กลุ่มค้าปลีกฯลุยแซนด์บ็อกซ์'ฮักไทย'คิกออฟ‘ฮักภูเก็ต’1ก.ค.ปลุกทัวริสต์ใช้จ่าย

กลุ่มค้าปลีกฯลุยแซนด์บ็อกซ์'ฮักไทย'คิกออฟ‘ฮักภูเก็ต’1ก.ค.ปลุกทัวริสต์ใช้จ่าย
10 มิถุนายน 2564 | โดย สรัญญา จันทร์สว่าง
220

กลุ่มการค้าปลีกและบริการ หอการค้าไทย ศูนย์กลางเชื่อมทุกภาคส่วนทั้งรัฐและเอกชน เดินหน้าจัดทำ “แซนด์บ็อกซ์” สร้างแพลตฟอร์มต้นแบบในทุกภารกิจครอบคลุมทุกมิติในการฟื้นฟูกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด

ญนน์ โภคทรัพย์ ประธานกลุ่มการค้าปลีกและบริการ หอการค้าไทย กล่าวว่า ได้เร่งกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ (Local Consumption) ทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ผ่านโครงการ ฮักไทย” (Hug Thais)  เพื่อส่งเสริมและยกระดับสินค้าแบรนด์ของคนไทย รวมถึงโครงการต่างๆ ของภาครัฐ ที่จะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยมากกว่า 2.7 แสนล้านบาท ภายใน 6 เดือน คิดเป็น 1.6% ของจีดีพีทั้งประเทศและจะสามารถพยุงการจ้างงานกลับคืนมากว่า 2 ล้านคน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยเดินหน้า

ทั้งนี้ ได้เตรียมเปิดตัวโครงการ “ฮักไทย ฮักภูเก็ต” (Hug Thais Hug Phuket)  ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายจากนักท่องเที่ยวคนไทย และนักท่องเที่ยวต่างชาติในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งคาดว่ารายได้ที่จะมาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มแรก จะมีกว่า 12,000 ล้านบาทภายใน 3 เดือน 

หลังจากนั้นจะขยายผล “ฮักไทย ฮักภูเก็ต” ไปยังจังหวัดท่องเที่ยวอื่นๆ  สนับสนุนนโยบายของภาครัฐ โดยที่จะมีการทำงานประสานร่วมกับสมาคมต่างๆ อาทิ อาทิ สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว สมาคมโรงแรมไทย สมาคมภัตตาคารไทย และสมาคมสายการบินแห่งประเทศไทย

โดยวันที่ 21 มิ.ย.นี้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการ​ท่องเที่ยวและกีฬา จะมีการลงนามความร่วมมือเปิดตัวโครงการ “ฮักไทย” ระหว่าง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และหอการค้าไทย เพื่อเป็นการผลักดันโครงการ “ฮักไทย” ให้เข้าถึงทุกจังหวัด สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยทั่วประเทศ

ฮักไทย ได้สร้างต้นแบบแซนด์บ็อกซ์ครอบคลุมทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ และออมนิชาแนล (Omnichannel) กับกลุ่มเซ็นทรัล และกำลังขยายผลไปยังกลุ่มบริษัทค้าปลีกอื่นๆ ทั่วประเทศอีกด้วย” 

162324912071

สำหรับกลุ่มการค้าปลีกและบริการ มุ่งดำเนินการ 3 ภารกิจหลักภายใต้นโยบาย Connect the Dots ฟื้นฟูเศรษฐกิจภายใน 99 วันแรก ของนายสนั่น อังอุบลกุล ประธานหอการค้าไทย ที่ประกาศไปเมื่อวันที่ 29 มี.ค. ประกอบด้วย 1.ช่วยยกระดับมาตรฐานของสาธารณสุขไทย สร้างระบบการกระจายและฉีดวัคซีนให้รวดเร็วและทั่วถึง 2.ผลักดันให้เอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งเงินทุน (Soft Loan)ได้ทั่วถึงและรวดเร็ว เพื่อเป็นการเสริมสภาพคล่องอย่างเร่งด่วน และเพื่อมีเงินทุนไปปรับปรุงและขยายธุรกิจ และ 3.กระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศผ่านโครงการ“ฮักไทย” รวมใจ ไทยไม่ทิ้งกันรวมทั้ง Hug Thais สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเพื่อรองรับการเปิดเมืองและเปิดประเทศ

การรวมพลังของทุกหน่วยงานซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นและเสร็จสิ้นเร็วกว่าที่กำหนดไว้ ทั้งการยกระดับมาตรฐานของสาธารณสุขไทย พร้อมสร้างระบบการกระจายและฉีดวัคซีนให้รวดเร็ว ทั่วถึง รวมทั้งการฟื้นฟูเอสเอ็มอีไทยให้มีแต้มต่อและเสริมสภาพคล่องเพื่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยต้องรอด”

ที่ผ่านมา กลุ่มการค้าปลีกและบริการ ริเริ่มในการสร้างระบบการจัดการและกระจายวัคซีนที่มีประสิทธิภาพและครบวงจร (Total Solutions) ประกอบด้วย ระบบการปฎิบัติการ และการสื่อสาร รวมถึงจัดหาพื้นที่รวมทั่วประเทศ 382 แห่ง  แบ่งเป็นกรุงเทพฯ 82 แห่ง ต่างจังหวัด 300 แห่ง รองรับการฉีดวัคซีนสูงสุด 5 แสนคนต่อวัน โดยได้จัดทำแซนด์บ็อกซ์ในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ เซ็นทรัล ลาดพร้าว และเอสซีจี  เป็นต้นแบบพื้นที่ฉีดวัคซีนที่จะขยายผลต่อไปยังจุดฉีดวัคซีนอื่นๆ ทั้งของภาคเอกชนอีกหลายแห่ง และจุดฉีดวัคซีนของกระทรวงแรงงานในระบบประกันสังคมอีก 67 แห่งทั่วประเทศ

พร้อมกันนี้ ได้ผลักดันเอสเอ็มอีฟันเฟืองสำคัญของระบบเศรษฐกิจเข้าถึงแหล่งเงินทุน ซึ่งกลุ่มค้าปลีกและบริการมีเอสเอ็มอีครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ อยู่ในระบบ 2.4 ล้านราย สร้างการจ้างงานมากกว่า 12 ล้านคน คิดเป็น 34% ของจีดีพีการบริโภคทั้งประเทศ ดังนั้นการให้ความช่วยเหลือกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจึงเป็นเรื่องเร่งด่วน

"เราเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมเอสเอ็มอีในระบบค้าปลีกกับธนาคาร ผนึกกำลังสร้าง Digital Factoring Platform โดยสมาคมผู้ค้าปลีกไทย เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลให้กับธนาคารพาณิชย์ทั้งของภาครัฐ และเอกชน ผ่านสมาคมธนาคารไทยในการพิจารณาสินเชื่อให้เป็นไปอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะรายเล็กที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้"

 โดยมีเป้าหมายที่จะปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) ให้แก่เอสเอ็มอีทั่วประเทศกว่า 5 แสนราย ภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งแซนด์บ็อกซ์นี้ สอดรับนโยบาย โครงการพี่ช่วยน้อง” ทั้งเร่งพัฒนาศักยภาพเอสเอ็มอีไทยให้แข็งแรง (upskill/reskill) เป็นแต้มต่อให้สามารถฟื้นฟูและขยายธุรกิจต่อไปได้

สำหรับ การกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศผ่านโครงการ “ฮักไทย” รวมใจ ไทยไม่ทิ้งกัน รวมทั้ง Hug Thais สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเพื่อรองรับการเปิดเมืองและเปิดประเทศ เชื่อว่าจะช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยวและใช้จ่ายซึ่งถือเป็นฟันเฟืองสำคัญกระตุ้นเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของไทย โครงการ “ฮักไทย” จะช่วยฟื้นฟูการบริโภคภายในประเทศ ผ่านการกิน-เที่ยว-ใช้ แบบไทยๆ อุดหนุนสินค้าไทย โดยผู้ประกอบการคนไทย

 

 

 

 

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง