เศรษฐกิจ

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน (30 ก.ค.64)

ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ลดลงเกินคาด สะท้อนอุปสงค์อยู่ในระดับสูง

+  ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ที่เมืองคูชิง รัฐโอกลาโฮมา ซึ่งเป็นจุดส่งมอบสัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าของสหรัฐฯ ลดลง 1.27 ล้านบาร์เรล แตะระดับ 35.4 ล้านบาร์เรล ถือเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ ม.ค. 63 การลดลงของปริมาณน้ำมันดิบคงคลัง สะท้อนถึงความต้องการใช้น้ำมันในสหรัฐฯ ที่ยังคงอยู่ในระดับสูง แม้ว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 จะเพิ่มสูงขึ้นก็ตาม

+ ตลาดน้ำมันดิบได้รับแรงสนับสนุนจากค่าเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ ที่อ่อนตัวลง เมื่อเทียบกับเงินสกุลอื่น โดยดัชนีค่าเงินดอลลาร์ ลดลง 0.41% มาอยู่ที่ 91.882 ส่งผลให้นักลงทุนกลับมาลงทุนในตลาดน้ำมันมากขึ้น นอกจากนี้ธนาคารกลางสหรัฐฯ ยังไม่มีแนวโน้มที่จะพิจารณาเรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้  โดยจะรอให้ตลาดแรงงานสหรัฐฯ แข็งแกร่งมากขึ้น ก่อนที่จะตัดสินใจถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

+ จากคำแถลงการณ์ของอิหร่าน ซึ่งออกมาตำหนิสหรัฐฯ ที่ทำให้การเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์ต้องหยุดชะงักลงชั่วคราว ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการส่งออกน้ำมันดิบของอิหร่านออกสู่ตลาด

ราคาน้ำมันเบนซิน

ปรับเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ จากอุปทานที่เพิ่มขึ้นจากญี่ปุ่น 19.1% แตะระดับ 5.62 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่ผ่านมา อีกทั้งการส่งออกน้ำมันเบนซินที่มากขึ้นของเกาหลีใต้ในช่วงต้นเดือน ส.ค. 64

ราคาน้ำมันดีเซล

ปรับเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ  ถูกกดดันจากอุปสงค์ที่ยังจำกัดในภูมิภาค จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังคงเพิ่มสูงขึ้น แม้ว่าความต้องการใช้น้ำมันดีเซลของเกาหลีใต้ จะปรับเพิ่มขึ้นก็ตาม

162762602114