หมอรามาฯ ดัน mRNA เป็นวัคซีนหลัก

หมอรามาฯ ดัน mRNA เป็นวัคซีนหลัก

"ผศ.นพ.สมิทธิ์" ยื่นหนังสือดัน mRNA เป็นวัคซีนหลัก แจงกระแสชันสูตรพลิกศพ เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี

จากกรณี ผศ.นพ.สมิทธิ์ ศรีสนธิ์ หัวหน้าห้องปฏิบัติการนิติเวชศาสตร์ ภาควิชาพยาธิวิทยา คณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า..

วันนี้จะมาเล่าให้ฟังในฐานะแพทย์นิติเวชเกี่ยวกับสถานการณ์โควิดใน กทม. นั้น หนักมากขนาดไหน ผมไป swab ตรวจโควิด 19 จากศพ แล้วเจอ positive เยอะมากครับ อย่างเมื่อวานตรวจศพ 4 ราย รายหนึ่งอายุมากรู้แน่นอนว่าเป็นโควิดแต่ไม่มีเตียง admit แล้วก็ตายในที่เกิดเหตุครับ อีกสามราย swab แล้ว positive ทั้งหมดเลยครับ (นี่แค่วันเดียวนะครับ และแค่เขตที่โรงพยาบาลรามาฯ รับเท่านั้น)

โดยรวมๆ การอยู่เวรตั้งแต่วันพฤหัสที่ผ่านมา ผู้ตายส่วนใหญ่ที่ตายแล้ว swab เจอจะอยู่ในชุมชนแออัดที่แออัดมากๆ (พื้นที่นิดเดียว นอนกันสามคนก็มี) หรือแฟลตการเคหะ โดยสถานที่ทั้งหมดจะมีประวัติว่า คนในนั้นเป็นแล้วหลายคน แต่ก็ไม่ได้เตียง admit หรือบางคนคนในครอบครัวเป็น แต่ยังหาที่ swab ไม่ได้ก็มี

นอกจากนี้ ยังมีผู้ตายรายหนึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียง แล้วญาติพามาติด โดยญาติก็ไม่รู้ตัวว่าเป็นก็มีครับ ถ้าไม่ swab ตรวจแล้วเจอในศพ ก็ไม่รู้เลยครับ เพราะก็ติดเตียงและอายุมากแล้ว ซึ่งปกติถ้าไม่มีโควิดก็จะไม่ทำอะไร แล้วมอบให้ญาติดำเนินการไป มีอีกรายเป็นชุมชนแออัดของคนใบ้ ซึ่งก็สื่อสารกันยากมาก คิดว่าคนในชุมชนไม่รู้จะมีคนติดอีกมากเท่าไหร่ เพราะยังไม่มีใครมาดูแลเลยครับ

สรุปคือจะบอกว่า สถานการณ์หนักมากครับ ผู้ป่วยกับตายที่เห็นนี่ไม่เป็นตัวเลขจริงแน่นอนครับ มีเยอะกว่านั้นมาก มีคนที่ไม่ได้ swab ตรวจอีกเยอะ (ตอนนี้ที่รามาฯ ถ้าจะมา swab ผมเห็นคิวมานั่งรอตั้งแต่ สี่ห้าทุ่ม เพื่อตรวจตอนเช้าละครับ) ส่วนคนตายก็มีเยอะกว่านี้ เพราะก็มีหลายๆ เคสที่ไม่ได้ swab แพทย์นิติเวชบางที่ก็ไม่สามารถ swab ตรวจให้ได้หมดครับ ถึงแม้ว่ามีประวัติเสี่ยงครับ เพราะไม่สามารถเบิกเงินค่า swab จากศพที่ตายในที่เกิดเหตุละครับ

162562867023

ล่าสุดวันนี้ ผศ.นพ.สมิทธิ์ ศรีสนธิ์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัวระบุว่า ยาวหน่อยนะครับ ผมได้ไปยื่นเอกสารผลักดันให้ mRNA vaccine เป็นวัคซีนหลักมานะครับ ที่รัฐสภา จริงๆ ไปตั้งแต่เมื่อวานแล้วล่ะครับ แต่พึ่งเอามาลง เพราะพอดีไม่ใช่คนริเริ่มแคมเปญนี้ แต่เป็นน้องๆ กลุ่มภาคีบุคลากรสาธารณสุขและกลุ่มหมอไม่ทน ร่วมกันทำน่ะครับ โดยน้องทั้งสองกลุ่มเชิญผมเข้าไปร่วมยื่นด้วยในฐานะกรรมการแพทยสภา และให้ผมช่วยติดต่อ สส บางพรรค เช่น ของ พปชร ที่เป็นเพื่อนสวนกุหลาบรุ่นเดียวกัน ก็ต้องบอกเลยว่าขอบใจน้องทุกคนมาก ที่ทำเเคมเปญนี้ขึ้นมา รวมทั้งเชิญพี่เข้าร่วมด้วย มันช่วยผลักดันอะไรหลายอย่างได้แน่ๆ ถ้าไม่มีพวกน้อง คงไม่มีใครคิดจะทำอะไร (ขอไม่ tag ละกันนะ เป็นโพสสาธารณะ55)

นอกจากนี้ยังอยากจะเล่าเรื่องที่เป็นแรงบันดาลใจให้บางคนลุกขึ้นมาพูดหรือทำอะไรครับ เรื่องแรกคือที่ผมไปยื่นนี่ อาจจะมีคนคิดว่า ต้องมีแพทย์ผู้ใหญ่ห้ามไม่ให้ทำ จริงๆ ไม่มีเลยนะครับ ทั้งทางแพทยสภา ที่ผมเอาเรื่องนี้เข้าไลน์กลุ่มแพทยสภาซึ่งส่วนใหญ่เป็นแพทย์ผู้ใหญ่ โดยบอกว่าจะไปยื่นเรื่องนี้ ก็ไม่มีคนตำหนินะครับ บางคนสนับสนุนด้วยครับ ส่วนทางรามาฯ ก็ไม่มีใครตำหนิอะไรครับ ก็ต้องขอบคุณอาจารย์ผู้ใหญ่ทุกคนด้วยครับ
edit เพิ่มเติม** และขอบคุณกรรมการแพทยสภาที่ออกแถลงการณ์เรื่องนี้มาละครับ ดูในรูปได้เลยครับ เรื่องสองคือเรื่องที่ผม post ไป เกี่ยวกับการชันสูตรพลิกศพ แล้วพบว่าน่าจะมีศพที่ตายจากโควิด 19 มากกว่านี้ แต่ยังไม่มีคนรายงาน ซึ่งดูเหมือนเป็นการบอกว่า สธ รายงานผิด ทำให้เพื่อนทั้งใน FB และ line เป็นห่วงว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับการทำงานของผม แต่สุดท้ายแล้วนะครับ ไม่มีใครตำหนิผมนะครับทั้งทางรามาฯ และ สธ กลับกัน มันเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นด้วยครับ ได้แก่เรื่องที่เบิกค่า swab จากศพไม่ได้ ก็จะเบิกได้ละครับเพราะ สธ ติดต่อให้ผมในฐานะนายกสมาคมนิติเวชฯ ทำหนังสือไปที่ สธ และอีกเรื่องคือการรายงานจำนวนศพที่เสียชีวิตในลักษณะแบบนี้ กรมควบคุมโรคก็รับทราบแล้วครับ และกำลังเริ่มเก็บข้อมูลครับ ก็ต้องขอบคุณอาจารย์และเจ้าหน้าที่ใน สธ ด้วยครับ
edit เพิ่มเติม** ขอบอกไว้ตรงนี้นิดนึงครับ ผมไม่เคยคิดว่ากรมควบคุมโรคปิดบังข้อมูลคนตายเลยนะครับ มันอาจเป็นการสื่อสารที่ฝั่งผมเองอาจแจ้งไปไม่ดีพอด้วยครับ ซึ่งตอนนี้ก็ได้เริ่มแก้ไขกันละครับ
สุดท้าย อยากสรุปว่า ถ้าท่านพูดในสิ่งที่พบจริง มีประสบการณ์จริงหรือมีความเชี่ยวชาญจริง โดยไม่ตำหนิใครหรือองค์กรใดก่อนที่จะรู้รายละเอียดทั้งหมด ท่านก็ออกมาพูดกันเถอะครับ ดูตัวอย่างผมได้ครับว่า มันมีประโยชน์จริงครับ ทำให้เกิดการพัฒนาได้เลยครับ
“If you see something wrong, if you speak out….you can change it.” from Ethel Kennedy

162575856355