจที่อยากจะทำขึ้นมาใหม่ต้องไม่แตกไลน์ไปจากธุรกิจเดิมของที่บ้าน เพราะก็ยังอยากช่วยพัฒนาธุรกิจของครอบครัวอยู่”

     

 แม้จะมีความมุ่งมั่นแค่ไหนแต่เธอก็เผยว่าการเริ่มต้นทำธุรกิจนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะช่วงที่เพิ่งเรียนจบนั้นเป็นยุคที่ทางครอบครัวเพิ่งผ่านวิกฤตทางเศรษฐกิจในปี 2540 มาไม่นาน จึงทำให้ไม่มีเงินทุน ประกอบกับทางบ้านไม่สนับสนุนเพราะมองว่าธุรกิจนำเข้ารถบรรทุกที่เธออยากทำนั้นเป็นเรื่องที่ยากเกินความสามารถของผู้หญิง แต่เธอก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าในโลกของธุรกิจไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้

       

“เวลาที่มีคนบอกว่าสิ่งนี้เป็นไปไม่ได้หรอก ทำไม่ได้หรอก ก็มักจะเกิดคำถามเสมอว่าเพราะอะไรที่คิดว่าทำไม่ได้ ซึ่งเรามองว่ามันเป็นเรื่องปกติที่คนจะกังวลกับสิ่งที่ยังมาไม่ถึง หรือท้าทายความสามารถของตนเองเพราะอะไรที่ไม่เคยทำก็ต้องกังวลเป็นธรรมดา โดยส่วนตัวเราจะแก้ปัญหาด้วยการหาคำตอบของความเป็นไปไม่ได้เหล่านั้น เมื่อทราบสาเหตุแล้วก็แค่แก้ปัญหาเหล่านั้นไปทีละจุด หากถ้าไม่มีอะไรต้องกังวลแล้วทำไมสิ่งที่เราอยากทำมันจะเกิดขึ้นไม่ได้ และนี่ก็คือความท้าทายอย่างหนึ่งที่ทำให้ชีวิตเราสนุกกับการทำงานอยู่เสมอ”

       

ในช่วงที่เริ่มต้นธุรกิจนั้นเธอเล่าให้ฟังว่าลงมือศึกษาดูงานเองในทุกขั้นตอนตั้งแต่ติดต่อเจรจานำเข้าแบรนด์รถและอะไหล่ต่างๆ ไปจนถึงศึกษาเกี่ยวกับเรื่องเครื่องยนต์อย่างเจาะลึก เพราะเธอมองว่าก่อนจะสร้างธุรกิจให้เติบโตนั้นก็ต้องรู้จักเรียนรู้งานด้วยตนเองในทุกขั้นตอนเสียก่อน เพราะไม่อย่างนั้นคงไม่สามารถสอนงานลูกน้องให้เข้าใจได้

       

“รถบรรทุกแบรนด์แรกที่นำเข้ามาคือเอฟเอดับบลิว (FAW) หลังจากที่สามารถขอนำแบรนด์เข้ามาได้แล้ว เราก็เริ่มเดินหน้าหาฐานลูกค้าอย่างจริงจัง พร้อมศึกษาเกี่ยวกับความต้องการของลูกค้าให้ตอบโจทย์กับทุกธุรกิจขนส่ง จากนั้นก็นำมาพัฒนาบริการภายในองค์กร ซึ่งเคล็ดลับสำคัญที่สามารถซื้อใจลูกค้าได้นั้น เราต้องสร้างมาตรฐานของคำว่าดีสำหรับเราและลูกค้าให้ตรงกันให้ได้ ถ้าเรามีมาตรฐานและความรับผิดชอบที่ดี ความน่าเชื่อถือก็จะตามมา”

       โดยเธอได้เล่าว่าหลังจากที่เข้าไปคลุกคลีในธุรกิจโลจิสติกส์มากขึ้น จึงทำให้เกิดแนวคิดที่อยากจะขยายธุรกิจโลจิสติกส์ให้เป็นแบบครบวงจรที่นอกจากรถบรรทุกเอฟเอดับบลิว (FAW) เธอยังนำเข้าเครื่องจักรก่อสร้างซานทุย (SHANTUI) และรถเหมืองแบรนด์เซนต้า (SENTA) รวมถึงอะไหล่และเครื่องยนต์แบรนด์เหว่ยฉาย ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นแบรนด์ชั้นนำของประเทศจีนทั้งสิ้น

       

และหลังจากพัฒนาธุรกิจให้ครบวงจรด้านการขนส่งแล้วก็ทำให้ธุรกิจของเธอเติบโตอย่างก้าวกระโดดไปอีกขึ้น เรียกได้ว่าเป็นเบื้องหลังโครงการพัฒนาธุรกิจการขนส่งและก่อสร้างรายใหญ่ของเมืองไทยมากมาย ไม่ว่าจะเป็น โครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง สีน้ำเงิน และสีเขียว รวมถึงองค์กรอย่างนครหลวงคอนกรีต หรือยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง และ ช.การช่างที่เชื่อมั่นในการทำธุรกิจของหญิงเก่งคนนี้

       

“สิ่งสำคัญที่มักจะบอกตัวเองและปฏิบัติอยู่เสมอคืออย่าหยุดพัฒนา ไม่ว่าในชีวิตประจำวันจะได้พบเจอหรือพูดคุยกับใคร สิ่งนั้นจะเกี่ยวกับธุรกิจเราไหม เราก็ยินดีที่จะเรียนรู้ มันคือการเก็บเกี่ยวความรู้และประสบการณ์ไปเรื่อยๆ เพราะเมื่อโอกาสมาถึงแล้วเราคือคนที่พร้อมก็ย่อมได้เปรียบ”

       

นอกจากนี้ เอมมี่-อมราพร เจียง ยังได้แนะนำเคล็ดลับการเริ่มต้นทำธุรกิจสำหรับผู้หญิงยุคใหม่ว่า “ผู้หญิงบางคนอาจยังมีความกลัวที่จะลงมือทำธุรกิจด้วยตัวเอง แต่เราไม่อยากให้ความกังวลเหล่านั้นมันมาปิดกั้นความสามารถที่ยังไม่ได้ลงมือทำ เพียงแค่เราต้องกล้าที่จะตัดสินใจเพราะเราจะไม่มีทางรู้เลยว่าความสามารถของตัวเองไปได้ไกลขนาดไหนถ้าไม่ลงมือทำ ซึ่งเคล็ดลับสำคัญเมื่อลงมือแล้วต้องทำให้เต็มที่ ทำให้ดีจนกว่าจะสำเร็จ และเมื่อเราเอาชนะใจตัวเองได้แล้ว ลำดับต่อมาก็คือการเอาชนะใจทีมงาน ถ้าเราเป็นผู้นำก็ต้องมีความชัดเจน มีการวางเป้าหมายและอนาคตของบริษัท คนที่เป็นลูกน้องเขาพร้อมที่จะทำตามเราอยู่แล้ว แต่สิ่งสำคัญเราต้องรู้ว่าใครมีศักยภาพด้านไหน และดึงศักยภาพเหล่านั้นในตัวแต่ละบุคคลออกมาให้ได้ เพราะทีมที่ดีจะช่วยซัพพอร์ทให้ธุรกิจของเราประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน”

     

 เรียกได้ว่าความสำเร็จครั้งนี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วยจริงๆ สำหรับเวิร์คกิ้งวูแมนยุคใหม่ที่อยากติดต่อเคล็ดลับการทำงานของเธอนั้นสามารถติดตามได้ทางอินสตาแกรม theicon_and_truck

แชร์ข่าว :
Tags:
hr