พฤกษาลุ้นเปิดเมืองภูเก็ต ปลุกดีมานด์‘แรงงานแฝง’

พฤกษาลุ้นเปิดเมืองภูเก็ต  ปลุกดีมานด์‘แรงงานแฝง’
23 มิถุนายน 2564 | โดย บุษกร ภู่แส
230

พฤกษา หวัง “ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์” ดึงต่างชาติพลิกฟื้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวผงกหัวอีกครั้ง กระตุ้นกำลังซื้อประชากรแฝง ส่งทาวน์เฮ้าส์ บ้านเดี่ยว รับเรียลดีมานด์

นายปิยะ ประยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การเปิด “ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์” วันที่ 1 ก.ค. 2564 เป็นสัญญาณบวก เพราะเมื่อธุรกิจโรงแรมเปิดให้บริการ พนักงานกลับมามีรายได้ ส่งผลดีต่อธุรกิจเกี่ยวเนื่อง รวมทั้งอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ต ที่มีการเติบโตต่ำ ปัจจุบันอัตราการขายน้อยมาก ส่วนใหญ่เป็นคนภูเก็ตที่มีกำลังซื้อ ขณะที่กลุ่มคนต่างถิ่นที่เข้าไปทำงาน ค้าขายในภาคบริการ ซึ่งมีสัดส่วนสูง 60% โดยหลังเกิดการแพร่ระบาดของโควิดได้กลับภูมิลำเนาเดิมในจังหวัดต่างๆ ทำให้กำลังซื้อหายไป ดังนั้นเมื่อมีการเปิดเมืองเชื่อว่าจะทำให้ธุรกิจภาคบริการกลับฟื้นตัว ต่อเนื่องภาคอสังหาฯ ที่จะกระเตื้องขึ้น

ทั้งนี้ พฤกษา มีโครงการในภูเก็ตจำนวนมากทั้งทาวน์เฮ้าส์ และบ้านเดี่ยว ซึ่งยังคงดำเนินการขายอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันอยู่ระหว่างการขาย 10 โครงการภายใต้แบรนด์พฤกษาวิลล์ เป็นทาวน์เอ้าส์ และโครงการบ้านเดี่ยว ภายใต้แบรนด์ เดอะ แพลนท์ และ เดอะ ปาล์ม ซึ่งมีการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่เป็นเรียลดีมานด์ โดยมีสต็อกเหลือขายไม่มากนัก เพราะทำไปขายไป

“ที่ผ่านมาตลาดอสังหาฯ ชะลอตัว เพราะภูเก็ตได้รับผลกระทบจากโควิดทำให้ต้องปิดเกาะ อสังหาฯ ขายได้เฉพาะคนพื้นเมืองในภูเก็ต ซึ่งมีจำนวนน้อยส่วนใหญ่มีบ้านอยู่แล้ว ขณะที่กลุ่มเป้าหมายที่เข้ามาทำงานภาคบริการในภูเก็ตที่เป็นแรงงานแฝง หลังจากเกิดโควิดกลุ่มคนเหล่านี้หายไป หาก ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ ประสบความสำเร็จกลุ่มคนเหล่านี้กลับมาทำงานมีรายได้และกำลังซื้อพอที่จะซื้อที่อยู่อาศัยในภูเก็ตอีกครั้ง เพราะการท่องเที่ยวถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างรายได้ให้กับทุกคนที่อยู่ในภูเก็ต”

ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาบริษัทได้เข้าไปทำตลาดอสังหาฯ ในภูเก็ต เพราะมองว่าเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพสูง รองจากกรุงเทพฯ และนนทบุรี จึงลงทุนเปิดโครงการอย่างต่อเนื่อง นับเป็นตลาดที่มียอดขายดี กลุ่มเป้าหมายหลักคือคนไทยในจังหวัดอื่นที่เข้ามาทำงานในภูเก็ต ซึ่งเป็นแรงงานแฝงที่มีจำนวนมากตั้งแต่ระดับกลางลงล่าง นิยมซื้อเพื่ออยู่อาศัยมากกว่าเช่า เพราะราคาซื้อกับเช่าใกล้เคียงกัน ซึ่งเป็นตลาดต่างเซ็กเมนต์กับอสังหาฯ รายอื่น ที่นิยมจับกลุ่มชาวต่างชาติที่มีระดับราคาสูงกว่า แต่เป็นเซ็กเมนต์ที่มีความเสี่ยงน้อยกว่า

สำหรับทาวน์เฮ้าส์ของพฤกษา ระดับราคาตั้งแต่ 2-3 ล้านบาท ส่วนระดับราคาบ้านเดี่ยวที่ขายดี ราคา 3-6 ล้านบาท มีให้เลือกหลายโซน ตั้งแต่ถลางจนถึงป่าตอง รวมถึงบ้านบนภูเขา โดยเซ็กเมนต์ระดับบนขายยาก เมื่อเทียบกับตลาดระดับกลาง เนื่องจากตอบโจทย์กลุ่มคนที่เข้ามาทำงานในภูเก็ต ส่วนใหญ่มีอาชีพอยู่ในภาคบริการ ธุรกิจโรงแรมและท่องเที่ยว โดยมีทั้งลูกค้าที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง 60% ซื้อเพื่อปล่อยเช่า 30% ประเมินว่า ตลาดอสังหาฯ ภูเก็ต จะใช้เวลา 1-2 ปีในการฟื้นตัวกลับมาเหมือนเดิม

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง