คลังสั่ง"แบงก์รัฐ" ลดดอกเบี้ยเหลือ0%ช่วยลูกหนี้กระทบโควิด

คลังสั่ง
23 มิถุนายน 2564
15,734

คลังสั่ง"แบงก์รัฐ" ลดดอกเบี้ยเหลือ 0% ระยะเวลา​ 6 เดือน​ เพื่อช่วยลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้มอบนโยบายให้กระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนคนไทยระยะสั้น ภายใน 6 เดือน เพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตโควิด-19 นั้น นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง ได้เรียกสถาบันการเงินของรัฐเข้ามาหารือในเรื่องดังกล่าวแล้ว เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยมีการพิจารณาช่วยประชาชนในเรื่องลดอัตราดอกเบี้ยต่ำ เช่น 0-0.01% จนถึงช่วงปลายปีนี้ เพื่อดูแลในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ อาทิ ร้านอาหาร การท่องเที่ยว เป็นต้น โดยสั่งให้แบงก์รัฐแต่ละแห่งกลับไปเตรียมแนวทางช่วยเหลือว่าจะสามารถทำได้มากน้อยเพียงใด แล้วส่งเรื่องกลับมาที่กระทรวงการคลังภายในสัปดาห์นี้

“ที่ผ่านมาแบงก์รัฐดำเนินโยบายในการช่วยเหลือประชาชนอยู่แล้ว ซึ่งตอนนี้แบงก์หนึ่งส่งเรื่องกลับมาให้คลังแล้ว โดยเสนอช่วยเหลือลูกค้ากลุ่มที่ได้รับผลกระทบด้วยการลดดอกเบี้ยลงเหลือ 0.01% จนถึงปลายปีนี้ แต่ทั้งนี้จะต้องดูตามคุณภาพของลูกหนี้ และกลุ่มที่ได้รับผลกระทบด้วย รวมถึงลดดอกเบี้ยให้ทั้งผู้ประกอบการที่เป็นนิติบุคคล รวมทั้งบุคคลธรรมดาด้วย โดยการลดดอกเบี้ยดังกล่าวไม่ต้องของบประมาณชดเชยจากรัฐบาล ซึ่งหากได้ข้อสรุปแล้วแบงก์รัฐสามารถดำเนินการได้ทันที”

สำหรับการดำเนินงานช่วยประชาชนที่ผ่านมาของแบงก์รัฐทุกแห่ง มีนโยบายช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบตั้งแต่รอบแรกแล้ว ทั้งเรื่องการเลื่อนชำระหนี้เงินต้น และดอกเบี้ย ซึ่งการออกมาตรการหลายๆ อย่างของแบงก์รัฐนั้น ก็ไม่ได้ไปขอใช้พระราชกำหนด(พ.ร.ก.)ซอฟต์โลน ของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) แต่ก็ยังคิดอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าพ.ร.ก.ซอฟต์โลน ที่ ธปท. กำหนดไว้ ซึ่งแบงก์รัฐใช้งบประมาณจากของหน่วยงานตัวเอง

“เชื่อว่าหากแบงก์รัฐออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าดังกล่าวเพิ่มเติม จะไม่กระทบกับสถานะการเงินของแบงก์รัฐ โดยที่ผ่านมาแบงก์รัฐมีการตั้งสำรองเกินเกณฑ์ที่ธปท.กำหนดไว้ 8.5% สูงกว่า 10% ดังนั้นสถานะแบงก์ยังคงแข็งแกร่งและมั่นคง”

ส่วนการดำเนินงานที่ผ่านมาของแบงก์รัฐในการให้สินเชื่อฉุกเฉิน 10,000 บาท เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ซึ่งวงเงินดังกล่าว ประชาชนอาจจะได้รับความช่วยเหลือไม่เพียงพอนั้น ที่ผ่านมาก็มีมาตรการต่างๆ ของรัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือประชาชนควบคู่ไปด้วย เช่น โครงการเราชนะ ม.33เรารักกัน นอกจากนี้ยังมีโครงการคนละครึ่ง และยิ่งใช้ยิ่งได้ ซึ่งจะสามารถเริ่มใช้จ่ายได้ในวันที่ 1 ก.ค.นี้

นอกจากนี้ในส่วนของกระทรวงการคลังเอง ได้ดำเนินมาตรการช่วยเหลือลูกค้าสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ หรือ สินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ โดยลดอัตราดอกเบี้ยให้ในส่วนพิโกไฟแนนซ์ พลัส เหลือ 28% จากเดิม 36% และในส่วนของนาโนไฟแนนซ์ หรือ สินเชื่อรายย่อยเพื่อผู้ประกอบอาชีพภายใต้กำกับ ก็ลดอัตราดอกเบี้ย เหลือ 28% เช่นเดียวกัน เพื่อลดภาระประชาชนในช่วงที่โควิด-19 แพร่ระบาดนี้

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังยังอยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการเพิ่มเติม ตามข้อเสนอของเอกชน โดยขอใช้งบประมาณจาก พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม วงเงินไม่เกิน 500,000 ล้านบาท ซึ่งจะต้องพิจารณาร่วมกับทีมนโยบายอีกครั้ง รวมทั้งข้อเสนอในการเพิ่มวงเงินโครงการคนละครึ่ง จากเดิม 3,000 บาท เพิ่มเป็น 6,000 บาทด้วย ซึ่งจะต้องมีการหารือในเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง ซึ่งยังมีอีกหลายๆ ด้านที่จะต้องพิจารณา

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง