KUN เร่งยุทธศาสตร์ยึด 4 มุมกทม. ดันรายได้โต

KUN เร่งยุทธศาสตร์ยึด 4 มุมกทม. ดันรายได้โต
20 มิถุนายน 2564 | โดย ดาริน โชสูงเนิน
291

'วิลล่า คุณาลัย' เร่งเคลื่อนทัพตามยุทธศาสตร์ยึด 4 มุมรอบกรุงเทพฯ ภายในปี 2565 ผลักดันรายได้เติบโต 100% 'ประวีรัตน์ เทวอักษร' ลั่นการแพร่ระบาดโควิด-19 ส่งผลความต้องการโครงการแนวราบพุ่ง หลังพฤติกรรมคนเปลี่ยนไป...

แม้ภาพรวมของอุตสาหกรรม 'อสังหาริมทรัพย์' ไม่สดใส ! สอดคล้องกับบรรยากาศลงทุน (Sentiment) ไม่เอื้ออำนวย…เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดเชื้อไวรัส โคโรนา สายพันธ์ใหม่ 2019 (โควิด-19) แต่ในวิกฤติย่อมมีโอกาส สะท้อนผ่านพฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนแปลงไป หลัง 'ความต้องการ' (ดีมานด์) ที่อยู่อาศัยประเภท 'โครงการแนวราบ' (บ้านเดี่ยว ,ทาวน์เฮาส์ ,ตึกแถว) กำลังกลายเป็น 'เรือธง!' ที่สร้างการเติบโตในแง่ของ 'รายได้-กำไรสุทธิ' ในปี 2563 และต่อเนื่องปี 2564 

'ประวีรัตน์ เทวอักษร' ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วิลล่า คุณาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ KUN ผู้ประกอบการพัฒนาหมู่บ้านจัดสรรในเขตปริมณฑลที่ชำนาญในสินค้าประเภทโครงการแนวราบเป็นหลัก เล่าให้ 'กรุงเทพธุรกิจ BizWeek' ฟังว่า จากความต้องการของลูกค้าในโครงการแนวราบสูงมาก สะท้อนผ่านรายได้ปี 2563 แตะ 803.79 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายได้ 'สูงสุด' (New High) ส่วนเป้ายอดขาย 1,500 ล้านบาท จากปีก่อน 1,410 ล้านบาท

ขณะที่ในช่วงไตรมาส 1 ปี 2564 บริษัทมียอดขาย (Presale) กว่า 348.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% เทียบงวดเดียวกันของปีก่อนที่มียอดขาย 254.58 ล้านบาท

'เรามีความชำนาญในสินค้าประเภทโครงการแนวราบเป็นหลัก รวมทั้งที่ผ่านมาเน้นการขายให้กับกลุ่มลูกค้ากลุ่มนี้มาโดยตลอด ดังนั้น จึงตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ดีในช่วงที่ผ่านมา' 

162402099991

ทั้งนี้ ในปี 2564 ผลดำเนินงานเติบโตตามเป้าหมายตั้งเป้ารายได้อยู่ที่ 900 ล้านบาท เติบโต 15% จากปีก่อนที่มีรายได้ 803.79 ล้านบาท ! เนื่องจากบริษัทมีความพร้อม และ ความหลากหลาย ทางด้านสินค้า และ ยังมุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรมการอยู่อาศัยที่จะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต รวมถึงบริษัทมีกลุ่มลูกค้าเดิมเป็นจำนวนมากที่ช่วยแนะนำบอกต่อเป็นกระบอกเสียงที่สำคัญ 

เธอ บอกต่อว่า บริษัทจึงต้องมองการเติบโตในปีถัดไป เพื่อให้สอดรับกับนโยบายที่เคยบอกไว้ตอนนำบริษัทเข้าระดมทุนที่วางเป้าหมาย 3 ปีข้างหน้า (2563-2565) รายได้เติบโต 100% ดังนั้น แผนยุทธศาสตร์ลงทุน 4 มุมเมืองรอบกรุงเทพมหานคร (กทม.) เหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตก ที่เป็นเรือธงสู่ความสำเร็จของ 'วิลล่า คุณาลัย' เพื่อจะผลักดันให้ KUN ก้าวสู่การเป็น 'ผู้นำอันดับหนึ่งด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แนวราบเพื่อขายในเขตปริมณฑล'

โดยบริษัทเตรียมแผนธุรกิจ 2 ปีข้างหน้า (2565-2566) เพื่อสร้างการเติบโตต่อเนื่อง ด้วยการลงทุนอีกครั้งในไตรมาส 4 ปี 2564 และในปี 2565 ในอีก 2 ทิศรอบกรุงเทพมหานคร (ใต้-เหนือ) หลังปัจจุบันบริษัทมีพื้นที่โครงการเดิมที่มีการพัฒนาอยู่แล้ว 2 ทิศรอบกรุงเทพฯ ได้แก่ ทิศตะวันตกของกรุงเทพฯ คือในโซนพื้นที่บางบัวทอง และทิศตะวันออกของกรุงเทพฯ คือในโซนจังหวัดฉะเชิงเทรา ถือว่าประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้

ทั้งนี้คาดว่าในไตรมาส 4 ปี 2564 บริษัทเตรียมลงทุนในทิศที่ 3 คือ 'ใต้' ของกทม. หลังศึกษาลงทุนพื้นที่ย่านพระราม 2 ในการลงทุนโครงการบ้านเดี่ยว 'มูลค่า 3,000 ล้านบาท' แบ่งลงทุนเป็น 6 เฟส คาดว่าจะเป็นโครงการที่ทยอยลงทุนใน 5 ปีต่อเนื่อง โดยมีราคาบ้านเดียวหลังไม่เกิน 6 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการที่บริษัทถนัด จากความสำเร็จที่โครงการย่านบางบัวทอง 

ขณะที่ลงทุนทิศที่ 4 ซึ่งเป็นทิศเหนือของกรุงเทพฯ นั้น คาดว่าจะเห็นความชัดเจนลงทุนในปี 2565 ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาความต้องการของตลาด 

'การขยายการลงทุนไปยังทิศใหม่ๆ เพื่อให้สอดรับกับแผน Roadmap ของบริษัท ในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในแนวทางสุขใจอยู่บ้านชานเมืองให้ครบ ทิศรอบกรุงเทพมหานคร คือทิศเหนือทิศใต้ทิศตะวันออก และทิศตะวันตก'

ทั้งนี้ จากตัวเลขยอดขายเติบโตไตรมาส 1 ปี 2564 ที่เติบโตแข็งแกร่ง ส่งผลให้มียอดขายรอโอน (Backlog) ในมือรวมมูลค่าประมาณ 360 ล้านบาท จาก 4 โครงการ ที่อยู่ระหว่างการขาย ประกอบด้วย โซนนนทบุรี 3 โครงการคือ 1.โครงการ คุณาลัย จอย 2. โครงการ คุณาลัย พรีม 3.โครงการ คุณาลัย บีกินส์ 2 และโซนฉะเชิงเทรา 1 โครงการคือ โครงการ คุณาลัย จอย ออน 314 ซึ่ง Backlog ดังกล่าวจะทยอยรับรู้ในช่วงไตรมาส 2-3/2564ทั้งหมด

ขณะเดียวกันในช่วงไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ จำนวน 1 โครงการ มูลค่าโครงการประมาณ 500 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นโครงการที่จะสร้างรายได้ให้บริษัทในช่วงปลายปี 2564 คือโครงการ คุณาลัย พาร์โก้ เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับราคาเริ่มต้น 4.49 ล้านบาทต่อยูนิต รวมจำนวน 96 ยูนิต ซึ่งมีแผนจะเปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการในเดือนมิ.ย.นี้ 

สำหรับโครงการดังกล่าว จะพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าครอบครัวใหญ่ที่อยู่อาศัยรวมกัน 3 เจเนอเรชั่น (Gen) ในบ้านหลังเดียว และลูกค้าที่ต้องการบ้านที่ให้เนื้อที่รอบบ้านและพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น มั่นใจว่าจะได้รับความสนใจและกระแสตอบรับที่ดีอย่างแน่นอน เนื่องจากเป็นการพัฒนาต่อเนื่องจากสินค้าขายดีของบริษัทที่เพิ่งปิดโครงการไปแล้ว

นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างการหาที่ลงทุนขยายโครงการแนวราบในจังหวัดฉะเชิงเทราเพิ่มอีกจากปัจจุบันมีโครงการบ้านเดี่ยว จำนวน 142 หลัง โดยคาดว่าจะเปิดโครงการเพิ่มคาดว่าจะมีความชัดเจนปี 2565 ซึ่งปัจจุบันกำลังอยู่ระหว่างการซื้อที่ดินเพิ่ม คาดว่ามูลค่าประมาณ 400 ล้านบาท ซึ่งเป็นมูลค่าลงทุนที่บริษัทมีความถนัดลง 

'เราต้องมีสินค้าใหม่ที่ทดแทนสินค้าจะหมด ซึ่งมีเราจะเติมบ้าน เจนเข้าไป ซึ่งมีลูกค้าเรามาสอบถามเข้ามาเยอะ'

162402102750

แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงและน่ากังวลคือยอดการปฏิเสธสินเชื่อ ซึ่งในช่วงไตรมาสแรก บริษัทมียอดปฏิเสธสินเชื่อสูงขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยบริษัทได้ให้ความสำคัญกับยอดปฏิเสธสินเชื่อดังกล่าว ทั้งนี้บริษัทได้มีการทำ Pre-approve (ตรวจสอบความสามารถของลูกค้า) ก่อนทำสัญญาจอง

และเนื่องจากบ้านที่ขายในปัจจุบันนั้นเป็นบ้านที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง จึงมีเวลาให้กับทางลูกค้าได้ผ่อนชำระเงินดาวน์และเตรียมการวางแผนเรื่องการยื่นกู้รวมถึงคอยเป็นที่ปรึกษาดูแลข้อมูลทางด้านการเงินให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่องจนถึงระยะเวลาการโอนกรรมสิทธิ์ 

อย่างไรก็ตาม มองว่ามาตรการกระตุ้นการฟื้นตัวเศรษฐกิจของภาครัฐ อาทิ มาตรการเรารักกัน , มาตรการคนละครึ่ง , มาตรการเราชนะ เป็นต้น ซึ่งมาตรการดังกล่าวถือเป็นการส่งผลทางจิตวิทยาต่อกลุ่มลูกค้าและผู้บริโภคทั่วไปอย่างมาก เพราะช่วยกระตุ้นบรรยากาศของภาคการจับจ่ายได้ดีขึ้น แม้ว่าจะไม่ได้ส่งผลโดยตรงต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ก็ตาม ส่วนมาตรการลงทุนของภาครัฐในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ (infrastructure) ของประเทศ ส่งผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจ ซึ่งเม็ดเงินจะเข้าสู่ระบบ และส่งผลดีต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ได้บ้าง และมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ ทั้งการปรับขยายระยะเวลาลดค่าโอนและจดจำนองอสังหาริมทรัพย์

 

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง