ศาลสั่งรับฎีกา 'อัยการโจทก์' ให้ลงโทษ 2 ทหาร คดีค้ามนูษย์โรฮิงญา

2 ทหาร ปฎิเสธให้สัมภาษณ์ หลังศาลฎีกา สั่งรับฎีกาอัยการโจทก์ ให้ลงโทษคดีค้ามนูษย์โรฮิงญา โดยก่อนหน้านี้ศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง

 7 ก.ค. 64 ห้องพิจารณา 811 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำสั่งศาลฎีกา คดีค้ามนุษย์โรฮิงญา  หมายเลขดำ คม.1/2561 ที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีค้ามนุษย์ 1 เป็นโจทก์ฟ้อง พ.อ.ณัฎฐสิทธิ์ มากสุวรรณ อายุ 65 ปี  อดีตรอง ผอ.กอ.รมน.จ.สตูล และ น.อ.กัมปนาท สังข์ทองจีน อายุ47 ปี รน.อดีตหัวหน้าส่วนประสานงานชายแดนทางทะเลอันดามัน กองทัพเรือภาค 3 จ.สตูล ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-2  ฐานกระทำผิดตาม พ.ร.บ.องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ม.5, 8, พ.ร.บ.ค้ามนุษย์ ม.6, 10, 13 และ  พ.ร.บ.ตรวจคนเข้าเมือง, ความผิดกฎหมายอาญาข้อหาข่มขืนใจผู้อื่นให้จำยอมโดยใช้กำลังประทุษร้าย, จับคนไปเรียกค่าไถ่ทำให้ตาย, ทำร้ายผู้อื่นทำให้ตาย, เอาคนลงเป็นทาสตาม ป.อาญามาตรา 309, 313, 290, 312 ประกอบ 83 และให้เพิ่มโทษ2เท่าฐานเป็นข้าราชการแต่กระทำผิดเสียเอง
   

กรณีเมื่อระหว่างต้นเดือน ม.ค.54 - 1พ.ค.58 ต่อเนื่องกัน จำเลยกับพวกได้สมคบกันแบ่งหน้าที่กันทำเพื่อค้ามนุษย์  เป็นธุระจัดหา พาชาวโรฮินจา ผู้เสียหายจากประเทศบังคลาเทศ และ เมืองยะไข่ ประเทศเมียนมาร์เพื้อพาตัวผ่านเข้าประเทศไทย และส่งต่อไปประเทศมาเลเซีย โดยหน่วงเหนี่ยว กักขัง บังคับข่มขืนใจ  ใช้กำลังทุบตี ทารุณกรรม ไม่ให้อาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรคตามลักษณะวิธีการ องค์กรอาชญกรรมข้ามชาติ เป็นเหตุให้ผู้เสียหายเสียชีวิตจำนวนมาก จำเลยให้การปฏิเสธ 
    

คดีนี้ศาลอาญามีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 18 ต.ค. 61 เห็นว่า จำเลยทั้งสองกระทำผิดต่างกรรมต่างวาระ ตามฟ้องจริงพิพากษา จำคุก พ.อ.ณัฏฐ์สิทธิ์  และน.อ.กัมปนาท รวมคนละ 27 ปี  และให้ร่วมกันชดใช้เงินแก่ผู้เสียหาย จำเลยทั้งสองยื่นอุทธรณ์  และศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้ ให้ยกฟ้องจำเลย รวมทั้งไม่ต้องชดเงินแก่ผู้เสียหาย  อัยการโจทก์ยื่นคำร้องขอฎีกา พร้อมฎีกาคัดค้านคำพิพากษาอุทธรณ์
 

วันนี้ พ.อ.ณัฎฐสิทธิ์ และ น.อ.กัมปนาท  จำเลยทั้ง 2 เดินทาง พร้อมทนายและญาติได้เดินทางมาฟังคำสั่ง ศาลฎีการแผนกคดีคำสั่งคำร้องและขออนุญาตฎีกาในศาลฎีกา ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือแล้วเห็นว่า ปัญหาตามฎีกาของอัยการโจทก์นั้นเป็นปัญหาสำคัญที่ศาลฎีกาควรวินิจฉัยเอง ตามพ.ร.บ.วิธีพิจารณาค้ามนุษย์ พ.ศ.2559 มาตรา 45 วรรคท้าย แต่การอนุญาตให้ฎีกาและรับฎีกาเป็นอำนาจของศาลฎีกา ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของอัยการโจทก์มานั้นเป็นการไม่ชอบ จึงให้เพิกถอนคำสั่งรับฎีกาของศาลชั้นต้นและมีคำสั่งอนุญาตให้อัยการโจทก์ฎีกาและรับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณา ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการให้จำเลยทั้ง 2 แก้ฎีกา เมื่อจำเลยทั้ง2 ยื่นคำแก้ฎีกาหรือครบกำหนดแล้วไม่ยื่นคำแก้ฎีกาให้ศาลชั้นต้นรวบนรวมถ้อยคำสำนวนส่งศาลฎีกาเพื่อดำเนินการต่อไป.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  พ.อ.ณัฏฐ์สิทธิ์  และ น.อ.กัมปนาท เดินทางกลับทันทีโดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด