การเมือง

เพื่อไทยลั่นฝ่ายค้านไม่ร้าว-ร่วมงานก้าวไกลไร้ปัญหา

เพื่อไทยยืนยันทำงานร่วมพรรคก้าวไกลไม่มีปัญหา แม้เห็นไม่ตรงกันแต่ไม่ใช่ขัดแย้ง จุดยืนยังเหมือนเดิมไม่ต้องการให้ “บิ๊กตู่” บริหารต่อ “ชลน่าน” บอกไม่มีทางร่วมระบอบประยุทธ์

 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทยให้สัมภาษณ์ถึงควาาสัมพันธุ์กับก้าวไกล ในฐานะรรคร่วมฝ่ายค้านยังทำงานร่วมกันได้ใช้หรือไม่หลังมีความเห็นไม่ตรงกันเกี่ยวกับการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณ ว่า ยืนยันว่าการทำงานร่วมกันในฐานะพรรคร่วมฝ่ายค้านไม่มีปัญหา เพราะเรามีเป้าหมายเดียวกันคือไม่ต้องการให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม บริหารประเทศต่อ

 

ทั้งนี้เรามีการคุยกันตลอดเวลาโดยเพฉาะอย่างยิ่งการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งมีมติร่วมกันไปแล้วและจะยื่นร่วมกัน ส่วนเรื่องการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณที่เห็นไม่ตรงกันนั้น ไม่ได้หมายความว่าทั้งสองพรรคมีความขัดแย้งกันเพียงแค่เห็นต่างกันเท่านั้น

 

เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตระยะหลังพรรคเพื่อไทยมีความเห็นสอดคล้องกับพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าจะเป็นการพิจารณางบประมาณ หรือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายประเสริฐ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมีแนวคิดเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อนที่พรรคพลังประชารัฐผลัดดันเรื่องนี้เสียอีก ยืนยันเราไม่ใช่คนตามแต่เขาเป็นคนที่มาตามหลังเรา ส่วนผลจะเป็นอย่างไรก็อยากให้ฟังข้อสรุปจากคณะกรรมารธิการวิสามันพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่อย่างไรก็ตามเรายืนยันว่าพรรคเพื่อไทยยืนฝ่ายประชาธิปไตยอย่างมั่นคง

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่านพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีแถลงข่าวเกี่ยวกับการแปรญัตติร่างพ.ร.บ.งบประมาณของพรรคเพื่อไทย ที่ระบุว่าต้องให้เม็ดเงินแก่ปัญหาโควิดให้ประชาชน เมื่อไล่คนไร้ความสามารถออกไปแล้วก็ให้คนอื่นมาเป็นนายกฯแทน หมายความว่ามีข้อมูลเชิงลึกจะมีการเปลี่ยนนายกฯเร็วๆนี้ใช้หรือไม่ว่า สิ่งที่ตนพูดคือการชี้ให้ประชาชนมองที่ระบบมากกว่าตัวบุคคล กระแสสังคมตอนนี้เห็นชัดว่าคนไม่เอาพล.อ.ประยุทธ์ แม้ได้งบประมาณไปแก้ปัญหาให้ประชาชนเขาก็ไม่อยากให้อยู่ต่อเพราะทนไม่ไหวกับการบริหารงานที่ผ่านมา

ตนจึงคิดว่าหากยังแก้ไขวิกฤติโควิดไม่ได้ในสองถึงสามเดือนข้างหน้าการอยู่ต่อของพล.อ.ประยุทธ์ คงเป็นเรื่องยาก เราจึงคิดว่าควรนำเม็ดเงินเข้าระบบไว้เพื่อรองรับใครก็ตามที่อาจได้เข้ามา จะได้มีงบประมาณสำหรับช่วยเหลือประชาชน หรือแม้ว่าจะไล่พล.อ.ประยุทธ์ ออกไปไม่ได้ ก็ต้องมีระบบควบคุมกำกับดูแลตรวจสอบการใช้เม็ดเงินก้อนนี้ของพล.อ.ประยุทธ์ ให้เป็นตามวัตถุประสงค์การแก้ไขปัญหาโควิดเท่านั้น

 

เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่หากมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น พรรคเพื่อไทยจะจับมือกับพรรคพลังประชารัฐ นพ.ชลน่าน กล่าวว่าเป็นเงื่อนไขทางการเมืองที่ซับซ้อน ถ้าพรรคพลังประชารัฐยังอยู่ในระบอบประยุทธ์อยู่ ไม่มีทางเป็นไปได้ที่พรรคเพื่อไทยจะไปจับมือด้วย แต่ถ้าเขาปรับกลไกการบริหารมาทางประชาธิปไตยมากขึ้นไม่ยึดระบอบประยุทธ์ก็อาจจะคุยกันได้ แต่ถ้ายังเป็นอยู่เหมือนในปัจจุบันที่มีหัวหน้าพรรคเขาเป็นแกนนำของระบอบประยุทธ์ก็ไม่มีทางเป็นไปได้