การเงิน

กอช.ตั้งเป้าเพิ่มพอร์ตเยาวชนเข้าสู่ระบบออม25%

กอช.ผนึกกยศ.ดึงเยาวชนตั้งแต่วัยเรียนจนเข้าสู่วัยทำงานเข้าสู่ระบบการออมเงินระยะยาว ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนคนกลุ่มนี้จาก 16% เป็น 25%ของพอร์ตรวม 2.4 ล้านคน

นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง ประธานกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ และประธานกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เปิดเผยว่า วันนี้(22มิ.ย.)ได้มีการลงนามบันทึกความร่วมมือ(เอ็มโอยู) โครงการส่งเสริมการออม ระหว่างกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.)กับกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.)เป้าหมายของโครงการนี้ คือ การส่งเสริมให้กลุ่มนักเรียน นิสิต และนักศึกษา รู้จักการออม รู้จักการบริหารจัดการเงินและค่าใช้จ่ายที่จำเป็น เพื่อใช้สำหรับวางแผนการเก็บออมตั้งแต่วัยเรียนจนถึงวัยทำงาน และในอนาคตจะได้มีเงินบำนาญที่เพียงพอเป็นหลักประกันในการใช้จ่าย

นางสาวจารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) กล่าวว่า ขณะนี้ กองทุนกอช.มีสมาชิกอยู่ประมาณ 2.4 ล้านคน โดยส่วนมากผู้ที่เข้ามาในระบบออมเงินของกอช.จะเป็นผู้ที่อยู่วัยทำงานและมีอายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป ขณะที่ กลุ่มนักเรียนและนักศึกษาคิดเป็น 16% ของพอร์ตออมเงินทั้งหมดเท่านั้น ดังนั้น การร่วมมือกันครั้งนี้ก็หวังว่า จะเพิ่มจำนวนนักเรียนและนักศึกษาเข้าร่วมออมเงินของกองทุนกอช.มากขึ้น โดยตั้งเป้าให้เพิ่มสัดส่วนถึง 20-25% ของพอร์ต

“ขณะนี้ การเพิ่มจำนวนสมาชิกของกอช.ทำได้ยากเพราะอยู่ในช่วงโควิด กองทุนกอช.ทำได้เพียงแค่ให้สมาชิกที่มีอยู่ออมเงินอย่างสม่ำเสมอและไม่ลาออกจากกองทุนเพียงเท่านั้น”

สำหรับกองทุนกอช.เริ่มต้นออมเงินที่ 50 บาท โดยตั้งเป้าหมายกำหนดไว้ สูงสูด 13,200 บาทต่อปี ซึ่งทุกครั้งที่ส่งเงินออมสะสมกับ กอช. จะได้เงินสมทบเพิ่มให้ตามช่วงอายุ อายุ 15 – 30 ปี รับเงินสมทบเพิ่มจากรัฐ 50% ของเงินออม สูงสุดไม่เกิน 600 บาทต่อปี หรือ คิดเป็นดอกเบี้ยเงินฝากประจำประมาณ 4% อายุมากกว่า 30 – 50 ปี รับเงินสมทบเพิ่มจากรัฐ 80% ของเงินออม สูงสุดไม่เกิน 960 บาทต่อปี หรือคิดเป็นดอกเบี้ยเงินฝากประจำประมาณ 7% อายุมากกว่า 50 – 60 ปี รับเงินสมทบเพิ่มจากรัฐ 100% ของเงินออม สูงสุดไม่เกิน 1,200 บาทต่อปี หรือคิดเป็นดอกเบี้ยเงินฝากประจำประมาณ 9%

นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) กล่าวว่า กยศ.มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการศึกษาด้วยการให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ใน 4 ลักษณะ ได้แก่ นักเรียน นักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์/ศึกษาในสาขา ที่เป็นความต้องการหลัก โดยตั้งแต่ปีการศึกษา 2539 - 2563 ช่วยเหลือไปแล้ววกว่า 5.9 ล้านราย โดยในแต่ละปีมีนักเรียน นักศึกษาผู้กู้ยืมประมาณ 600,000 ราย ส่วนในปีนี้เตรียมวงเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาไว้แล้ว 38,000 ล้านบาท

“การร่วมมือกันครั้งนี้ ผู้กู้ยืมที่อยู่ระหว่างการศึกษาสามารถนำส่งเงินออมเป็นรายเดือนเข้ากองทุนกอช.ได้ขั้นต่ำครั้งละ 50 บาท ออมได้เดือนละ 1 ครั้ง เมื่อผู้กู้ยืมออมเงินต่อเนื่องทุกเดือน นอกจากจะมีเงินเก็บเป็นของตัวเองแล้วยังสามารถนำไปสะสมชั่วโมงจิตสาธารณะได้ 1 ชั่วโมงต่อเดือนอีกด้วย”