ทั่วไป

เช็ค 'โควิด 19 ติดเชื้อ' วันนี้ สมุทรสาครพุ่ง 1,178 ชลบุรีเพิ่ม 1,062 ราย

อัพเดท เช็ค "โควิด 19 ติดเชื้อ" วันนี้ สมุทรสาครพุ่ง 1,178 ชลบุรีเพิ่ม 1,062 ราย คลัสเตอร์โรงงานน่าห่วง

สถานการณ์การติดเชื้อ COVID-19 จังหวัดสมุทรสาคร วันนี้ผู้ป่วยรายใหม่ 1,178 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสม 31,092 ราย หายป่วย 13,144 ราย และเสียชีวิตสะสม 117 ราย



162770232069

คกก.โรคติดต่อ ปัดประเด็นปิดเมือง ถกเข้ม FAI คุมคน คุมโรงงาน ยก รพ.สต.เป็นโรงพยาบาลด่านหน้าคัดกรองโควิด
วานนี้ นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสมุทรสาคร ณ ห้องประชุมพันท้ายนรสิงห์ (401) ศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร โดยมีนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ รองผู้ว่าฯ นายสุรศักดิ์ ผลยังส่ง รองผู้ว่าฯ นายแพทย์นเรศฤทธิ์ขัดธะสีมา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร และคณะกรรมการโรคติดต่อจากทุกภาคส่วนเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน โดยในที่ประชุมได้มีการหารือการติดตามและรายงานปัญหาสำคัญเกี่ยวกับการจัดทำสถานที่กักตัว หรือโรงพยาบาลสนามในสถานประกอบการ ( Factory Accommodation Isolation : FAI ) หลังจากที่การประชุมฯ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครได้สั่งการให้สถานประกอบการทุกแห่งที่มีคนงานตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป หรือใช้กำลังเครื่องจักร 50 แรงม้าขึ้นไป จะต้องจัดพื้นที่รองรับการกักตัวผู้ติดเชื้อของโรงงานให้มีเตียงไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 และต้องเพียงพอต่อการแยกกักตัวของผู้ติดเชื้อในโรงงานตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข โดยให้เร่งจัดทำ FAI ให้แล้วเสร็จภายใน 1 สัปดาห์ หรือขีดเส้นตายภายในวันที่ 30 กรกฎาคมนี้

โดยในที่ประชุมได้มีรายงานแจ้งว่า ตลอด 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีสถานประกอบการต่างๆ ได้แจ้งสถานที่เพื่อจัดทำ FAI มาแล้วทั้งหมดประมาณ 674 แห่ง มีเตียงโดยรวมราวๆ 16,445 เตียง ซึ่งสถานประกอบการหลายๆ แห่งใช้วิธีการรวมตัวกันแล้วจัดตั้ง FAI ขนาดใหญ่เพียงแห่งเดียว เพื่อให้สะดวกการวางมาตรการด้านสาธารณสุขทั้งเรื่องของระบบการให้บริการทางการแพทย์ ลดจำนวนแพทย์-พยาบาลที่ต้องมาดูแลรักษาผู้ติดเชื้อ และการกำจัดขยะติดเชื้อ เป็นต้น ส่วนโรงงานที่อ้างว่าไม่มีสถานที่จัดทำ FAI หรือ ยังไม่พร้อมนั้น ทางคณะกรรมการโรคติดต่อก็อยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อสั่งปิดโรงงานตามมาตรการต่อไป


นอกจากนี้ในที่ประชุมยังได้มีการหารือเกี่ยวกับสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของจังหวัดสมุทรสาคร และการปรับมาตรการเพื่อการรองรับผู้ติดเชื้อในชุมชนเข้าสู่ศูนย์พักคอยคนสาคร หรือ โรงพยาบาลสนามในชุมชน CI - Community Isolation และการดูแลกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการ ยังคงนอนรอเตียงอยู่ในที่พัก หรือกักตัวอยู่ที่บ้าน เพื่อรักษาตนเองตามมาตรการ HI - Home Isolation โดยในส่วนของการรับผู้ติดเชื้อเข้าสู่ศูนย์พักคอยคนสาคร CI - Community Isolation นั้น ในที่ประชุมเห็นสมควรว่า ผู้ที่จะเข้าสู่ศูนย์ CI จะต้องผ่านการตรวจด้วยชุดตรวจ Antigen Test Kits (ATK) มีเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) เป็นผู้ตรวจให้เท่านั้น ส่วนประชาชนที่ซื้อมาตรวจเอง ไม่สามารถนำมายืนยันเพื่อขอเข้าศูนย์ CI ได้โดยตรง เพียงแต่เป็นตัวแสดงที่บ่งบอกว่า มีความเสี่ยงสูงเป็นผู้ติดเชื้อเท่านั้น และจะได้รับการตรวจยืนยันอีกครั้งจากเจ้าหน้าที่ รพ.สต.ทั้งนี้เพื่อให้ รพ.สต.ที่เป็นเสมือนโรงพยาบาลด่านหน้า เป็นผู้ทำหน้าที่คัดกรองอาการของผู้ติดเชื้อก่อนว่า มีอาการอยู่ในระดับใด สมควรให้เข้าสู่ศูนย์ CI หรือ HI หรือ โรงพยาบาลสนาม หรือเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล

อีกทั้งผู้ที่ผ่านการตรวจหาเชื้อจาก รพ.สต. นั้น ทางเจ้าหน้าที่จะนำข้อมูลเข้าสู่ระบบได้ทันที รวมถึงยังสามารถระบุได้ด้วยว่า สมควรที่จะได้รับยาหรือไม่ หากต้องรับยาจะเป็นฟ้าทะลายโจร หรือ ฟาวิพิราเวีย ที่ต้องสั่งโดยแพทย์ ซึ่งก็จะได้ส่งข้อมูลต่อไปยังโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์สั่งยาฟาวิพิราเวีย ให้กับผู้ติดเชื้อต่อไป นับเป็นการดำเนินงานเชิงรุกและรวดเร็วต่อการรับยาเพื่อการยับยั้งความรุนแรงโรคไม่ให้กลุ่มสีเขียวกลายเป็นสีเหลือง โดยในช่วงต้นเดือนนี้ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาครได้รับยา ฟาวิพิราเวีย เพิ่มมากขึ้นอีกทำให้เพียงพอต่อการให้ยาในผู้ติดเชื้อบางส่วน ดังนั้นเรื่องของการคัดกรองจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องทำแบบเข้าถึงและรวดเร็วมากที่สุด

นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า วันนี้ที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสมุทรสาคร ยังไม่ได้มีการพูดคุยกันในเรื่องของการปิดเมือง แต่เน้นไปที่มาตรการควบคุมสถานประกอบการหรือโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อให้ปฏิบัติตามคำสั่งการจัดตั้ง FAI หรือสถานที่กักตัวของโรงงาน เพราะทุกวันนี้พบกลุ่มผู้ติดเชื้อในโรงงานเป็นจำนวนมาก จึงต้องควบคุมกลุ่มคนเหล่านี้ก่อน ไม่ให้ออกมาปะปนกับคนในชุมชน ซึ่งการทำ FAI ในโรงงานนั้นก็ไม่จำเป็นว่าจะต้องทำ 1 สถานประกอบการ 1 แห่ง แต่หลายๆ สถานประกอบการอาจจะรวมตัวกันจัดทำ FAI หรือสถานที่กักตัวเพียง 1 แห่งก็ได้ แต่ก็ต้องเป็นไปตามเกณฑ์มาตรการฐานของสาธารณสุขคือ มีจำนวนเตียงที่เพียงพอต่อการรองรับผู้ติดเชื้อไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 หรือให้เพียงพอต่อจำนวนผู้ติดเชื้อนั่นเอง และถ้าในโรงงานมีสถานที่ไม่เพียงพอ ก็ไม่จำเป็นต้องทำในโรงงาน แต่ต้องหาสถานที่ๆ เหมาะสมจัดทำเพื่อรองรับพนักงานของโรงงานตัวเองให้ได้ โดยการประชุมพิจารณาในวันนี้จะมีสถานประกอบการใดถูกสั่งปิดหรือไม่นั้น จะต้องรอให้การประชุมเสร็จสิ้นลงและออกคำสั่งให้เป็นที่เรียบร้อยก่อน จึงจะประกาศให้ทราบต่อไป

นายวีระศักดิ์ฯ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ตนก็อยากจะบอกถึงสถานประกอบการทุกแห่งว่า การทำ FAI หรือสถานที่กักตัวของโรงงานนั้น คือความรับผิดชอบของสถานประกอบการทุกแห่งที่ต้องดำเนินการอย่างจริงจัง และต้องปฏิบัติตามให้เห็นผลเป็นรูปธรรมด้วย อีกทั้งจะต้องมีมาตรการในการดูแลผู้ติดเชื้อตามมาตรการของสาธารณสุขและคำสั่งของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสมุทรสาคร ไม่ใช่ทำขึ้นมาเพื่อถ่ายภาพ หรือทำขึ้นมาเพียงแค่ต้องการแสดงให้เห็นว่าโรงงานได้ทำแล้ว จากนั้นก็ปล่อยปละละเลย โดยหากโรงงานใดปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดก็จะยังคงเปิดทำงานได้ต่อไป แต่หากโรงงานใดทำขึ้นมาเพียงแค่ถ่ายภาพโชว์ หรือทำแล้วแต่ไม่มีมาตรการในการดูแลรักษา ก็จะต้องถูกสั่งปิดทันที

นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวทิ้งท้ายอีกด้วยว่า สำหรับในส่วนของตัวเลขที่พบว่าสูงมากขึ้นทุกวันนั้น ก็ไม่อยากให้ทุกคนไปกังวลใจกับยอดของตัวเลขที่เพิ่มขึ้น เพราะตัวเลขที่สูงขึ้นมาจากการที่เราเร่งตรวจเพิ่มมากขึ้นและทำงานเชิงรุกมากขึ้น เพื่อแยกคัดกรองและแยกผู้ติดเชื้อออกมาให้ได้มากที่สุดและเร็วที่สุดนั่นเอง

วันนี้มีรายงานผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ จังหวัดชลบุรีพบรายใหม่จำนวน 1,062 ราย


1. Cluster บริษัท แด-เอ อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด อำเภอบ้านบึง 12 ราย
2. อาชีพเสี่ยงพบปะผู้คนจำนวนมาก 21 ราย
3. บุคลากรทางการแพทย์ 3 ราย
4. สถานประกอบการในจังหวัดระยองหลายแห่ง 14 ราย
5. ให้ประวัติเดินทางไปต่างจังหวัด
5.1 กทม. 1 ราย
5.2 จังหวัดขอนแก่น 1 ราย
6. สัมผัสผู้ป่วยยืนยัน
6.1 ในครอบครัว 213 ราย
6.2 จากสถานที่ทำงาน 97 ราย
6.3 บุคคลใกล้ชิด 42 ราย
7. สัมผัสผู้ป่วยยืนยัน (อยู่ระหว่างสอบสวนโรค) 315 ราย
8. อยู่ระหว่างการสอบสวนโรค 343 ราย

162770241773


หมายเหตุ : ผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่จากตรวจเชิงรุกประกันสังคม ณ โรงเรียนชลราษฎรอำรุง จำนวน 0 ราย สะสม 211 ราย

วันนี้ได้รับรายงานการค้นหาผู้สัมผัสทั้งหมดจำนวน 1,546 ราย, ค้นหาเชิงรุกเบื้องต้น จำนวน 486 ราย, และอยู่ระหว่างการรอรับรายงานการค้นหาเชิงรุกเพิ่มเติม

การระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ เริ่มจากแหล่งสถานบันเทิง สู่ครอบครัว มาสู่เพื่อนร่วมงาน มาสู่ชุมชนที่พักอาศัยพนักงาน แรงงาน ซึ่งมีปัจจัยเสี่ยงมาจากการทานข้าวร่วมกัน หรือมีกิจกรรมใกล้ชิด สังสรรค์แม้จะเป็นเพียงกลุ่มเล็ก 2-3 คนในเพื่อนสนิท

ขณะนี้มีการระบาดเป็นกลุ่มก้อน (Cluster) ในสถานประกอบการ 21 แห่ง และตลาด 5 แห่ง แคมป์คนงานก่อสร้าง 10 แห่ง และชุมชน 4 แห่ง

ขอความร่วมมือ ตลาดดังนี้
1. ผู้ค้าหรือลูกจ้าง ไม่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ค้าหรือลูกจ้างร้านอื่น ๆ ไม่ทานอาหารใกล้ชิดด้วย
2. ไม่สังสรรค์
3. ป่วยต้องหยุด
4. ทำความสะอาดห้องน้ำสม่ำเสมอ โดยเฉพาะจุดสัมผัสร่วม หลังออกจากห้องน้ำต้องล้างมือทุกครั้ง ไม่ใช้มือจับหน้าโดยไม่ล้างมือ
5. ใส่แมสก์ตลอดเวลา
6. เมื่อมีผู้ติดเชื้อในตลาด หากมีการตรวจเชิงรุก ขอให้รับการตรวจเชิงรุกทุกคน
7. เมื่อมีการปิดตลาด ขอความร่วมมือผู้สัมผัส หรือมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อให้หยุดอยู่บ้าน
8. ไม่รับแรงงานต่างด้าวจากพื้นที่เสี่ยง

และขอความร่วมมือในสถานประกอบ มาตรการดังนี้
1. ไม่สังสรรค์ ไม่ตั้งวงดื่มเหล้า
2. อาหารต้องไม่ทานใกล้ชิดด้วย
3. ป่วยต้องหยุด
4. จุดสัมผัสร่วม ต้องทำความสะอาดบ่อยๆ เช่น ลูกบิด ราวบันได สแกนนิ้วมือ เซ็นชื่อแล้วต้องล้างมือทันที
5. เคร่งครัดในสุขอนามัยส่วนบุคคล ใส่แมสก์ตลอดเวลา ล้างมือบ่อยๆ อยู่ห่างๆกัน

สถานที่พักพนักงานสถานประกอบการ อาจจะเป็นที่หอพักที่สถานประกอบการหาให้ หรือหอพักที่ไปเช่าอยู่เอง ซึ่งเป็นที่อยู่ของพนักงานหลายๆบริษัทอยู่ปะปนกัน ซึ่งจะเป็นแหล่งกระจายเชื้อข้ามบริษัท เมื่อเริ่มมีกระระบาดในบริษัท ขอความร่วมมือพนักงานบริษัทเคร่งครัดในมาตรการส่วนบุคคล อยู่ห่างกัน ไม่ข้ามไปคุยกันกับห้องพักห้องอื่น ไม่ทานข้าวร่วมกัน ไม่สังสรรค์ อสม. เจ้าหน้าที่ ประชาชน ช่วยกันสอดส่อง
ขณะนี้มีการระบาดในวงกว้างใน กทม. ปริมณฑล อาจมีผู้ติดเชื้อเดินทางเข้าชลบุรี รวมทั้งมีผู้ติดเชื้อในชลบุรี อาจยังไม่ทราบว่าตนเองติดเชื้อปะปนอยู่ในสังคม โดยที่เราไม่ทราบ จึงขอให้เคร่งครัดในมาตรการอย่างยิ่งยวด โดยเฉพาะสุขอนามัยส่วนบุคคล เชื้อเข้าทางจมูกปากตา ต้องไม่จับหน้าโดยไม่ล้างมืออย่างเด็ดขาด สวมแมสก์ตลอดเวลา พยายามออกจากบ้านให้น้อยลง อยู่ห่างกัน ล้างมือบ่อยๆ

สำหรับผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ต้องมีการกักตัวอย่างเข้มงวด ไม่ออกไปแพร่เชื้อ แม้การตรวจครั้งแรกจะไม่พบเชื้อ แต่มีหลายๆ รายตรวจพบเชื้อในครั้งที่ 2 ระหว่างการกักตัว 14 วัน

จังหวัดชลบุรีจะยังคงดำเนินการค้นหาผู้สัมผัส และค้นหาเชิงรุกอย่างเข้มข้น เพื่อนำมาตรวจหาเชื้อโควิด-19 และนำมารักษาไม่ให้แพร่ระบาดต่อไป