การเมือง

'ยุทธพงศ์' ค้าน พ.ร.ก.กู้5แสนล้าน ซัดตีเช็คเปล่า แนะ ปรับเป็น พ.ร.บ.งบฯกลางปี

ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ขึ้นคิวแรก ของฝ่ายค้าน คัดค้าน ออกพ.ร.ก.กู้เงิน5แสนล้าน ชี้ตีเช็คเปล่า พร้อมเทียบเงินกู้รอบแรก รัฐบาลล้มเหลว-เบิกจ่ายช้า เหลือเงินกว่า 2.3แสนล้านบาท

       เมื่อเวลา 10.40 น. นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ขึ้นอภิปรายต่อที่ประชุมสภาฯ วาระพิจารณา พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม พ.ศ.2564 วงเงินไม่เกิน 5 แสนล้านบาท เป็นคนแรกของพรรคฝ่ายค้าน ว่า ตนไม่สามารถรับหลักการของพ.ร.ก.ฉบับดังกล่าวได้ เพราะกฎหมายดังกล่าวคล้ายกับตีเช็คเปล่า เพื่อให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม นำเงินไปใช้จ่าย โดยไม่มีรายละเอียด แม้จะมีแผนการใช้เงิน แต่เมื่อเทียบกับการกู้เงินจาก พ.ร.ก.กู้เงิน วงเงิน 1ล้านบาท เมื่อปี 2563 พบความล้มเหลว แม้มีเงินกู้ แต่ไม่สามารถบริหารจัดการการระบาดของโควิด-19 ได้ และทำให้ผู้ติดเชื้อต้องเสียชีวิต ซึ่งการเสนอขอเงินกู้ จาก พ.ร.ก.รอบที่ผ่านมา อ้างถึงความจำเป็นเร่งด่วน แต่กลับพบว่าการใช้ไม่มีประสิทธิภาพ

 
       นายยุทธพงศ์​ อภิปรายด้วยว่า ปี 2563 มี พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท จัดสรรให้กับ ระบบสาธารณสุข 4.5 หมื่นล้านบาท และปี 2564 พบการเบิกจ่ายไปเพียง 26% หรือ 1.1หมื่นล้านบาทเท่านั้น และกรณีที่ระบุว่านำเงินเพื่อเป็นเบี้ยเสี่ยงภัยบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้า แต่กลับพบว่า มีอสม. ขอเงินนักการเมือง เช่น จ.นครพนม พบว่านายศุภชัย โพธิสุ ส.ส.นครพนม พรรคภูมิใจไทย และรองประธานสภาฯ คนที่สอง ต้องนำเงินส่วนตัว 7 ล้านบาท เพื่อซื้อประกันภัย, ด้านเยียวยา 7 แสนล้านบาท เบิกจ่าย 6 แสนล้านบาท , การฟื้นฟูเศรษฐกิจแลสังคม วงเงิน 1.7 แสนล้านบาท แต่พบการเบิกจ่ายเพียง 28% ดังนั้นเมื่อรวมยอดการเบิกจ่ายจากเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท พบว่าเบิกจ่าย รวม 7.7 แสนล้านบาท มียอดเบิกจ่ายเหลือ 2.3 ล้านบาท
 
       “ผมขอให้รัฐบาล เปลี่ยยนจาก พ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้าน ไปเป็นพระราชบัญญัติงบประมาณกลางปี 2564 วงเงิน 5 แสนนล้านบาทแทน เพื่อให้สภาฯตรวจสอบและเกิดความคุ้มค่ากับการกู้เงินที่ต้องเสียดอกเบี้ย เพราะตนมองว่า พ.ร.ก. ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน และการติดเชื้อโควิด-19 ที่ระบาดตั้งแต่ต้นปี 2563 ไม่มีทางยุติลงภายในปีนี้ และผมเชื่อด้วยว่ารัฐบาลจะใช้เงินกู้ไม่ทันปีงบประมาณแน่นอน”นายยุทธพงศ์ อภิปราย
 
       นายยุทธพงศ์ อภิปราย ด้วยว่ามติครม. อนุมัติงบกลางฯ กว่า 426.47 ล้านบาท เพื่อซื้อเครื่องจักรกล รองรับปัญหาอุทกภัย ภัยแล้ง คือ เครื่องสูบน้ำเคลื่อนท่ีเร็วขับเคลื่อนด้วยระบบไฮดรอลิกส์ ซึ่งตนมองว่ารัฐบาลใช้งบกลางโดยไม่จำเป็น ทั้งที่ควรนำไปใช้ซื้อวัคซีน ขณะเดียวกันกลับใช้เงินกู้ เพื่อแก้ปัญหา ดังนั้นตนไม่สามารถรับหลักการดังกล่าวได้


       ขณะที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ อภิปรายสนับสนุน พ.ร.ก.กู้เงินและชื่นชมการตัดสินใจของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ต่อการตัดสินใจกู้เงินเพื่อสู้กับไวรัสโควิด-19 ส่วนกรณีที่พรรคการเมืองคัดค้าน ตนเชื่อว่าหากรัฐบาลช่วยเหลือประชาชนได้มาก จะทำให้พรรคการเมืองเสียประโยชน์ ดังนั้นไม่ควรใช้กรณีดังกล่าวมาเล่นการเมือง และหากจะออกเป็นพ.ร.บ.งบฯ จะล่าช้า เพราะต้องรอการอนุมัติใช้ ช่วงปลายปี.

162321144218