ท่องเที่ยว

ตัวจบมีจริง! ‘แท็บเล็ต’ ตัวเด็ด ‘HUAWEI MatePad 11’

ใครกำลังมองหา “แท็บเล็ต” ที่เด็ดทั้งรูปร่างหน้าตา, ราคาไม่โหดร้ายเกินไป, ใช้งานได้ครบครัน และฟังก์ชั่นจัดเต็ม ต้องดูรีวิวนี้ที่จะกระเทาะจนหมดเปลือกผ่านการใช้งาน “HUAWEI MatePad 11”

จะว่าเป็นยุคทองของ Gadget สาย แท็บเล็ต ก็ไม่ผิดนัก เพราะไลฟ์สไตล์ของคนยุคนี้ค่อนข้างสอดคล้องกับคุณสมบัติของ “แท็บเล็ต” เอามากๆ ตั้งแต่ความสะดวกสบายในการพกพา, สเป็กที่พัฒนามาจนใช้งานได้ครบอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงราคาที่ในหลายแบรนด์ก็ทำให้กลายเป็นสิ่งที่จับต้องได้มากขึ้น

แม้ในตลาด “แท็บเล็ต” ปัจจุบันจะมีหลายแบรนด์ที่ลงมามีส่วนแบ่งทางการตลาด แต่ในระดับเจ้าตลาดไม่ได้มีมากนัก หนึ่งในนั้นคือ HUAWEI ที่เปิดไลน์อัพผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้แต่ละทีก็เรียกความสนใจได้ตลอด อย่างล่าสุดที่ส่งตระกูล MatePad มาทีเดียวในหลายรุ่น โดยมี HUAWEI MatePad 11 ที่อาจจะไม่ตัวใหญ่อย่างรุ่นก่อนๆ แต่ก็เต็มไม้เต็มมือดีทีเดียว

  • นิยามของความลงตัว

การที่ “HUAWEI” ปล่อย “แท็บเล็ต” ในซีรีส์เดียวกันแต่ต่างรุ่นมาในระยะเวลาไล่เลี่ย ไม่ได้หมายความว่าแค่เป็นการเสริมทัพเพื่อแบ่งมาร์เก็ตแชร์ แต่คือทางเลือกให้ผู้บริโภค ซึ่ง “HUAWEI MatePad 11” มีขนาดที่ใหญ่กว่ารุ่นที่เปิดตัวไปก่อนหน้าเล็กน้อยคือ HUAWEI MatePad Pro 10.8-inch โดยในรุ่นนี้มีขนาดตัวเครื่องอยู่ที่ 11 นิ้ว แต่ที่น่าสังเกตคือขนาดหน้าจอจริงๆ จะอยู่ที่ 10.95 นิ้ว เมื่อเทียบกับ MatePad Pro 10.8-inch จะมีขนาดหน้าจอใกล้เคียงกันมากๆ และแสดงผลที่ความละเอียด 2560 x 1600 เท่ากันด้วย

ส่วน Refresh Rate ก็มากถึง 120 Hz ไว้ใจได้เมื่อต้องใช้การประมวลผลหน้าจอหนักๆ เช่นการเล่นเกมที่มีกราฟิกสวยๆ รายละเอียดเยอะๆ ภาพจะไม่แตกและมีความลื่นไหลมาก

อีกความแตกต่างที่เห็นชัดเจนมากคือตำแหน่งของกล้องหน้าอยู่ตรงกลางด้านบน (เมื่อวางแท็บเล็ตแนวนอน) ไม่ล้นขอบมาเป็น “รู” บนหน้าจอให้ขัดใจอย่างในรุ่น MatePad Pro 10.8-inch แล้ว ซึ่งบางคนอาจไม่คาใจ แต่ในแง่พื้นที่ใช้สอยที่เสียไปก็น่าคิด

แต่สิ่งที่ลงตัวมากๆ และไม่รู้สึกขัดใจเลยการที่ “HUAWEI” ใส่ CPU ตัว Qualcomm Snapdragon 865 มาในเครื่องนี้ เพราะใช้งานได้ดี ลื่นไหล แรง และแทบจะไม่มีปัญหาจุกจิกกวนใจ

162754285194

  • เสียงดีเกินตัว

ในแง่ความบันเทิง ไม่ว่าจะการดูหนังฟังเพลง “แท็บเล็ต” เครื่องนี้ก็ตอบโจทย์ได้ดีมาก นับตั้งแต่จอแสดงผลความละเอียดสูง ถึงจะไม่ใช่ Full HD แต่ HUAWEI FullView Display แบบ IPS ความละเอียด 2560 x 1600, PPI 280 ก็ให้ภาพคมชัด สมจริง และสีตรงมากทีเดียว

ส่วนคุณภาพเสียงคือข้อที่ต้องร้องว้าวเลย สำหรับ “แท็บเล็ต” เครื่องเล็กๆ นี้ เพราะจัดเต็มด้วยลำโพง 4 ตัว จูนเสียงโดย harman/kardon รายละเอียดของเสียงออกมาครบถ้วน พุ่ง และมีความหนักแน่น คาแรกเตอร์เสียงในการฟังเพลงโดยส่วนตัวรู้สึกว่าออกไปทางเสียงกลาง แต่ไม่ใช่ว่าเบสจะบางเบา ยังให้เสียงเบสได้ค่อนข้างดี ส่วนเสียงสูงก็ไม่ขี้เหร่ ส่วนคุณภาพในการดูหนังหรือวิดีโอต่างๆ ก็ถือว่าดีมาก

162754285036

  • ความ Multi ที่เหนือกว่า

ความพิเศษของบรรดา Gadget ของ “HUAWEI” คือการทำงานร่วมกันได้แบบ Seamless ไร้รอยต่อ เพราะมีทั้ง Huawei Share และฟีเจอร์มัลติต่างๆ ให้ใช้งาน อาทิ Multi-Screen Collaboration เป็นต้น ช่วยให้การใช้งานแบบ Multi-task ลื่นไหลและหลากหลายมากจนน่าทึ่ง

ประการแรกคือถ้าหากคุณใช้คอมพิวเตอร์แลปท็อปของหัวเว่ย จะใช้งานฟีเจอร์ HUAWEI Multi-screen Collaboration with laptop ได้ ฟีเจอร์นี้จะเนรมิตให้ทั้งสอง Device ทำงานร่วมกันได้ทั้งแบบจอเสมือน (Mirror Mode) สำหรับควบคุมคำสั่งต่างๆ บนแลปท็อปผ่าน “แท็บเล็ต” และจอแยก (Extend Mode) ที่เปลี่ยน “แท็บเล็ต” ให้เป็นอีกหน้าจอ เพิ่มขีดความสามารถของแลปท็อปให้ไร้ขอบเขต ว่าง่ายๆ คือ เหมือนขยายพื้นที่จอแต่ทำงานได้เหมือนเป็นจอเดียวกัน

เรื่องการแยกหน้าจอทำงานยังมีฟีเจอร์ Multi-Window ที่ใน “แท็บเล็ต” ที่ดีต้องทำได้ คือ เปิดแอพได้พร้อมกันหลายแอพ โดยที่ทำงานไปได้พร้อมๆ กัน แน่นอนว่า “HUAWEI MatePad 11” เปิดได้สูงสุด 4 แอพ แถมยังมี App Multiplier ซึ่งใช้ได้กับหลายแอพพลิเคชั่น เช่น JD CENTRAL, Rabbir Rewards เปิดหน้าต่างพร้อมกันได้โดยไม่ต้องกดย้อนกลับไปมา ซึ่งเป็นประโยชน์มากเมื่อต้องดูรายละเอียดในสิ่งที่สนใจหลายอย่างพร้อมกัน

162754285022

162754285166

  • แบตทนจนลืมชาร์จ

สำหรับแบตเตอรี่ของ “แท็บเล็ต” เครื่องนี้มากถึง 7250 mAh เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปตลอดทั้งวัน เปิดแสงสว่างตามปกติ รันแอพพลิเคชั่นต่างๆ อยู่ตลอด ผลที่ได้คือแบตเตอรี่ไม่หมดระหว่างวัน แต่ก็จะอยู่ได้จนถึงช่วงเย็นหรือหัวค่ำพอดีที่จะเป็นเวลาชาร์จแบตใหม่อีกครั้ง หรือถ้าหากใช้งานไม่บ่อยนัก ก็อยู่ได้นานเกินวันแน่นอน

162754285177

  • Option ครบจบ

การใช้งาน “แท็บเล็ต” เครื่องนี้ให้เต็มประสิทธิภาพควรจะต้องใช้งานควบคู่กับ Option เสริมอย่างดินสอ HUAWEI M-Pencil (Gen 2)

ค่อนข้างมั่นใจได้ว่า “แท็บเล็ต” เครื่องนี้ใช้งานหลักๆ ทั่วไปได้ดีแน่นอน แต่ก็มีอีกหนึ่งการใช้งานที่หลายคนเลือกใช้ Gadget ประเภท “แท็บเล็ต” คือการวาด ระบายสี สร้างสรรค์ผลงานศิลปะ ซึ่ง “HUAWEI MatePad 11” เมื่อใช้งานรวมกับ M-Pencil ก็เหมือนว่าจะเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ จุดเด่นหนึ่งของ “แท็บเล็ต” เครื่องนี้จึงเหมาะกับไว้ใช้เพื่อสร้างสรรค์ผลงานต่างๆ

ด้านความละเอียด (Pressure Sensitivity) มากถึง 4096 ระดับ เขียนได้ค่อนข้างละเอียด ลากตรงไหนก็ไปตามนั้น ลงน้ำหนักได้สมจริง มีความหน่วงต่ำเพียง 2 ms ซึ่งก็ยังรู้สึกได้ถึงความหน่วงเล็กน้อย (เล็กน้อยจริงๆ) โดยเฉาะในลายเส้นที่ใหญ่ แต่ในเส้นเล็กๆ ถือว่าสบายหายห่วง

นอกจากใช้ขีดเขียนได้คล่องมือแล้ว ยังมีฟังก์ชั่น Free Script ช่วยเปลี่ยนลายมือเป็นตัวพิมพ์ ใช้ได้ในแอพพลิเคชั่นจดบันทึกของหัวเว่ย ได้แก่ HUAWEI Notepad, WeNote และ Noteshelf รวมถึงการแชทผ่านแอพต่างๆ เช่น Line, Facebook Messenger เป็นต้น หรือจะเขียนบนช่องค้นหาของเบราว์เซอร์ เช่น Petal Search ก็จะเปลี่ยนเป็นคำค้นให้อัตโนมัติ แต่ข้อจำกัด ณ ขณะนี้คือยังเขียนภาษาไทยไม่ได้

สำหรับการพกพาก็สะดวกมาก เพียงแค่วางบนขอบตัวเครื่อง แม่เหล็กแรงสูงจะดูดติดไว้ ในตำแหน่งที่ถูกต้องจะเป็นการชาร์จไฟให้ดินสอแท่งนี้ด้วย

162754285122

อีกอย่างคือ HUAWEI Smart Magnetic Keyboard คีย์บอร์ดแบบไร้สายทั้งการเชื่อมต่อผ่านบลูทูธและการชาร์จไร้สาย จุดเด่นคือออกแบบให้มีระยะห่างตัวอักษร 1.3 มิลลิเมตร เทียบเท่าคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ PC ทั่วไป พิมพ์ได้ถนัดแน่นอน

สำหรับ Option ทั้ง M-Pencil และ Smart Magnetic Keyboard ก็มีให้เลือกว่าจะเอาหรือซื้อเพียงแค่ตัว “แท็บเล็ต” อย่างเดียว ถ้าหากต้องการแค่ตัวเครื่อง ราคาจะอยู่ที่ 15,900 บาท และใน Set ที่มาพร้อม M-Pencil บรรจุมาภายในกล่อง ราคา 19,900 บาท ซึ่งในการจำหน่ายช่วง Early Bird คือวันที่ 29 กรกฎาคม – 15 สิงหาคม 2564 ไม่ว่าจะเป็น Set ใดก็จะได้รับ HUAWEI Smart Magnetic Keyboard ฟรี และใน Set ที่มาพร้อม M-Pencil จะได้รับหูฟัง HUAWEI FreeLace Pro เพิ่มอีกด้วย ซื้อได้ที่นี่ คลิ๊ก 

162754285045

          ...

การที่คนต้อง Work from Home หรือ Work from Everywhere จนเป็นเรื่องปกติ ยิ่งส่งเสริมให้ตลาดของ Gadget เติบโตขึ้น สิ่งที่ตามมาคือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์คนยุคนี้ และยิ่งคนต้องการหา “ตัวจบ” จริงๆ ผู้ผลิตต้องทำให้เครื่องมือนั้นมีประสิทธิภาพมากพอที่จะทำให้การทำงานหรือสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ผ่านหน้าจอ “แท็บเล็ต” เป็นไปอย่างราบรื่น