คุณภาพชีวิต-สังคม

ศบค. ลุ้น 'ล็อกดาวน์' ถึงสิ้น ส.ค. หรือไม่ ขอประเมิน 2 สัปดาห์

ศบค. ประเมินสถานการณ์ 'ล็อกดาวน์' ถึง 18 ส.ค. 64 หากเป็นไปในทิศทางที่ดี อาจสามารถผ่อนคลายได้ แต่หากสถานการณ์ไม่ดี น่าเป็นห่วง ล็อกต่อถึง 31 ส.ค. 64 แจง 'ไฟเซอร์' ยอดตรงกับสถานทูตสหรัฐฯ

วันนี้ (2 ส.ค. 64) ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.)  รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ประจำวันว่า วันนี้พบผู้ติดเชื้อ 'โควิด-19' รายใหม่ 17,970 ราย ยอดผู้ป่วยยืนยันสะสมแล้วจนถึงวันนี้ 633,284 ราย เสียชีวิตเพิ่มอีก 178 ราย ทำให้การระบาดระลอกใหม่ตั้งแต่เดือน เม.ย. 2564 มียอดผู้เสียชีวิตสะสมสูงถึง 5,074 รายแล้ว ขณะที่ภาพรวมของการเสียชีวิตจากสถานการณ์โควิด-19 มีผู้เสียชีวิตรวม 5,168 ราย อาการหนัก 4,768 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจอีก 1,028 ราย

162789238878

“ขณะนี้ กราฟผู้ป่วย กทม. ปริมณฑล ลดลงเล็กน้อยสัดส่วนอยู่ที่ 39% เทียบกับต่างจังหวัดยังคงสูงขึ้น ใน 71 จังหวัด มีสัดส่วนอยู่ที่ 61% ในส่วนของกรมควบคุมโรค มีการทำข้อมูลรายงานผู้ติดเชื้อ แยกการติดเชื้อนำเข้า คือ การติดเชื้อในจังหวัดเป็นการเดินทางข้ามพื้นที่ทำให้ในพื้นที่เป็นบวก กับ กลุ่มที่ติดเชื้อในจังหวัด โรงงาน สถานประกอบการ แคมป์ ”

  • เสียชีวิตในบ้าน 5 ราย

สำหรับ รายละเอียดผู้เสียชีวิต 178 ราย เป็นชาย 84 ราย หญิง 94 ราย โดยในต่างจังหวัดมีรายงานเพิ่มตลอด และอยู่ในกลุ่มสูงอายุกว่า 70% ค่ากลางอายุผู้เสียชีวิตคือ 66 ปี พบผู้เสียชีวิตที่บ้าน 5 ราย และ 48% เสียชีวิตหลังทราบผลไม่เกิน 6 วัน โดยส่วนใหญ่ยังพบว่าปัจจัยเสี่ยงต่อการเสียชีวิต คือ โรคประจำตัว และพบหญิงตั้งครรภ์ เสียชีวิต 1 ราย  

162789238793

  • ไทยอัตราป่วย 9,048 รายต่อประชากร 1 ล้านคน

สำหรับ ภาพรวมทั่วโลก ทิศทางติดเชื้อยังไม่มีทิศทางลดลง ยอดผู้ติดเชื้อสูง แต่หลายประเทศที่มีรายงานฉีดวัคซีนครอบคลุม พบว่าอัตราเสียชีวิตลดลง เช่น สหราชอาณาจักร ติดเชื้อกว่า 24,470 ราย เสียชีวิต 65 ราย ขณะที่ไทย อยู่อันดับ 42 ของโลก

ทั้งนี้ ประเทศในเอเชียพบผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ อินเดีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ปากีสถาน ญี่ปุ่น บังคลาเทศ และ ไทย โดยอัตราการป่วย ต่อ ประชากร 1 ล้านคน ดังนี้ 

162789238889

  • อีสานเชื้อนำเข้ามากกว่าติดเชื้อในพื้นที่

ขณะที่ ในต่างจังหวัด โดยเฉพาะ เขตสุขภาพที่ 7 และ เขต 10 ส่วนใหญ่เป็นการรายงานยอดจากพื้นที่เสี่ยงกทม.ปริมณฑล เมื่อจังหวัดเหล่านี้ มีการทำประวัติเดินทางกลุ่มที่มาจากพื้นที่เสี่ยง ทำให้นำผู้ป่วยเหล่านี้เข้าสู่ระบบ จำกัดวงระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลายจังหวัดมีการติดเชื้อลดลง

162789238736

 

  • ติดตาม 'ล็อกดาวน์' 2 สัปดาห์ 

จากข้อกำหนดฉบับที่ 30 ระบุไว้ว่า ถึงวันที่ 31 ส.ค. 64 แต่จะมีการบังคับใช้ก่อน 14 วัน นั้น ผู้ช่วยโฆษก ศบค. ระบุว่า ข้อกำหนดที่ประกาศใหม่ มีผลบังคับใช้วันอังคาร 3 ส.ค. 64 หรือ เที่ยงคืนในวันนี้เป็นต้นไป (2 ส.ค. 64) โดยการประกาศยึดตามตัวเลข 31 ส.ค. 64 พอเมื่อมีการออกข้อกำหนด ทีม ศบค. จะมีการประชุม พิจารณาผลของการกำกับ ติดตาม ระยะเวลา 2 สัปดาห์ก่อน คือ 18 ส.ค. 64 จะมีการพิจารณา และหมายความว่าหากผลการกำกับติดตามมาตรการ เป็นไปในทิศทางที่ดี ข้อกำหนดอาจจะสามารถผ่อนคลายได้ แต่หากสถานการณ์ไม่ดี น่าเป็นห่วง ก็สามารถยืดไปถึง 31 ส.ค. 64 ได้

“ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) หน่วยงานตำรวจ ทหาร ก็ต้องมีการตั้งด่าน ในการกำกับมาตรการให้เข้มข้น ประชาชน ที่มีความจำเป็นต้องเดินทาง เจ้าหน้าที่สามารถเรียกดูหลักฐานและอำนวยความสะดวก แต่หากประชาชนที่ไม่มีความจำเป็นต้องเดินทาง ขอความร่วมมือใน 14 วันนี้ ช่วยกันลดการเดินทาง และหากไม่จำเป็นขอให้งดไปเลย ในสถานการณ์ 14 วัน หากดีขึ้นอาจจะผ่อนคลายมาตรการได้” 

  • ยกระดับคุมโรงงาน บับเบิ้ลแอนซีล

ขณะที่ พื้นที่ควบคุมสุงสุดและเข้มงวด และมีการติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อน นำมาสู่ที่ประชุมมีข้อสรุปยกระดับการป้องกัน ควบคุมโรคในสถานประกอบกิจการ จะรวมไปทั้งโรงงาน แคมป์แรงงาน บริษัท หรือ การจัดกิจการที่มีการรวมกลุ่มจำนวนมาก

"เป้าหมายเป็นการป้องกันควบคุมโรคในพื้นที่เฉพาะหรือบับเบิ้ลแอนด์ซีล ไม่เฉพาะกิจการหรือสถานประกอบการที่มีรายงานการติดเชื้อหรือการระบาดแล้ว หมายความว่า ในบางโรงงาน พื้นที่ สถานประกอบกิจการ ยังไม่มีรายงานติดเชื้อหรือระบาดเป็นคลัสเตอร์ก็ต้องมีข้อมูลรายงานทางจังหวัดให้บับเบิ้ลซีลเข้มงวดด้วย

