ส.ว.ขวาง “ไพรมารี่โหวต” เกมเร่ง “เลือกตั้ง” สะดุด

ส.ว.ขวาง “ไพรมารี่โหวต”  เกมเร่ง “เลือกตั้ง” สะดุด
10 มิถุนายน 2564 | โดย (เทพจร)
2,184

ปฏิทิน แก้รัฐธรรมนูญ ที่ คาดหมายว่า จะพิจารณา ปลายเดือนมิถุนายน และทำเสร็จไม่เกิน กันยายน นี้ อาจสะดุด หลังญัตติแก้ไข ที่ให้โละ "ไพรมารี่โหวต" มีส.ว. ไม่เห็นด้วย ซึ่งเค้าลางความขัดแย้งนี้ อาจส่งผลถึงไทม์ไลน์ แก้รัฐธรรมนูญ

       ปลายเดือนมิถุนายน 2564 นี้ รัฐสภาเตรียมเปิดประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งขณะนี้มีเพียงญัตติเดียวที่เสนอโดย “พรรคพลังประชารัฐ” ส่วนของ 6 พรรคร่วมฝ่ายค้าน และ 3 พรรคร่วมรัฐบาล “ประชาธิปัตย์ - ภูมิใจไทย - ชาติไทยพัฒนา” อยู่ระหว่างหารือประเด็นในเนื้อหา

       สิ่งที่ถูกนักการเมืองโฟกัสตอนนี้คือ การรื้อระบบเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม - บัตรเลือกตั้งใบเดียว - การคำนวณคะแนนเลือกตั้งแบบเติมเต็ม รวมถึงเนื้อหาที่เกี่ยวข้องคือ การกำหนดให้พรรคการเมืองทำเลือกตั้งขั้นต้นเพื่อหาผู้สมัคร ส.ส. หรือไพรมารี่โหวต ผ่านสมาชิกพรรคในเขตเลือกตั้งที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.​กำหนดให้ใช้ฐานสมาชิก 100 คนเป็นเกณฑ์ขั้นต่ำ

       ปรากฎว่าทุกกลุ่มขั้วการเมืองในสภาผู้แทนราษฎรล้วนเห็นดีเห็นงามต่อการ “รีเซ็ตกติกา” ที่ถูกออกแบบไว้เพื่อขวาง “นักการเมืองบางกลุ่ม-บางพรรค” ที่มีอำนาจมาก ก่อนการยึดอำนาจปี 2549 และรัฐประหารปี 2557

       ล่าสุด มีผลการศึกษาของวุฒิสภา ภายใต้กรรมาธิการกิจการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ที่มีนายกล้านรงค์​ จันทิก ส.ว. เป็นประธานกมธ.ฯ เรื่อง "การสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.โดยกระบวนการไพรมารี่โหวตตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560" ออกมาว่า ไพรมารี่โหวตคือหัวใจของการสร้างประชาธิปไตยในพรรคการเมือง เพราะตัดตอน“นายทุน" ที่ครอบงำพรรคการเมือง เพื่อเปิดโอกาสให้สมาชิกพรรคในเขตเลือกตั้งมีส่วนร่วมเลือกนักการเมืองที่มีความรู้ ความสามารถ ตรงความต้องการไปเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบเขต และแบบบัญชีรายชื่อ

       ในคำอภิปรายของ ส.ว. สนับสนุนให้เดินหน้าต่อในการเลือกตั้งที่จะมาถึง ทั้ง เสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว.ฐานะอดีตประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมืองที่เป็นคนริเริ่มให้มีไพรมารี่โหวต พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ส.ว. พร้อมทั้งแสดงเจตนาไม่เห็นด้วยที่ ส.ส.จะถอด “ไพรมารี่โหวต” ออกจากระบบการเลือกตั้งของประเทศไทย

162329340492

       หากย้อนไปดูการเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562 จะเห็นได้ว่า การใช้ไพรมารี่โหวตถูกแช่แข็งไว้ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 13/2561 เนื่องจากรอบนั้น หลายพรรคการเมืองเผชิญปัญหาการหาสมาชิกพรรคในเขตเลือกตั้งไม่พอกับกฎหมายกำหนด ขณะที่พรรคพลังประชารัฐซึ่งดูดนักการเมืองที่เคยสังกัดพรรคเพื่อไทย ก็เจอปัญหาในการทำระบบไพรมารี่โหวตอย่างหนัก

       อย่างไรก็ดี หากการเลือกตั้งรอบใหม่เกิดขึ้น “ระบบไพรมารี่โหวต” ต้องถูกนำมาใช้ เพราะคำสั่ง คสช.สิ้นสภาพไปแล้ว ซึ่งเนื้อหาของคำสั่งบังคับเฉพาะการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกเท่านั้น

       ดังนั้น เค้าลางความยุ่งยากของการเลือกตั้งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นปลายปี 2564 จึงเริ่มปรากฎ บรรดา ส.ส.จึงต้องปลดล็อกปัญหานี้ผ่านการเสนอให้แก้ไขมาตรา 45 ที่เป็นหัวใจตั้งต้นให้มี “ไพรมารี่โหวต” ตามวรรคสอง ที่กำหนดว่าต้องเปิดโอกาสให้สมาชิกพรรคมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง ทั้งการกำหนดนโยบาย และส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง

       สิ่งที่เห็นได้จากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคพลังประชารัฐคือ แก้ไขมาตรา 45 โดยตัดประเด็นดังกล่าวออกไป ด้วยเหตุผลตามคำอธิบายของ “ไพบูลย์​ นิติตะวัน” ว่า สร้างภาระเกินความจำเป็นให้พรรคการเมือง พร้อมกับท้า “ส.ว.” ที่ขวางการล้มไพรมารีโหวตให้มาลงเลือกตั้ง ซึ่งถือเป็นการท้าชนแนวความคิดกันอย่างชัดเจน

162329318173

       ดังนั้น สิ่งที่เป็นความขัดแย้ง แม้จะทางความคิด แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีผลสะเทือนถึงการลงมติ “แก้รัฐธรรมนูญ” ในวาระแรก เพราะต้องใช้เสียงของส.ว.เห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของสมาชิก คือ 84 เสียง และเสียงเห็นชอบวาระ 3 ในเกณฑ์ที่เท่ากัน

       ปลายมิถุนายนที่รัฐสภาจะเริ่มกระบวนการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ หากสิ่งที่ ส.ว.คัดค้านเป็นผล ย่อมหมายถึง “การเร่งเกมเลือกตั้ง” ของรัฐบาลที่วางเป้าหมายไว้ปลายปี 2564 หลังจากที่แก้รัฐธรรรมนูญเสร็จ กฎหมายงบประมาณมีผลบังคับใช้ การแต่งตั้งโยกย้ายเสร็จสิ้น อาจต้องถูกเลื่อนออกไป

       ทว่า สิ่งที่อาจเป็นปัจจัยสำคัญยิ่งกว่า และมีผลกระทบใหญ่หลวงคือระดับกระแสนิยมที่เสื่อมถอยของ “รัฐบาล” จะกู้กลับมาทันก่อนหมดวาระหรือไม่.

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง