‘นีลเส็น’ คุมเกม “วัดเรทติ้งทีวีดิจิทัล” กสทช. หนุนงบ 288 ล้านบาท 

‘นีลเส็น’ คุมเกม “วัดเรทติ้งทีวีดิจิทัล” กสทช. หนุนงบ 288 ล้านบาท 

ไม่หลุดมือ! 'นีลเส็น' ยังสานต่อภารกิจ "วัดเรทติ้ง" ทีวีดิจิทัลในประเทศไทย แต่ยกเครื่องใหม่ ลุยสำรวจแบบข้ามแพลทฟอร์ม (Cross Platform) สะท้อนผลความนิยมทั้งจากการรับชมแบบเดิมผ่านหน้าจอทีวีและผ่านจอออนไลน์ ในกรอบวงเงินสนับสนุนจากกสทช.288 ล้านบาท

ย้อนไปปี 2562 แวดวงสื่อมีประเด็นใหญ่เกิดขึ้น เมื่อคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) ใช้มาตรา 44 ออกมาตรการแก้ปัญหาการประกอบกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม ไขก๊อกให้ผู้ประกอบการคืนใบอนุญาตประกอบกิจการทีวีดิจิทัล (ไลเซ่นส์) โดยมี 7 ช่องลาจอ ทำให้เหลือ 15 ช่องธุรกิจครองจอถึงทุกวันนี้ 

จังหวะเดียวกัน สิ่งที่เกิดขึ้นคือการพยายาม “ล้างไพ่” ของการ “วัดเรทติ้งทีวีดิจิทัล” ในประเทศไทย ซึ่งมีอุปสรรคเกิดขึ้นมากมาย หนึ่งในนั้นคือการพยายามหาหน่วยงาน องค์กร “หน้าใหม่” มาทำหน้าที่ หาเครื่องมือ เทคโนโลยีใหม่ๆมาวัดเรทติ้งแทน “นีลเส็น” ซึ่งผูกขาดการวัดเรทติ้งจอแก้วมานานกว่า 30 ปี 

ทว่า ล่าสุด โครงการพัฒนาระบบสำรวจความนิยมรายการโทรทัศน์แบบใหม่ เพื่อให้สอดรับความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิทัลเพื่อยกระดับคุณภาพอุตสาหกรรม ที่สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) ยื่นเสนอโครงการขอสนับสนุนงบประมาณ 288.8 ล้านบาท จาก  ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติหรือกสทช.ก็ผ่านการพิจารณาอนุมัติและเซ็นสัญญาบันทึกความเข้าใจเรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ นีลเส็น (Nielsen) เป็นผู้รับจ้างสมาคมฯทำการสำรวจแบบข้ามแพลทฟอร์ม (Cross Platform) เพื่อให้ได้ผลความนิยมทั้งจากการรับชมแบบเดิมผ่านหน้าจอทีวีและการรับชมแบบใหม่ผ่านจอออนไลน์ ในกรอบระยะเวลา 4 ปี 

เกมล้ม ‘เรทติ้ง’ ทีวีดิจิทัล

สุภาพ คลี่ขจาย  นายกสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า การวัดเรทติ้งเป็นโครงการที่สมาคมฯผลักดันมายาวนานกว่า 2 ปี นับตั้งแต่มีประกาศตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 4/2562 (ม.44) เพราะเล็งเห็นถึงความสำคัญของผลการสำรวจความนิยมของผู้ชมเป็นตัวแปรสำคัญในการดำเนินธุรกิจและพัฒนาคุณภาพรายการของผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลซึ่งเป็นสื่อหลักของชาติ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมของสังคมที่เปลี่ยนไปตามเทคโนโลยีและพฤติกรรมของผู้ชมทั้งผ่านจอทีวีและจอออนไลน์ 

“โจทย์สำคัญคือ จะทำอย่างไร ? ให้เกิดความน่าเชื่อถือ แม่นยำ และสามารถตรวจสอบความโปร่งใสในที่มาของกลุ่มตัวอย่างและระเบียบวิธีวิจัยในมาตรฐานสากล เพื่อให้ผู้ประกอบการนำไปพัฒนารูปแบบรายการ และมีเดียเอเจนซีผู้นำไปใช้ประโยชน์วางแผนในการซื้อสื่อโฆษณาได้อย่างมีประสิทธิภาพ”    
162895640877

ทั้งนี้ สมาคมฯได้ดำเนินการสรรหา และเปิดโอกาสให้บริษัทที่มีคุณสมบัติเหมาะสมนำเสนอแผนงานการสำรวจความนิยมแบบใหม่ต่อสมาชิกผู้ประกอบการทีวีระบบดิจิทัลทุกช่อง และตัวแทนมีเดียเอเจนซี ร่วมพิจารณาคัดเลือก  สุดท้ายมีมติให้ นีลเส็น เป็นผู้รับจ้างดำเนินการสำรวจความนิยมครั้งนี้ 

ขณะที่ สมาคมฯ ได้ยื่นเสนอรายละเอียดของแผนงานการบริหารจัดการโครงการต่อ กสทช.ตามเงื่อนไขจนได้รับการพิจารณาจัดสรรงบสนับสนุนจำนวน 288,898,105 บาท เพื่อเริ่มดำเนินการสำรวจความนิยมโทรทัศน์แบบใหม่ในกรอบระยะเวลาทั้งหมด 4 ปี

สำหรับสาระสำคัญในการสำรวจความนิยมโทรทัศน์แบบใหม่นี้ จะขยายหน่วยตัวอย่างที่ใช้เป็นพื้นฐานพัฒนาเรตติ้งรายการ จากเดิม 9,000 ตัวอย่าง เป็น 13,000 ตัวอย่าง ควบคู่กับการพัฒนาโปรแกรมการสำรวจ (Software) ระบบใหม่  ซึ่งจะนำไปสู่การวัดความนิยมของรายการโทรทัศน์แบบข้ามแพลตฟอร์ม (Cross Platform) ทั้งจาก “หน้าจอทีวีภาคพื้นดิน” และ “หน้าจอของแพลตฟอร์มออนไลน์”   โดยมีผู้ตรวจสอบอิสระที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากลตรวจสอบความเที่ยงตรงและโปร่งใสของการสำรวจความนิยมครั้งนี้โดยตลอด อีกทั้งไม่ได้จำกัดการรายงานผลการสำรวจความนิยมให้เฉพาะผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล และ กสทช. เท่านั้น  ยังเปิดโอกาสให้หน่วยงานราชการ , หน่วยงานของรัฐ หรือสถาบันการศึกษา ได้รับประโยชน์จากข้อมูลดังกล่าวอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม หลังจากเซ็นสัญญาบันทึกความเข้าใจเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา  สมาคมฯ และ นีลเส็น ได้เริ่มดำเนินการตามแผนงานทันที โดยช่วงปีแรกของโครงการเป็นขั้นตอนการติดตั้งระบบ อุปกรณ์ และขยายกลุ่มตัวอย่าง เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนเก็บผลสำรวจต่อไป  ซึ่งคาดว่าจะได้รายงานผลสำรวจความนิยมของรายการโทรทัศน์แบบข้ามแพลทฟอร์มชุดแรกประมาณเดือน สิงหาคม 2565

สำหรับการสำรวจความนิยมรายการโทรทัศน์แบบข้ามแพลตฟอร์มนี้ เป็นเทคโนโลยีระบบการวิจัยล่าสุดที่ นีลเส็น ได้พัฒนาและเริ่มใช้แล้วในประเทศสหรัฐอเมริกา และเป็นที่ยอมรับในหลายประเทศทั่วโลก ล่าสุดได้ทำการติดตั้งระบบที่ประเทศเดนมาร์ก ซาอุดิอาระเบียและประเทศไทย

“ประเทศไทยถือเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่จะใช้ระบบการวัดทีวีเรตติ้งแบบใหม่นี้”