  • จัดกลุ่ม คุมไว ลดการแพร่กระจาย

เพื่อการตรวจ เฝ้าระวัง ลดการติดเชื้อในโรงงาน หากมีการติดเชื้อสามารถค้นหาได้เร็ว ลดการแพร่ระบาด ยังพยายามให้บริษัท หรือสถานประกอบการนั้นๆ เปิดได้ แต่ต้องเปิดอย่างมีเงื่อนไข เช่น หากโรงงานมีหลายฝ่าย เช่น ฝ่ายการผลิต ช่างซ่อมบำรุง ฝ่ายขาย เป็นต้น ในมาตรการนี้ขอให้มีการ “จัดกลุ่ม” เช่น กลุ่มบุคลากรฝ่ายต่างๆ จะไม่ให้รวมกลุ่มปะปน แยกพื้นที่รับประทานอาหาร กิจกรรม เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดไปยังกลุ่มอื่นๆ

“คุมไว” การพบการรายงานการติดเชื้อ ในคู่มือบับเบิ้ลแอนด์ซีล จะช่วยให้สถานประกอบการ ศึกษาในรายละเอียดได้ทันทีว่าหากพบมีผู้ต้องสงสัยว่ะจเป็นผู้สัมผัส ติดเชื้อ มาตรการที่จะต้องทำมีอะไรบ้าง จะมีการระบุชัดเจน หลักสำคัญ จะแยกกลุ่มสถานประกอบการที่สามารถจัดหาที่พักให้อยู่ภายในสถานประกอบการนั้นๆ ได้ก็จะใช้มาตรการซีล ปิดผนึกให้บุคลากรอาศัยในพื้นที่ประกอบกิจการนั้นๆ

บางโรงงาน สถานประกอบการ ที่มีพนักงานพักอาศัยอยู่อีกพื้นที่หนึ่ง หรือต้องเดินทางข้ามจังหวัด ในคู่มือจะระบุรายละเอียดมาตรการชัดเจนเพื่อขอความร่วมมือให้สถานประกอบการศึกษารายละเอียดและเช็กลิสต์ ที่ท่านจะสามารถป้องกันการติดเชื้อควบคุมการแพร่ระบาดในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

162789238780

  • พนักงานเยอะ ขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานพื้นที่

“อย่างไรก็ตามกระทรวงสาธารณสุข มีความเป็นห่วง ในบางบริษัท บางโรงงานอาจจะดูข้อปฏิบัติแล้วมีความลำบากใจ เพราะบางแห่งบุคลากรที่ทำงานมีจำนวนมาก เช่น 5,000 คน การจัดพื้นที่อาศัย หรือ รถขนส่ง อาจมีความเป็นไปได้ยากลำบาก สามารถขอความช่วยเหลือหน่วยงานในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด หรือสภาอุตสาหกรรมหอการค้า ในการสนับสนุน”

“รวมถึงการจัดหาที่พักให้คนงาน กระทรวงสาธารณสุข เน้นย้ำว่าอาจจะจำเป็นต้องคิดถึงรายละเอียดปลีกย่อย เช่น มีการจัดอาหาร เครื่องอุปโภคบริโภค อาจจะต้องมีการจัดอยู่ให้เบ็ดเสร็จในสถานประกอบการ เพื่อให้ 14 วัน แรงงานไม่มีการเดินทางไปพื้นที่ชุมชน หากในกรณีที่แต่ละโรงงาน แต่ละจังหวัด มีบริบทที่แตกต่างขอให้ปรึกษาคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด และสามารถปรับมาตรการให้เหมาะสมกับแต่ละโรงงาน แต่ละพื้นที่จังหวัดได้”

 

  • ยืนยัน 'ไฟเซอร์'  1,503,450 โดส ถูกต้อง

สำหรับประเด็นวัคซีนไฟเซอร์ 1.54 ล้านโดส ที่ทางสหรัฐฯ มอบให้ไทย ผู้ช่วยโฆษก ศบค. กล่าวว่า จากตอนแรกที่ตัวเลขว่าสหรัฐฯ มอบให้ไทย 1.54 ล้านโดส ในแง่ของการจัดการ รัฐบาลไทย รับจริงในวันที่ 30 ก.ค. 64 ตัวเลข 1,503,450 โดส ตรงนี้ยืนยันกลับไปที่สถานทูตสหรัฐฯ เป็นตัวเลขตรงกัน ในขั้นตอนการเจรจากับการรับจริง ตัวเลขอาจจะต่างกันบ้าง แต่ยืนยันว่า ตัวเลขที่รับจริงถูกต้อง

162789426966

และขออนุญาตเน้นย้ำว่า ในส่วนของการจัดสรร นอกจากการที่ไฟเซอร์ระบุว่าเป็นการกระตุ้นภูมิให้กับบุคลากรทางการแพทย์ ยังมีการจัดสรรไปที่กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง สูงอายุ และมีโรคประจำตัว หญิงตั้งครรภ์ 12 สัปดาห์เป็นต้นไป รวมถึงชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในประเทศไทย เน้นสูงอายุ 7 กลุ่มโรค ตั้งครรภ์ และกลุ่มที่จำเป็นต้องเดินทางไปต่างประเทศ

162789426941

ขณะที่ ทางกระทรวงการต่างประเทศ  เน้นย้ำมาว่า ก่อนที่ประเทศไทยจะได้รับวัคซีนไฟเซอร์ ได้มีการฉีดวัคซีนชาวต่างชาติตั้งแต่ พ.ค. 64 ไปแล้วราว 2 แสนราย

  • ยกเว้นข้อกำหนด ขนส่งออกซิเจน 

วานนี้ ที่ประชุมสรุปข้อบังคับในการขนส่งก๊าซทางการแพทย์ ที่ตอนนี้จะเห็นว่ามีความจำเป็นในการใช้ก๊าซทางการแพทย์ ส่วนหนึ่งเป็นออกซิเจน หรือก๊าซอื่นๆ วานนี้ ที่ประชุมได้สรุปให้อนุญาต มีข้อยกเว้นบังคับที่สำคัญ จากข้อกำหนดเดิม ดังนี้

162789238656

“ข้อกำหนดดังกล่าวทำให้การขนส่งออกซิเจนให้พี่น้องประชาชน หรือขนไปยังรพ.สนาม หรือ Community Isolation เป็นไปด้วยความยากลำบาก แต่เดิมไม่อนุญาตให้เดินรถขนส่งออกซิเจนทางการแพทย์ ระหว่าง 05.00 – 09.00 น. และ 15.00 – 21.00 น. และอีกหนึ่งข้อบังคับ คือ เป็นข้อบังคับจราจรว่าด้วยการห้ามรถบรรทุกหกล้อ เดินรถเวลา 05.00 – 10.00 น. และ 15.00 – 21.00 น.”

“ตรงนี้ที่ประชุมมีข้อสรุปว่า สามารถยกเว้นได้ ทำให้มีการดำเนินการช่วยพี่น้องประชาชนในการขนส่งได้ โดยที่เจ้าหน้าที่พนักงาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย ก็จะอำนวยความสะดวก สามารถทำได้”

162789238940

  • แนะเก็บถังออกซิเจนอย่างปลอดภัย

“อย่างไรก็ตาม มีการพูดคุยในโซเชียลมีเดียว่า ขณะนี้มีบริษัทเอกชน จิตอาสา องค์กรการกุศล ที่ช่วยเหลือ อำนวยความสะดวก ให้ก๊าซทางการแพทย์แก่พี่น้องประชาชน ศบค.ชุดเล็ก ได้พูดคุยมีความเป็นห่วงเพราะในกรณีที่จิตอาสาหรือบริษัทเอกชน นำถังออกซิเจนเหล่านี้ มาพักไว้รอการจัดส่ง อาจจะเกิดอันตรายได้ เพราะก๊าซทางการแพทย์ เป็นวัตถุไวไฟ มีข้อบังคับระบุไว้ในรายละเอียดมากมายเพื่อให้มีความปลอดภัย รวมทั้ง ประชาชนที่รับก๊าซเหล่านี้ไว้ในบ้านขอให้ศึกษา รายละเอียดในเรื่องของความระมัดระวัง ความปลอดภัย การเกิดประกายไฟ อาจทำให้เกิดอันตรายได้” ผู้ช่วยโฆษก ศบค. กล่าว