'ค้าปลีก-ค้าส่ง' รายใหญ่ แห่ร่วมโครงการ 'ยิ่งใช้ยิ่งได้'

'ค้าปลีก-ค้าส่ง' รายใหญ่ แห่ร่วมโครงการ 'ยิ่งใช้ยิ่งได้'
20 มิถุนายน 2564
5,429

คลังเผย ร้านค้าปลีกค้าส่งขนาดใหญ่กว่า 3.3 หมื่นแห่งแห่ร่วมโครงการ”ยิ่งใช้ยิ่งได้” โดยโครงการนี้จะเปิดให้ประชาชนร่วมลงทะเบียนวันแรกในวันจันทร์ที่ 21 มิ.ย.นี้

นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า ขณะนี้ ร้านค้าปลีกค้าส่งขนาดใหญ่ที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มได้ลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมโครงการ”ยิ่งใช้ยิ่งได้”ของรัฐบาลแล้วกว่า 3.3 หมื่นราย อาทิ แมคโคร โลตัส เซเว่นอีเลฟเว่น ท้อป บิ๊กซี และห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ เช่น เซ็นทรัล เอ็มโพเรียม เอ็มคาเทียร์ เดอะมอลล์ เป็นต้น โดยกระทรวงการคลังยังจะเปิดให้ร้านค้านิติบุคคลจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเข้าร่วมโครงการได้อย่างต่อเนื่องผ่านเว็บไซต์ www.ยิ่งใช้ยิ่งได้.com หรือสาขาธนาคารกรุงไทยฯ

ทั้งนี้ โครงการ"ยิ่งใช้ยิ่งได้" จะเปิดให้ประชาชนผู้สนใจลงทะเบียนวันแรกในวันจันทร์ที่ 21 มิ.ย. 2564 ตั้งแต่เวลา 06.00 น. – 22.00 น. ของทุกวันเป็นต้นไปจนกว่าจะครบ 4 ล้านสิทธิ

โดยคุณสมบัติของประชาชนที่มีสิทธิเข้าร่วมโครงการ จะต้องเป็นประชาชนสัญชาติไทยที่มีบัตรประจำตัวประชาชน อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือได้รับสิทธิโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ หรือไม่ใช้สิทธิโครงการคนละครึ่งระยะที่ 3 ทั้งนี้ ผู้ที่เคยรับสิทธิโครงการของรัฐ อาทิ ชิมช้อปใช้ เราเที่ยวด้วยกัน คนละครึ่ง เราชนะ ม33 เรารักกัน เราชนะ สามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.ยิ่งใช้ยิ่งได้.com หรือผ่าน g-Wallet บนแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยเข้าร่วมโครงการข้างต้นสามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.ยิ่งใช้ยิ่งได้.com

เมื่อประชาชนลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว จะได้รับ SMS แจ้งสิทธิภายใน 3 วัน โดยก่อนการใช้สิทธิครั้งแรกผู้ได้รับสิทธิตามโครงการจะต้องยืนยันตัวตนเพื่อใช้ g-Wallet บนแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ด้วยบัตรประจำตัวประชาชน โดยผู้ที่ไม่เคยยืนยันตัวตนด้วยบัตรประจำตัวประชาชนสามารถยืนยันตัวตนได้ที่สาขาธนาคารกรุงไทย จำกัด มหาชน (ธนาคารกรุงไทยฯ) หรือตู้เอทีเอ็มสีเทาของธนาคารกรุงไทยฯ หรือผู้ที่มีแอปพลิเคชันKrungthaiNext สามารถยืนยันตัวตนผ่าน KrungthaiNext ได้

ทั้งนี้ เมื่อยืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้วจะสามารถใช้จ่ายเพื่อชำระค่าสินค้าหรือบริการ ได้แก่ ค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป ค่าบริการนวด สปา ทำผมทำเล็บ (ไม่รวมถึงสลากกินแบ่ง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ บัตรกำนัล (Gift voucher) บัตรเงินสด (Gift card) และสินค้าหรือบริการที่เป็นการชำระค่าสินค้าหรือบริการล่วงหน้า เพื่อรับบัตรกำนัลอิเล็กทรอนิกส์ (e - Voucher) กับร้านค้าที่ติดตั้งแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ที่เข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. – 30 ก.ย. 2564 ในเวลา 06.00 น. – 23.00 น.

โดยวงเงินใช้จ่ายที่จะนำมาคำนวณสิทธิ e - Voucher ไม่เกิน 60,000 บาทต่อคน ซึ่งยอดใช้จ่ายที่นำมาคำนวณสิทธิต้องไม่เกิน 5,000 บาทต่อคนต่อวัน และจะได้รับสิทธิ e - Voucher สะสมสูงสุดไม่เกิน 7,000 บาทต่อคน ตลอดระยะเวลาโครงการ โดยยอดใช้จ่ายจริงตั้งแต่ 1 - 40,000 บาทแรก ได้รับ e - Voucher 10% ของยอดใช้จ่าย แต่ไม่เกิน 4,000 บาทต่อคน และยอดใช้จ่ายจริงตั้งแต่ 40,001 - 60,000 บาท ได้รับ e - Voucher 15%ของยอดใช้จ่าย แต่ไม่เกิน 3,000 บาทต่อคน ซึ่งสิทธิ e -Voucher จะคืนเป็นวงเงินเข้าใน g - Wallet ทุกวันที่ 7 ของเดือนถัดไป

ทั้งนี้ สามารถใช้จ่ายด้วย e -Voucher ที่ร้านที่เข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 7 ส.ค.– 31 ธ.ค 2564 โดยไม่สามารถแลกเป็นเงินสดได้

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง