ธุรกิจ

ปตท. เดินหน้า ‘ลมหายใจเดียวกัน’ ส่งมอบอุปกรณ์การแพทย์ ร่วมแก้วิกฤตโควิด-19

กลุ่ม ปตท. เดินหน้าให้ความช่วยเหลือประชาชนจากสถานการณ์โควิด-19 ในมิติต่างๆ ทั้งการสนับสนุนนวัตกรรมที่ทันสมัย การใช้ความเชี่ยวชาญและผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. เพื่อสนับสนุนการทำงานของแพทย์และพยาบาล

สถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยยังเป็นเรื่องที่น่ากังวล เนื่องด้วยจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในแต่ละวันยังคงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ยอดการฉีดวัคซีนตามเป้าหมายให้ครบ 70% ของจำนวนประชากรทั้งหมดยังคงเร่งฉีดเช่นกัน

ถึงเช่นนั้น ก็เป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนของสังคมไทย ต้องร่วมแรงเพื่อก้าวข้ามปัญหา ต่างคนต่างร่วมมือ ลงแรงกาย แรงใจ ทั้งจากภาครัฐ เอกชน จิตอาสา ดารานักแสดง ตลอดจนประชาชน ชุมชนกลุ่มต่างๆ

หนึ่งในภาคเอกชนที่ร่วมบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การมีการระบาดคือกลุ่ม ปตท. ที่ให้ความช่วยเหลือในมิติต่างๆ ทั้งการสนับสนุนนวัตกรรมที่ทันสมัย การใช้ความเชี่ยวชาญและผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. เพื่อสนับสนุนการทำงานของแพทย์และพยาบาล ตั้งแต่การระบาดระลอกแรก

โดยเฉพาะการจัดตั้ง โครงการ ‘ลมหายใจเดียวกัน’ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อช่วยต่อลมหายใจของประชาชนรวมถึงเศรษฐกิจของประเทศ โดยโครงการนี้เน้นไปที่การมอบเครื่องช่วยหายใจสำหรับผู้ป่วยวิกฤต (ICU Ventilator) เครื่องให้ออกซิเจนอัตราไหลสูง (High-Flow Nasal Oxygen) รวม 370 เครื่อง การพัฒนานวัตกรรมเตียงเคลื่อนย้ายผู้ป่วยความดันลบ สร้างห้องความดันลบสำหรับผู้ป่วยให้โรงพยาบาลต่างๆ พร้อมทั้งมอบงบประมาณจัดซื้อออกซิเจนเหลว (Liquid Oxygen) เพื่อใช้ร่วมกับเครื่องช่วยหายใจ เพื่อมอบให้แก่พื้นที่วิกฤต โควิด-19 และมีความจำเป็นเร่งด่วนนั้น

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กลุ่ม ปตท. มีความตั้งใจที่จะร่วมสนับสนุนการแก้ปัญหาวิกฤตโควิด-19 ของประเทศมาอย่างต่อเนื่องภายใต้ ‘โครงการลมหายใจเดียวกัน’ และเมื่อเร็วๆ นี้ได้มอบยาเรมเดซิเวียร์ (Remdesivir) นำเข้าจากต่างประเทศ จำนวน 2,000 ขวด เพื่อใช้กับผู้ป่วยโควิด-19 ที่ไม่สามารถใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) ได้ โดยเฉพาะผู้ตั้งครรภ์ที่มีภาวะปอดอักเสบ ซึ่งยาเรมเดซิเวียร์ดังกล่าว ปตท. ได้มอบให้ บริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จำกัด จัดหาและนำเข้าเพื่อสนับสนุนภาครัฐ รวมทั้งเตรียมการจัดหาอย่างต่อเนื่องเพิ่มเติม เพราะประเทศยังมีความจำเป็นต้องใช้มากยิ่งขึ้น

สำหรับการให้ความช่วยเหลือในขั้นถัดไป กลุ่ม ปตท. ได้เตรียมการเพิ่มกำลังการดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ครบวงจร (End-to-End) เพื่อเป็นอีกแรงสนับสนุนแก้ปัญหาวิกฤตเร่งด่วนของประเทศในขณะนี้ มุ่งเน้นการตรวจเร็ว แยกเร็ว รักษาเร็ว โดยจะร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขและพันธมิตรทางการแพทย์ ในการเพิ่มการตรวจคัดกรองเชิงรุก เพื่อคัดแยกผู้ติดเชื้อ การดูแลผู้ติดเชื้อที่ดูแลตัวเองเบื้องต้นที่บ้านหรือในชุมชน

พร้อมกันนี้กลุ่ม ปตท. จะมอบ ‘กล่องพลังใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน’ ที่ประกอบด้วยอุปกรณ์ ยา และ ของใช้ที่จำเป็น พร้อมระบบติดตามอาการทางไกล ตลอดจนการส่งต่อผู้ป่วยเข้าโรงพยาบาลสนามเขียวและเหลืองตามระดับความรุนแรงของอาการ โดยร่วมจัดตั้งโรงพยาบาลสนามในระดับสีเขียวประมาณ 1,000 เตียง ระดับสีเหลือง 350 เตียง รวมทั้งจัดตั้งโรงพยาบาลสนามไอซียู รองรับผู้ป่วยขั้นวิกฤต ระดับสีแดง จำนวน 120 เตียง ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ดูแลทั้งระบบโดยบุคลากรทางการแพทย์ของพันธมิตรกลุ่ม ปตท. ทั้งนี้คาดว่าจะเปิดดำเนินการได้ในปลายเดือนกรกฎาคมนี้

ไม่เพียงเท่านี้ หากไล่เรียงการช่วยเหลือของกลุ่ม ปตท. นับตั้งแต่การแพร่ระบาดครั้งแรกนั้น จะพบว่า ได้ส่งมอบแอลกอฮอล์มากกว่า 1 ล้านลิตร ส่งอุปกรณ์การแพทย์ เครื่องช่วยหายใจและออกซิเจนเหลวให้แก่ โรงพยาบาลรวม 77 แห่ง รวมถึงสนับสนุนการบริการรถฉีดวัคซีนเคลื่อนที่ (Mobile vaccine unit) 4 พื้นที่ในกรุงเทพมหานคร ได้แก่ เขตหลักสี่ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตดินแดง และเขตคลองเตย ซึ่งช่วยกระจายวัคซีนได้รวม 61,182 คน

เช่นเดียวกับการสนับสนุนกล่องพลังใจ สู้ภัยโควิด-19 อาหาร น้ำดื่ม แก่โรงพยาบาลสนาม กทม. และบุคลากรทางการแพทย์ อีกทั้งได้มอบถุงยังชีพและอาหารจากสมาคมภัตตาคารไทยแก่ชุมชนคลองเตย

ไม่เพียงเท่านี้ยังได้ลดภาระค่าครองชีพให้แก่ผู้มีรายได้น้อย กลุ่มร้านค้า หาบเร่ แผงลอย ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ได้ลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม (LPG) จำนวนเงิน 100 บาท/คน/เดือน ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2562 ต่อไป อีก 6 เดือน จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 11 ล้านบาท

กลุ่ม ปตท. พร้อมสนับสนุนและเคียงข้างบุคลากรทางการแพทย์ และคนไทยทุกคนให้ก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกันโดยเร็ว