ธุรกิจ

ค้าปลีกชิงลูกค้าครึ่งปีหลัง ชูมูลค่าเพิ่ม‘ยิ่งใช้ยิ่งได้’ปั๊มยอด

ขณะนี้นับเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ทุกฝ่ยต้องร่วมมือร่วมใจเพื่อก้าวข้ามวิกฤติครั้งใหญ่ของทุกคน!

ท่ามกลางการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดพร้อมๆ กับการเดินหน้ากิจกรรมทางเศรษฐกิจเพื่อสร้างเม็ดเงินสะพัดในระบบ เกิดการจ้างงาน และกำลังซื้อในตลาด ซัพพลายเชนสินค้าและบริการไม่หยุดชะงัก เป็นกลไกสำคัญขับเคลื่อนวงล้อเศรษฐกิจ

รวิศรา จิราธิวัฒน์ ประธานบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด และ บริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน) ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า ห้างเซ็นทรัลและห้างโรบินสัน พร้อมเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจ! ด้วยโปรโมชั่นและกิจกรรมการตลาดเชิงรุก โดยมีมาตรการภาครัฐเป็นแม่เหล็กดึงดูดผ่านโครงการ ยิ่งใช้ ยิ่งได้  

โดยวางแผนมีแคมเปญใหญ่ทุกเดือน! ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ ประเดิม Central/Robinson 7.7 ตั้งแต่ 1 ก.ค. ควบคู่ ยิ่งใช้ ยิ่งได้ ทำให้ลูกค้าได้รับความคุ้มค่า ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มโครงการ เมื่อลูกค้ามาช้อป!  สอดรับสถานการณ์ที่ลูกค้าต้องบริหารค่าใช้จ่ายในการดำรงชีิวิต ประจำวัน นอกจากได้สิทธิ์จากภาครัฐ ลูกค้ายังได้โปรโมชั่นพิเศษจากห้างเพิ่มต่อเนื่องกับแคมเปญ “Central / Robinson Shop Shop #HUGTHAIS ไทยช่วยไทย รวมใจช้อป”

"โปรโมชั่นแรงจะกระตุ้นสีสันให้ตลาดค้าปลีกกลับมาคึกคัก ซึ่งการเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับลูกค้าที่ช้อปผ่านโครงการ ยิ่งใช้ ยิ่งได้ ช้อปคุ้มที่สุด เป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย ทั้งในแง่กระตุ้นการจับจ่ายของลูกค้า และเยียวยาผู้ประกอบการได้ทางหนึ่ง

โครงการ ยิ่งใช้ ยิ่งได้ ห้างเซ็นทรัล และโรบินสัน โดยสมาชิก เดอะวัน ช้อปที่ห้างเซ็นทรัล และโรบินสัน ชำระผ่านแอพเป๋าตัง ครบ 5,000 บาทขึ้นไปต่อวัน รับคูปองแทนเงินสดหรือคูปองส่วนลดรวมสูงสุด 500 บาท   และรับอี-วอยเชอร์  จากภาครัฐ 500 บาท รวม 1,000 บาท และเลือกรับโปรโมชั่นเพิ่มในแคมเปญ Central / Robinson Shop Shop #HUGTHAIS ไทยช่วยไทย รวมใจช้อป ให้ส่วนลดสูงสุด 50% ใช้คะแนนลดเพิ่มและรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 30% จากเดอะวันและบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ รับคูปองแทนเงินสดหรือคูปองส่วนลดและเครดิตเงินคืนจากห้างและบัตรเครดิตที่ร่วมรายการสูงสุด 9,000 บาท รับเพิ่มอี-วอยเชอร์ สูงสุด 7,000 บาท ตามเงื่อนไขที่รัฐกำหนด

จักรภพ ปิยะรัตน์ Head of property management ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวเสริมว่า ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ 24 สาขาทั่วประเทศ สนับสนุนโครงการ ยิ่งใช้ ยิ่งได้ และคนละครึ่ง เฟส 3 โดยมีร้านค้า ร้านอาหาร เครื่องดื่ม ร้านสินค้าทั่วไป รวมถึงผู้ประกอบการเอสเอ็มอีภายในศูนย์การค้าเข้าร่วมโครงการจำนวนมาก  

โดยร้านที่เข้าร่วมโครงการจะมีสัญลักษณ์แจ้งลูกค้า ปัจจุบันมีกว่า 200 ร้านค้า อาทิ ท็อปส์มาร์เก็ต ซูเปอร์สปอร์ต เพาเวอร์บาย ออฟฟิศเมท บีทูเอส วัตสัน แฟมิลี่มาร์ท เอ็มเค เรสโตรองต์ เคเอฟซี ยาโยอิ แหลมเจริญ ซีฟู้ด ซูกิชิ โคเรียน ชาร์โคล กริลล์ ฮองอะจิ ราเมน มิสเตอร์ โดนัท อานตี้ แอนส์ เจมาร์ท ออปโป แบรนด์ ช็อป แว่นท็อปเจริญ เค-ที ออพติค โอเรียนทอล พริ้นเซส ออโต้วัน เอทูแซด ฯลฯ 

ทั้ง 2 โครงการจะช่วยสร้างบรรยากาศการจับจ่ายที่คึกคัก เพิ่มโอกาสทางการค้าให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ คาดว่าภาพรวมลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการภายในศูนย์จะเพิ่มขึ้น 20%

ขณะที่ "เซเว่น อีเลฟเว่น" เดินหน้าโครงการคนไทยไม่ทิ้งกันต่อเนื่อง นำสินค้าอุปโภคบริโภคกว่า 10,000 รายการ จัดโปรโมชั่นลดสูงสุด 50% ร่วมโครงการของรัฐ “ยิ่งใช้ยิ่งได้” ขนขบวนสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน อาหารและเครื่องดื่ม สินค้ายกแพ็ค โทรศัพท์มือถือ เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์ไอที ลดราคาพิเศษ พร้อมนำทัพธุรกิจในกลุ่ม ได้แก่ ร้านกาแฟออลล์ คาเฟ่ ร้านเบลลินี่ เบค แอนด์ บรู ร้านกาแฟคัดสรร ร้านยาเพื่อชุมชนเอ็กซ์ต้า พลัส ร่วมโครงการ ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.เป็นต้นไป กระตุ้นการบริโภคในประเทศและช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของผู้บริโภคภายใต้สถานการณ์ที่ “รายได้ลดลง” จากผลกระทบของสถานการณ์โควิด-19

ทางด้าน บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ “ห้างคนไทย หัวใจคือลูกค้า” เข้าร่วมโครงการ ยิ่งใช้ยิ่งได้" ของรัฐบาล เปิดรับการใช้จ่ายเพื่อชำระสินค้าแก่ผู้ที่ลงทะเบียนใช้สิทธิ์โครงการตั้งแต่ 1 ก.ค.-31 ธ.ค. กระตุ้นเศรษฐกิจ กำลังซื้อภายในประเทศในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งจะเป็นการใช้จ่ายผ่านกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์โดยภาครัฐ (G-Wallet) บนแอพพลิเคชัน “เป๋าตัง” เพื่อรับบัตรกำนัลอิเล็กทรอนิกส์ (อี-วอยเชอร์) สูงสุด7,000บาท โดยบิ๊กซี ได้จัดเตรียมโปรโมชั่นสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นราคาพิเศษ กว่า2,000รายการพร้อมมอบส่วนลดสูงสุดกว่า 50%  โดยสมาชิกบิ๊กการ์ด! รับเพิ่มสูงสุด 3,000บาท เมื่อสะสมยอดซื้อผ่านแอพ “เป๋าตัง” ครบทุก5,000บาท รับคูปองส่วนลดมูลค่า250บาทเพื่อใช้เป็นส่วนลดในการซื้อสินค้าครั้งต่อไป