การเมือง

พปชร.‘คุมเบ็ดเสร็จ’ ชิงเหลี่ยมรื้อ ‘บัตร 2 ใบ’

เมื่อปชป.เจ้าของร่างรธน.ยอมถอยไม่ส่ง "บัญญัติ บรรทัดฐาน" ชิงประธานกมธ.หลีกทางให้พปชร.ส่ง "ไพบูลย์ นิติตะวัน" คุมเบ็ดเสร็จ "โมเดลบัตร2ใบ" หลังจากนี้ต้องจับตา

การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อกลับไปใช้ บัตร2ใบ  อย่างที่รู้กันว่า มีเพียงร่างแก้ไขเวอร์ชั่นพรรคประชาธิปัตย์ ที่ผ่านชั้นรับหลักการในวาระแรก และกำลังเข้าสู่พิจารณาของกรรมาธิการ(กมธ.)อยู่ ณ ขณะนี้ 

ทว่า กลเกมในชั้น กมธ.ที่แม้จะยังไม่ทันได้ลงลึกไปในรายละเอียดของเนื้อหาที่จะปรับแก้ไข กลับปรากฎสัญญาณคุมเกมจากทางฝั่งพลังประชารัฐ(พปชร.) ตอกย้ำชัด จากการดัน “ไพบูลย์ นิติตะวัน” ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคฝ่ายกฎหมาย ชิงเก้าอี้ประธาน กมธ.

สอดรับกับประชาธิปัตย์(ปชป.) ที่พลิกเกมหลีกทาง พปชร. ไม่เสนอชื่อ “บัญญัติ บรรทัดฐาน” ชิงตำแหน่งดังกล่าวทั้งที่ถูกวางตัวไว้เป็นมือวางอันดับหนึ่งตั้งแต่ต้น ด้วยเหตุผลว่า เป็นเรื่องของ “มารยาททางการเมือง” ที่จะต้องให้เกียรติพรรคแกนนำรัฐบาลก่อน

162559563619

อันที่จริง การส่งสัญญาณคุมเบ็ดเสร็จของ พปชร.ครั้งนี้ก็ไม่ใช่ครั้งแรก หากยังจำกันได้เมื่อครั้งกมธ.วิสามัญพิจารณาติดตาม ตรวจสอบ การใช้เงินตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) 3 ฉบับ เพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 วงเงิน 1.9 ล้านล้านบาท

ครั้งนั้น ปชป.และฝ่ายค้านพยายามดัน “กนก วงษ์ตระหง่าน” ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธาน กมธ.แต่ท้ายที่สุดแล้วกลับเป็น พปชร.ที่ชิงจังหวะ เสนอชื่อไพบูลย์เป็นประธาน กมธ.และได้รับเลือกในท้ายที่สุด

162559578593

เมื่อ พปชร.คุมเกมเบ็ดเสร็จได้สำเร็จ จังหวะก้าวย่างหลังจากนี้ ต้องติดตามโดยเฉพาะความฝันของพปชร.ในการรื้อกติกา เพื่อปูทางสู่การต่อท่ออำนาจ ในการเป็นรัฐบาลพรรคเดียว ชนิดไม่ต้องมีเสียงจากพรรคเล็กพรรคน้อยมากวนใจ