สุขภาพ

ฉีด'โมเดอร์นา'เข็ม 3 ต้องเว้นระยะห่างวัคซีนไขว้ 2 เข็มอย่างไร

ใครที่กำลังรอ'โมเดอร์นา' วัคซีนทางเลือก มาทำความเข้าใจก่อนว่า ถ้าฉีดซิโนแวค 2 เข็ม หรือซิโนแวคบวกแอสตร้าเซนเนก้า หรือ แอสตร้าเซนเนก้า 2 เข็ม ต้องเว้นระยะห่างกี่สัปดาห์

แม้หลายคนจะบอกเล่า เชื้อไวรัสโควิด-19 ไม่รู้ว่า ร่างกายรับวัคซีนยี่ห้ออะไรมา แต่อย่างน้อยๆ ผลการศึกษาหลายฉบับ ล้วนชี้ไปทางเดียวกันว่าวัคซีนที่ผลิตต่างวิธี หรือวัคซีนคนละยี่ห้อ ต่างก็มีวิธีป้องกัน รวมถึงกระตุ้นภูมิคุ้มกันต่อเชื้อที่ไม่เหมือนกัน

ดังนั้นเราควรทำความเข้าใจกระบวนการของ mRNA ให้ดี ก่อนจะได้ฉีดในอนาคต

ทำความเข้าใจ mRNA อีกครั้ง

วัคซีนทางเลือกที่กำลังจะเข้าไทย หรือวัคซีนโมเดอร์นา เป็นวัคซีนที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี mRNA (Messenger Ribonucleic Acid) โดยมีวิธีจัดการกับเชื้อ

อธิบายง่ายๆ คือการส่งโปรตีนสังเคราะห์ที่มีลักษณะเป็นหนามขนาดเล็กตามชื่อคือ mRNA เข้าสู่ร่างกาย จากนั้นเจ้าโปรตีนนี้จะไปกระตุ้นให้เซลล์ของมนุษย์เพิ่มจำนวนตัวมันเอง เพื่อไปก่อกวนระบบภูมิคุ้มกัน และทำให้ภูมิคุ้มกันเรียนรู้จะกำจัดหนามดังกล่าวออกไป 

ซึ่งต่อไปเมื่อมีไวรัสหนามหรือเชื้อโควิด-19 เข้ามา ร่างกายก็จะจดจำและจัดการกับเชื้อไวรัสได้ดีขึ้นนั่นเอง

อีกหนึ่งประเด็นที่ถูกถกกันมาก คือ ความใหม่ของเทคโนโลยี mRNA ที่หลายคนกังวลว่า อาจส่งผลข้างเคียงรุนแรงในอนาคต แต่จริงๆ mRNA ก็เป็นเทคโนโลยีที่ถูกคิดค้นและใช้งานมาร่วม 10 ปีแล้วในการใช้เพื่อหยุดยั้งเชื้ออีโบล่า

หรือหากจะพูดถึงผลข้างเคียงอย่างเดียว วัคซีนโมเดอร์นาเองก็มีผลข้างเคียงคล้ายกับวัคซีนยี่ห้ออื่น คือ อาการไข้ หนาวสั่น อ่อนเพลีย

ที่แย่หน่อยคืออาการเมื่อยล้าและเจ็บหน้าอกชนิดไม่รุนแรง ซึ่งเป็นหนึ่งในสัญญาณของภาวะอาการกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ แต่กรณีนี้ก็พบเพียง 0.00126% หรือ 12.6 รายต่อวัคซีนหนึ่งล้านโดส ที่สำคัญส่วนใหญ่ที่เจอก็หายดีและใช้ชีวิตกันตามปกติแล้ว

 

ข้อเด่นของวัคซีนโมเดอร์นา

ข้อดีที่เด่นชัดที่สุดของวัคซีน mRNA ก็คือ ความโดดเด่นในแง่ประสิทธิภาพที่สูง

โดยข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าวัคซีนโมเดอร์นา สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ 94.1% และป้องกันการติดเชื้อได้ 86.4% 

สำหรับผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป ทั้งยังลดความรุนแรงของโรคและลดโอกาสการเสียชีวิตจากโรคได้ถึง 100% แต่เหนือสิ่งอื่นใด คือประสิทธิภาพในการป้องกันสายพันธุ์อันยุ่งเหยิงของไวรัสนี้ได้อย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็น สายพันธุ์อัลฟา (พบครั้งแรกในสหราชอาณาจักร), บีต้า (พบครั้งแรกในแอฟริกาใต้), แกมมา (พบครั้งแรกในบราซิล) และเดลต้า (พบครั้งแรกในอินเดีย)

แน่นอนว่าประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อได้มากถึง 94.1% ย่อมส่งผลถึงความสามารถในการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ หรือ Herd immunity ได้อย่างแน่นอน

เห็นได้จากตัวอย่างไกลๆ ในประเทศเยอรมนี, สหรัฐอเมริกา, อิสราเอล หรือฮังการี ที่ผู้คนถอดแมสใช้ชีวิตแบบ Old Normal อย่างแพร่หลายแล้ว

แต่ในประเทศไทยที่มีความคืบหน้าด้านวัคซีนที่ค่อนข้างช้า(จนถึงช้ามาก) อาจเกิดคำถามว่าวัคซีนที่ใช้อยู่ ณ ปัจจุบัน จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ได้มากน้อยแค่ไหน หรืออาจเลยไปอีกคำถามหนึ่ง ว่าตนเองจะสามารถกลับลำมาฉีด mRNA เป็นเข็มที่ 3 ต่อจากวัคซีนที่เคยได้รับมาแล้ว ได้หรือไม่?

 

โมเดอร์นาเข็มที่ 3 ต้องเว้นระยะแค่ไหน 

คำตอบสั้นๆ คือ ฉีดได้ แต่คำอธิบายค่อนข้างยาว คือการฉีดวัคซีนโมเดอร์นาเป็นเข็มที่ 3 นั้น อาจต้องมีระยะห่างที่เหมาะสมขึ้นกับว่าได้รับวัคซีนตัวไหนมา 

ในกรณีที่ฉีด แอสตร้าเซนเนกา มาครบ 2 โดส ผู้เชี่ยวชาญลงความเห็นว่าร่างกายจะมีภูมิมากพอให้เว้นระยะรับเข็มที่ 3 ออกไปได้ราว 6-12 เดือน

แต่ในอีกทางหนึ่ง เมื่อประเทศกำลังรับมือกับสายพันธุ์เดลต้าที่มีความรุนแรงค่อนข้างมาก จึงมีลุ้นร่นระยะการรับ mRNA เป็นเข็ม 3 ได้เร็วขึ้น 1-2 เดือนเพื่อเร่งให้ภูมิสูงขึ้นพอจะรับมือกับสายพันธุ์เดลต้าได้ 

ส่วนในกรณีที่ผ่านการฉีด ซิโนแวค มานั้น ยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดใดๆ มารับรอง ทางเลือกเดียวคือต้องเว้นระยะออกไป 3-6 เดือนก่อน แล้วรอข้อมูลทางวิชาการมารับรองในภายหลัง

ข้อสุดท้ายที่อยากบอกถึงโมเดอร์นาและ mRNA คือวัคซีนตัวเลือกนี้เหมาะกับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป (ต่ำกว่านี้ไม่แนะนำ) ส่วนใหญ่แล้วปลอดภัยกับคนทุกกลุ่ม ยกเว้น กลุ่มผู้มีปัญหาเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน, ผู้ป่วยติดเชื้อ HIV รวมถึงสตรีที่อยู่ในระหว่างตั้งครรภ์ ที่อาจต้องปรึกษาแพทย์อย่างใกล้ชิดก่อนฉีด

หรือหากเคยติดเชื้อโควิด-19 มาก่อนหน้านี้ ก็จำเป็นต้องเว้นระยะ หลังติดเชื้ออย่างน้อย 3-6 เดือนก่อนรับวัคซีน 

และแน่นอน ไม่ว่าเราจะอยู่ในเงื่อนไขใด การพิจารณาความเห็นจากแพทย์คือเรื่องสำคัญสุดเสมอ

ศึกษารายละเอียดวัคซีนโมเดอร์นาเพิ่มเติมก่อนฉีดจริงได้ที่ www.praram9.com/moderna-vaccine หรือสอบถามที่หมายเลขโทรศัพท์ 1270