'ซินโครตรอน' วิจัยสมุนไพรไทย พบ 8 ชนิด มีฤทธิ์ต้านโควิด-19

'ซินโครตรอน' วิจัยสมุนไพรไทย พบ 8 ชนิด มีฤทธิ์ต้านโควิด-19
20 กรกฎาคม 2564
2,170

นักวิจัย ซินโครตรอน ทดสอบประสิทธิภาพสารสกัดสมุนไพร จำนวน 23 ชนิด พบว่าสามารถคัดเลือกสารสกัดจากสมุนไพร จำนวน 8 ชนิด ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า70% ในการต้านการเพิ่มจำนวนของไวรัสโคโรนาในสุกร ซึ่งมีโครงสร้างอนุภาคคล้ายกับ SARS-CoV-2 ด้วยทุนสนับสนุนจาก วช.

162670619743

ดร.วราภรณ์ ตัณฑนุช นักวิทยาศาสตร์ระบบลำเลียงแสง สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) เปิดเผยว่า ตนพร้อมทีมวิจัยจากสถาบันฯ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยมหิดลและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ดำเนินโครงการการใช้สมุนไพรประสิทธิภาพสูงในการต้านเชื้อไวรัสโควิด -19 โดยดำเนินทดสอบประสิทธิภาพของสารสกัดสมุนไพร จำนวน 23 ชนิด ที่มีฤทธิ์ในการต้านเชื้อไวรัสหลากหลายสายพันธุ์ ผลการทดสอบพบว่าสามารถคัดเลือกสารสกัดจากสมุนไพร จำนวน 8 ชนิด ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าร้อยละ 70 ในการต้านการเพิ่มจำนวนของไวรัสโคโรนาที่ก่อโรคในสุกร

ซึ่งมีโครงสร้างอนุภาคคล้ายกับ SARS-CoV-2 ที่เวลาทดสอบการสัมผัสเชื้อไวรัสเพียง 5 นาที และการทดสอบในระดับเซลล์ไลน์พบอีกด้วยว่าสารสกัดบางชนิดฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และบางชนิดมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ โดยกระตุ้นการสร้าง anti-inflammatory cytokines IL-10 mRNA มากขึ้น การวิเคราะห์องค์ประกอบของสมุนไพรเบื้องต้นด้วย Fourier Transform Infrared Spectroscopy พบว่าศึกษาสมุนไพรทั้ง 8 ชนิด มีองค์ประกอบของสารในกลุ่มเทอร์พีนอยด์เป็นหลัก

162670621416

รองศาสตราจารย์ ดร.พรสวรรค์ เหลืองวุฒิวงษ์ กล่าวอีกว่า งานวิจัยตอนนี้ อยู่ในขั้นตอนการทดสอบประสิทธิภาพของสมุนไพร 8 ชนิดที่คัดเลือก นำไปทดสอบโดยตรงกับเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ที่ก่อโรคโควิด19 โดยภาควิชาจุลชีววิทยาและอิมมิวโนโลยีคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นศูนย์ตรวจคัดกรองและเพาะเลี้ยงไวรัส SARS-CoV-2 ที่มีห้องปฏิบัติการไวรัสวิทยาตามมาตรฐานความปลอดภัยระดับที่ 3 (Bio Safety Level 3; BSL-3) จึงมีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงในการทดสอบประสิทธิภาพของยาหรือสารสกัดสมุนไพร ในการยับยั้งการเจริญของไวรัส การตรวจหาค่าความเป็นพิษต่อเซลล์เพาะเลี้ยง (cell cytotoxicity) ในระดับหลอดทดลอง (in vitro assay)

เมื่อทำการคัดเลือกสมุนไพรที่มีฤทธิ์การต้านเชื้อไวรัสสูงสุดได้แล้ว ทางทีมวิจัย จะทำการศึกษากลไกของสมุนไพรในการต้านเชื้อไวรัส โดยศาสตราจารย์.ดร.หนึ่ง เตียอำรุง สาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพ มทส. กล่าวว่า การไขความลับนั้น ส่วนนึงสามารถทำได้ด้วยการถอดรหัสการแสดงออกของเซลล์ที่ได้รับสมุนไพรในระดับยีนส์ (Transcriptome) และ ดร.วราภรณ์ ตัณฑนุช เสริมว่า เทคโนโลยีการวิเคราะห์ขั้นสูง ประกอบด้วยเทคโนโลยีแสงซินโครตรอน และเทคโนโลยีโอมิกส์ (โปรติโอมิกส์และเมตาโบโลมิกส์) จะให้ข้อมูลขนาดใหญ่ที่เป็นข้อมูลแบบองค์รวมของการติดตามเปลี่ยนแปลงสารชีวเคมีภายระดับเซลล์ทั้งหมดทั้งโปรตีนและสารโมเลกุลขนาดเล็กภายในเซลล์ ทำให้เกิดความเข้าใจในกลไก หน้าที่ และการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ของสารชีวโมเลกุลเหล่านั้น และที่สำคัญคือข้อมูลดังกล่าวยังสามารถนำมาใช้เป็นข้อมูลในการพิจารณาการใช้ยาสมุนไพรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถูกต้องและแม่นยำ นำสู่ความปลอดภัยในการใช้งานจริง และเป็นแนวทางในการต่อยอดพัฒนาเป็นยาสมุนไพรที่ปลอดภัยและเพิ่มมูลค่าสมุนไพรไทยเพื่อนำมาใช้ทางการแพทย์ได้ในอนาคตต่อไป

162670623462

ด้าน ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า เนื่องจากประเทศไทยยังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในปีงบประมาณ 2564 วช. ได้สนับสนุนให้หน่วยงานทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน และสถาบันต่าง ๆ ศึกษาวิจัยและพัฒนานวัตกรรม เพื่อช่วยยับยั้งและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19 โดยสนับสนุนการวิจัยสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน มหาวิทยาลัยมหิดล และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ศึกษาวิจัยประสิทธิภาพของสมุนไพรไทย เพื่อต้านเชื้อไวรัส ซึ่งขณะนี้คณะนักวิจัย กำลังอยู่ในระหว่างการศึกษาวิจัยและทดสอบประสิทธิภาพและการออกฤทธิ์ของสมุนไพรไทยหลายชนิด

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง