หอการค้าไทยชง ‘ช้อปดีมีคืน’ ชี้ ‘ยิ่งใช้ยิ่งได้’ ไม่ตอบโจทย์

หอการค้าไทยชง ‘ช้อปดีมีคืน’ ชี้ ‘ยิ่งใช้ยิ่งได้’ ไม่ตอบโจทย์
12 มิถุนายน 2564 | โดย ประภาศรี โอสถานนท์
3,459

หอการค้าไทยเปิดหน้าคุย “สุพัฒนพงษ์” ขอพิจารณาคนละครึ่งเพิ่มเป็น6,000 บาทต่อราย ชี้ยิ่งใช้ยิ่งได้ไม่ตอบโจทย์  ใช้ลำบาก ชง ปัดฝุ่น ช้อปดีมีคืน

หอการค้าไทย โดยนายสนั่น อังอุบลกุล ประธานหอการค้าไทย กำลังเร่งเครื่องทำงานภายใต้คอนเซ็ปต์  Connect the Dots ภารกิจ 99 วันแรก โดยมีภารกิจเร่งด่วนใน 3 ประเด็น คือ 1. การเร่งฉีดวัคซีน 2.เร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย ด้วย Digital Transformation เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุน 3.แก้ไขกฎระเบียบเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจได้สะดวก (Ease of Doing Business)   เพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมายการฟื้นเศรษกิจหลังโควิด 19  

ล่าสุดหอการค้าไทยยกทีมหารือผ่านระบบออนไลน์กับนายสุพัฒนพงษ์  พันธ์มีเชาว์  รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานใน 3 ภารกิจเร่งด่วนดังกล่าว และยังมีประเด็นสำคัญคือ  มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยเฉพาะโครงการคนละครึ่งเฟส 3 ซึ่งรัฐบาลทุ่มเงิน  93,000 ล้านบาท จ่ายเยียวยาคนละ 3,000 บาท ให้แก่ผู้มีสิทธิ์ราว 31 ล้านคน โดยโครงการนี้แบ่งซอยออกเป็น 2 ช่วงคือ ช่วงแรก ไตรมาส 3 (ก.ค.-ก.ย.)จำนวน 1,500 บาทและช่วงที่ 2 ไตรมาส 4 ( ต.ค.-ธ.ค. )1,500  บาท เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนออกมาจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น

162339403213

แต่วงเงิน 3 พันบาทที่ให้กับประชาชน ยังมีความเห็นต่างจากหอการค้าไทย ที่เห็นว่า รัฐบาลควรเพิ่มเงินไปเป็นคนละ 6,000 บาท  โดยในเรื่องนี้ได้นำเสนอต่อนายสุพัฒนพงษ์ให้พิจารณาทบทวน ซึ่งนายสนั่น ให้เหตุผลว่า  โครงการคนละครึ่งควรต้องเพิ่มวงเป็น 6,000 บาทต่อราย ซึ่งจะมีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเพิ่มจาก 9 หมื่นล้านบาท เป็น  1.8 แสนล้านบาท เรื่องนี้ทางนายสุพัฒนพงษ์ก็รับไปพิจารณา จะขอประเมินหลังจากที่เฟส 3 เริ่มแล้ว และสามารถที่จะเติมเงินเพิ่มได้ในระหว่างนี้

นอกเหนือจากโครงการคนละครึ่งแล้วทางหอการค้าไทยได้ขอให้ทางรัฐบาลพิจารณาโครงการ  "ยิ่งใช้ยิ่งได้"  หรือ e-Voucher ที่ให้แก่ผู้ที่ได้รับสิทธิ์โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ นำไปใช้จ่ายซื้อสินค้าค่าอาหารเครื่องดื่ม และค่าบริการต่างๆ กับผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) โดยจะให้ในมูลค่า 5,000-7,000 บาทต่อคนต่อวัน นั้น  ทางภาคเอกชนมองว่า เป็นโครงการที่ใช้ลำบาก เพราะวิธีการใช้สิทธิโครงการดังกล่าว ผู้มีสิทธิจะต้องชำระเงินผ่าน G-Wallet บนแอพฯ เป๋าตัง เพื่อซื้อสินค้าและบริการกับผู้ประกอบการร้านค้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ซึ่งทางฝั่งผู้ประกอบการร้านค้าเอง ก็จะต้องติดตั้งแอพฯ ถุงเงิน เพื่อร่วมโครงการนี้ด้วย สำหรับผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับการสนับสนุน e-Voucher จากภาครัฐช่วง ก.ค.-ก.ย.2564 เพื่อใช้จ่ายเดือน ส.ค.-ธ.ค.2564 จะมีการใช้จ่ายคนละ 60,000 บาท

“โครงการนี้หอการค้าไทยมองว่า น่าจะไม่สะดวกต่อการใช้จ่ายของประชาชน  ควรจะนำโครงการช้อปดีมีคืน ที่เคยดำเนินการมาก่อนหน้านี้นำมาใช้ใหม่น่าจะสะดวกกว่า  โดยมองว่า คนที่มีกำลังซื้อจะใช้โครงการนี้ได้ดีกว่า e-Voucherและ ทางรัฐเองก็ไม่ต้องใช้งบประมาณลงไปในปีนี้แต่ไปเก็บภาษีน้อยลงในปีหน้า”

อย่างไรก็ตามในเรื่องนี้นายสุพัฒนพงษ์บอกกับทางหอการค้าไทย โครงการนี้ทำให้รัฐบาลจัดเก็บภาษีได้น้อยลง แต่ก็ยังไม่ปิดโอกาสในการทบทวนโครงการดังกล่าว โดยจะขอดำเนินการโครงการ  "ยิ่งใช้ยิ่งได้" ไปสักพักหนึ่งก่อนหากว่าประเมินแล้วโครงการนี้คนใช้ไม่เท่าไร ไม่สามารถกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนได้ก็อาจจะกลับมาทบทวนอีกครั้ง 

การหารือกันครั้งนี้หอการค้าไทยได้ตอกย้ำความเห็นต่อโครงการคนละครึ่งและโครงการ  "ยิ่งใช้ยิ่งได้"ที่เคยพูดในหลายเวทีมาแล้วและครั้งนี้ก็ได้หารือโดยตรงกับนายก”สุพัฒนพงษ์”  ซึ่งรัฐบาลก็พร้อมที่จะรับความฟังความเห็นจากภาคเอกชนเพื่อนำไปพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง