การเงิน

BBLไตรมาส2/64ตั้งสำรองเฉียดหมื่นล้าน รับสถานการณ์ไม่แน่นอน

 “ธนาคารกรุงเทพ”ไตรมาส2/64กำไร6.3 พันล้าน โต 100% ปัจจัยหลักงบธนาคารเพอร์มาตา   -ตั้งสำรองลดลงอยู่ที่9.8 พันล้าน ด้าน"ทหารไทยธนชาต"กำไร2.5 พันล้านลดลง 8.9% คาดไตรมาส3/64เศรษฐกิจชะลอตัว กลยุทธ์จึงยังคงไม่เปลี่ยนแปลง

    นางอรนุช นำพูลสุขสันติ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL กล่าวว่าไตรมาส2ปี2564 ธนาคารมีกำไรสุทธิ 6,356.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 105.4% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 3,094.98 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นหลักๆมาจากการรวมรายได้ของธนาคารเพอร์มาตา ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียมการอำนวยสินเชื่อและค่าธรรมเนียมธุรกิจหลักทรัพย์

        ขณะที่ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอยู่ที่9,810 ล้านบาท ลดลง25.9% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 13,238 ล้านบาททำให้ครึ่งปีแรก2564 มีกำไรสุทธิ 13,279.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น23.4% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ10,765.49 ล้านบาท

       ทั้งนี้ธนาคารมีการตั้งสำรองตามหลักความระมัดระวัง จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความไม่แน่นอนในระยะข้างหน้า ธนาคารกรุงเทพยังคงดำรงฐานะการเงินสภาพคล่อง และเงินกองทุนให้อยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง ตามแนวทางการดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวังและรอบคอบ เพื่อรองรับผลกระทบจากเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวช้าและมีความไม่แน่นอนมากขึ้น          

นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน)หรือ TTBแจ้งผลการดำเนินงานไตรมาส2ปี 2564 ว่าธนาคารมีกำไรสุทธิ 2,534.10 ล้านบาท ลดลง 8.9%จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 3,094.93 ล้านบาท เนื่องจาก มีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิปรับตัวลดลง 2% และรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยปรับตัวลง11.5% ส่งผลให้รายได้รวมจาการดำเนินงานอยู่ที่ 15,900 ล้านบาท ลดลง 4% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และ ลดลง 5.6%เทียบกับไตรมาส1ปี 2564 ซึ่งได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้เศรษฐกิจไทยมีการชะลอตัว

       

รวมถึงธนาคารมีการตั้งสำรอง5,491 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.2 %จากไตรมาสก่อนหน้าไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่สินเชื่อขั้นที่ 3อยู่ที่จำนวน 43,543 ล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพที่ร้อยละ 2.89 โดยการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อด้อยคุณภาพสอดคล้องกับเป้าหมายของธนาคารและส่วนใหญ่เป็นผลจากการชะลอตัวของสินเชื่อและกลยุทธ์การบริหารสินเชื่อด้อยคุณภาพโดยคำนึงถึงมูลค่าสินทรัพย์ในระยะยาว  ขณะที่ในช่วงครึ่งปีแรก2564 มีกำไรสุทธิ 5,316.06 ล้านบาท ลดลง26.8%จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 7,258.39 ล้านบาท

       สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจไตรมาส3ปี 2564 มีแนวโน้มชะลอลงต่อเนื่องดังนั้น ภาพรวมเชิงกลยุทธ์จึงยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ที่เพิ่มเติมเข้ามาคือการดำเนินการตามแผนการรับรู้ผลประโยชน์จากการรวมกิจการด้านรายได้ (Revenue synergy) ภายหลังการรวมธนาคาร ผ่านการพัฒนาและนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าให้ตรงจุดและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น